ตอนที่ 2

มุ่งสู่โลกมืด

1,776 คำ~9 นาที
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือปราสาทที่ทรุดโทรมและซอมซ่ออย่างถึงที่สุด รอบอาณาเขตของปราสาทมีม่านคุ้มครองขนาดมหึมาครอบคลุมอยู่ นี่คือสวัสดิการของช่วงเวลาคุ้มครองหน้าใหม่ซึ่งจะคงอยู่เป็นเวลาเจ็ดวัน เมื่อครบเจ็ดวันเมื่อไหร่ สิ่งมีชีวิตแห่งความมืดที่อยู่ด้านนอกจะกรูเข้าด้านในทันที ในตอนนี้ ที่ภายนอกม่านคุ้มครอง มีเสือเขี้ยวดาบตัวหนึ่งหมอบรออยู่ มันแยกเขี้ยวขู่เฉินอวี่อย่างดุร้าย มันทำเพียงแค่รอให้ม่านคุ้มครองสลายไป จากนั้นก็จะได้พุ่งเข้ามาเขมือบเหยื่อให้อิ่มหนำสักมื้อ เสือเขี้ยวดาบตัวนี้สูงอย่างน้อยสามเมตร แรงกดดันที่มันแผ่ออกมาทรงพลังกว่าเสือโคร่งไซบีเรียในสวนสัตว์เสียอีก แววตาสีแดงฉานที่จ้องเขม็งมาทำให้เฉินอวี่รู้สึกเสียวสันหลังวาบ เมื่อเทียบกับลอร์ดสงครามแล้ว ลอร์ดดันเจี้ยนมีข้อได้เปรียบประการหนึ่ง คือเขาสามารถต่ออายุคุ้มครองนี้ได้ โดยแลกกับการใช้ผลึกวิญญาณ ดังนั้น หากมีทรัพยากรมากพอ ลอร์ดดันเจี้ยนก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการถูกสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดโจมตีไปตลอดชีวิต จะเปลี่ยนที่นี่ให้เป็นสวนสัตว์ไว้เดินเล่นชิลล์ๆ ก็ยังได้ ทว่าผลึกวิญญาณจะได้มาก็ต่อเมื่อสังหารนักผจญภัยเท่านั้น ลอร์ดหน้าใหม่บางคนที่จนปัญญาจริงๆ มักจะสร้างดันเจี้ยนประเภท 'กับดักมรณะ' ขึ้นมาเพื่อหลอกสังหารนักผจญภัยกลุ่มแรกที่เข้ามา เพื่อหาผลึกวิญญาณมาต่อลมหายใจให้ตัวเอง ผลลัพธ์ของการกระทำเช่นนี้คือ ทำให้นักผจญภัยเริ่มไม่ไว้วางใจลอร์ดหน้าใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าพวกเขาจะเบื่อหน่ายดันเจี้ยนรุ่นเก่าที่ไม่ได้ช่วยกระตุ้นสารโดปามีนอีกต่อไปแล้ว แต่พวกเขาก็ยังไม่ยอมเสี่ยงกับลอร์ดหน้าใหม่ อย่างน้อยเสบียงในการดำรงชีวิตที่ได้จากดันเจี้ยนรุ่นเก่าก็ยังมีหลักประกันที่แน่นอนกว่า พฤติกรรม 'ฆ่าไก่เอาไข่' แบบนี้ มีส่วนทำให้การเริ่มต้นของเฉินอวี่ยากลำบากขึ้นอย่างสาหัส เฉินอวี่มองไปรอบๆ อาณาเขตของเขา พื้นที่นี้ว่างเปล่าอย่างมาก ไม่มีสิ่งปลูกสร้างอื่นใดนอกจากประตูบานหนึ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ "นี่คงจะเป็นดันเจี้ยนแรกของผู้เริ่มต้นสินะ?" เฉินอวี่ใช้จิตสำนึกเลือกไปที่นั่น ข้อมูลของดันเจี้ยนก็ปรากฏขึ้นในหัวทันที 【สิ่งปลูกสร้าง: ดันเจี้ยน (ระดับ 1)】 【เนื้อหา: ยังไม่มี】 【จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 0/20】 ข้างในว่างเปล่า ทุกอย่างต้องสร้างขึ้นมาใหม่ทีละเล็กทีละน้อย เฉินอวี่เริ่มศึกษาวิธีการสร้างและรูปแบบการบริหารจัดการดันเจี้ยนในทันที ช่วยไม่ได้ที่ความจำของเจ้าของร่างเดิมในด้านนี้มีน้อยเหลือเกิน คงเป็นเพราะเจ้าตัวปักใจเชื่อไปแล้วว่าจะต้องได้เป็นลอร์ดสงครามแน่ๆ จึงเรียนรู้แต่เนื้อหาของลอร์ดสงครามมาโดยตลอด วิธีการสร้างดันเจี้ยนนั้นซับซ้อนมาก ต้องอาศัยจินตนาการในการรังสรรค์รายละเอียดทีละส่วนขึ้นมาเอง แค่ขั้นตอนแรกนี้ก็ทำเอาลอร์ดหน้าใหม่ส่วนใหญ่จอดป้ายแล้ว เพราะมนุษย์สามารถจินตนาการได้เพียงสิ่งที่เคยพบเห็นมาเท่านั้น การจะสร้างสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงขึ้นมาต้องใช้พลังงานมหาศาล และปกติคนเรามักจะหวงแหนสิ่งที่ตัวเองอุตสาหะสร้างขึ้นมา พวกเขาจึงไม่ยอมแบ่งปันข้อมูลกันง่ายๆ ด้วยเหตุนี้ ในหมู่ลอร์ดดันเจี้ยน ข้อมูลต่างๆ จึงถูกเก็บเป็นความลับ แม้จะมีการมอบสิทธิ์ตัวแทน ก็ให้เพียงสิทธิ์ในการบริหาร แต่ไม่เคยปล่อยให้ลอร์ดตัวแทนได้เห็นภาพโครงสร้างภายใน สิ่งนี้ทำให้ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาประดิษฐ์ล้อรถในที่ลับตาคนเดียว ถึงจะมีลอร์ดบางคนที่เก่งกาจจนสามารถวิจัยเนื้อหาดันเจี้ยนดีๆ ออกมาได้ด้วยตัวคนเดียว แต่การขาดทีมวิจัยและการขาดองค์ความรู้พื้นฐานจำนวนมาก ก็ทำให้การพัฒนาเนื้อหาดันเจี้ยนมีขีดจำกัดที่ไม่สูงนัก และนี่แหละ คือโอกาสของเฉินอวี่ เมื่อเห็นข้อมูลเหล่านี้ เฉินอวี่แทบจะหัวเราะออกมาด้วยความดีใจ อะไรนะ? พวกนายจินตนาการสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงไม่ได้งั้นเหรอ? แล้วพวกนายเคยเห็นกองทัพจักรกลเหล็กกล้าและห่าฝนขีปนาวุธที่ถล่มไปทั่วฟากฟ้าไหมล่ะ? เคยเห็นยานอวกาศที่ล่องลอยอยู่ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไหม? เคยเห็นคลื่นกองทัพโครงกระดูกที่ซัดสาดถล่มลอร์ดารอนหรือเปล่า? หรือเคยเห็นฉากที่ฉีเทียนต้าเซิ่งเหยียบเมฆา ท้าสู้กับทหารสวรรค์นับล้านเพียงลำพังไหม? บังเอิญจริงๆ... ที่ว่ามานั่น ฉันเห็นมาหมดแล้ว! แถมฉันยังเป็นดีไซน์เนอร์เกมมือโปร ค่าสถิติต่างๆ น่ะเหรอ? แค่ปลายนิ้วเท่านั้นแหละ! หลังจากเข้าใจกฎการสร้างดันเจี้ยน ความกระตือรือร้นของเฉินอวี่ก็พุ่งทะลุจุดเดือด ก่อนหน้านี้ที่เขากังวล ก็เพราะวัฒนธรรมดันเจี้ยนในโลกนี้มีมานานหลายร้อยปีแล้ว ต่อให้คนที่นี่จะอ่อนหัดหรือโง่เขลาแค่ไหน แต่ภายใต้การแข่งขันที่เดิมพันด้วยชีวิต เกมที่ได้รับความนิยมอย่างถล่มทลายแบบบนโลกก็น่าจะโผล่มาบ้างสิ แล้วเฉินอวี่ที่เป็นลอร์ดหน้าใหม่ ไร้ทั้งเงินและทรัพยากร ต่อให้มีโลกทั้งใบและบุคคลากรนับไม่ถ้วนในหัวที่ช่วยวิจัยเกมยอดฮิตมาให้ จะไปสู้กับลอร์ดดันเจี้ยนรุ่นเก่าๆ ได้ยังไง? แต่ผลที่ได้คือ... คนที่นี่กลับไม่ยอมรวมกลุ่มกันวิจัย แถมไม่แชร์ทรัพยากรกันอีก? พวกเขาทำตัวเหมือนพวกสำนักใหญ่ในนิยายแฟนตาซี ที่พอวิจัยสุดยอดวิชาที่ไร้เทียมทานในใต้หล้าออกมาได้ ก็เอาแต่เก็บงำไว้ไม่ถ่ายทอดให้คนนอก จนสุดท้ายสำนักก็ค่อยๆ เสื่อมถอยลงไป แล้ววันหนึ่ง ก็จะมีอัจฉริยะจุติขึ้นมาโค่นสำนักนั้นทิ้ง จากนั้นอัจฉริยะคนเดิมก็ไปตั้งสำนักใหม่ วิจัยวิชาใหม่ แล้วก็ไม่ยอมถ่ายทอดอีก วนลูปกลับไปสู่ความเสื่อมถอยเหมือนเดิม วนเวียนอยู่อย่างนั้นไม่จบสิ้น ดันเจี้ยนก็เช่นกัน หากดันเจี้ยนไหนบริหารล้มเหลวและล่มสลายลง ข้อมูลทั้งหมดก็จะสาบสูญไป ไม่มีการสืบทอด เพราะในโลกมืด การสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลเป็นเรื่องยากลำบากอยู่แล้ว ประกอบกับแรงกดดันจากความเป็นความตาย จึงไม่แปลกที่สันดานดิบของมนุษย์จะทำให้เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ "ถ้าเป็นแบบนี้ เรื่องเนื้อหาดันเจี้ยนก็ไม่ใช่ปัญหา แค่ฉันโชว์ฝีมือแค่นิดหน่อย คุณภาพเนื้อหาก็เหนือกว่าพวกดันเจี้ยนรุ่นเก่าพวกนั้นไปไกลโขแล้ว" เฉินอวี่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ "แต่ยังมีอีกปัญหาหนึ่ง... เรื่องการรักษาสมดุลกับพวกนักผจญภัยจะทำยังไงดี?" "ต่อให้เนื้อหาดันเจี้ยนจะสนุกแค่ไหน แต่เหล่านักผจญภัยมาที่นี่เพื่อหาเลี้ยงชีพ ถ้าไม่ได้ผลประโยชน์ที่มากพอ ต่อให้สนุกแค่ไหนพวกเขาก็คงไม่มีอารมณ์ร่วมด้วยเท่าไหร่" ในมุมมองของเฉินอวี่ สิ่งนี้ต้องเกี่ยวข้องกับปัจจัยเรื่อง 'อัตราการเคลียร์เกม' เพราะเขาจำได้รางๆ ว่าเคยเห็นข่าวที่บอกว่าพวกดันเจี้ยนรุ่นเก่า พอผ่านไปสักพักก็จะค่อยๆ ลดระดับความยากลง เพื่อเพิ่มอัตราการเคลียร์เกมให้กับนักผจญภัย เป็นการดึงดูดผู้คนให้เข้ามาเยอะๆ ข่าวนั้นวิพากษ์วิจารณ์ลอร์ดดันเจี้ยนที่ลดระดับความยากเหล่านั้น เพราะยิ่งนักผจญภัยเคลียร์เกมได้ง่ายเท่าไหร่ ลอร์ดก็จะยิ่งได้รับทรัพยากรน้อยลงเท่านั้น และการที่จำนวนครั้งที่นักผจญภัยสามารถเข้าร่วมได้ต่อวันนั้นมีจำกัด จึงส่งผลให้ทรัพยากรโดยรวมที่ลอร์ดดันเจี้ยนทั้งหมดจะได้รับลดลงตามไปด้วย นี่คือหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ลอร์ดหน้าใหม่อยู่รอดได้ยากขึ้นเรื่อยๆ "ระบบจะมีกลไกคุ้มครองเริ่มต้นอยู่อย่างหนึ่ง คือหลังจากสร้างดันเจี้ยนเสร็จ จะมีการสุ่มสิทธิให้นักผจญภัยสองสามคนเข้ามาร่วมโดยบังคับ นี่คือโอกาสเดียวของฉัน" "ถ้าอยากสร้างชื่อเสียงเพื่อดึงดูดนักผจญภัยให้แห่กันมา ฉันต้องมัดใจนักผจญภัยกลุ่มนี้ไว้ให้ได้ เพื่อให้พวกเขากลับไปโฆษณาประโคมข่าวให้ฉัน" เฉินอวี่ครุ่นคิดอย่างหนัก เขารีบพลิกดูข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวกับนักผจญภัยทันที และทันทีที่ได้เห็น... เขาก็แทบจะหลุดขำออกมาอีกครั้ง "อะไรกันเนี่ย ฉันก็นึกว่านักผจญภัยต้องเคลียร์ดันเจี้ยนให้ได้ก่อนถึงจะได้รับทรัพยากรซะอีก" "ที่ไหนได้ ปริมาณทรัพยากรที่พวกเขาได้รับ มันขึ้นอยู่กับปริมาณสารโดปามีนที่หลั่งออกมาตอนเข้าร่วมดันเจี้ยนต่างหาก!" "นั่นหมายความว่า ต่อให้เป็นเกมที่ต้องตายแน่ๆ แต่ถ้าพวกเขารู้สึกสนุก ก็ยังได้รับรางวัลเหมือนกัน" ตอนนี้เมื่อเฉินอวี่ย้อนกลับไปมองข่าวพาดหัวเรื่องการลดระดับความยากนั้น เขาก็มีความเข้าใจใหม่เกิดขึ้นทันที "อย่างนี้นี่เอง เพราะการเคลียร์เกมได้มันคือความสนุกอย่างหนึ่ง และเป็นวิธีหลั่งโดปามีนที่ง่ายที่สุด ลอร์ดรุ่นเก่าพวกนั้นเลยลดความยากลงเพื่อดึงดูดคนใหม่ๆ ในตอนที่ความน่าสนใจเดิมเริ่มลดลง" "กระจอก!" "มันกระจอกเกินไปแล้ว ความฟินจากการแพ้ชนะ มันไม่จำเป็นต้องแสดงออกผ่านการเคลียร์ดันเจี้ยนเสมอไปสักหน่อย" เฉินอวี่ยิ้มพร้อมกับส่ายหน้า แผนการหนึ่งผุดขึ้นในสมองของเขาเรียบร้อยแล้ว
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV