ตอนที่ 4

เหลือเชื่อ! ทำเอาเหล่าเด็กเรียนถึงกับน้ำตานอง?

1,746 คำ~9 นาที
“ซี้ด!” หูอี้เฟยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรื่องบังเอิญงั้นหรือ? บังเอิญกับผีน่ะสิ ถ้าคะแนนเท่ากันสักสองสามครั้งก็พอจะเข้าใจได้ แต่นี่ต่อเนื่องกันถึงสิบสามครั้งเชียวนะ? มันยากยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งเสียอีก! โดยเฉพาะการสอบโอลิมปิกคณิตศาสตร์ครั้งนี้ คนอื่นแทบจะเอาตัวไม่รอด แต่เขากลับทำคะแนนได้ 90 คะแนนเป๊ะ แถมยังเท่ากับคะแนนสอบครั้งก่อนๆ อีก นี่มัน... หมายความว่ายังไง? คุมคะแนนสอบงั้นหรือ? ไอ้เด็กเจียงหนานนั่น สิบทั้งสิบต้องเป็นเพราะมันจงใจคุมคะแนนสอบอยู่แน่ๆ!! ความคิดที่ยากจะเชื่อเริ่มผุดขึ้นมาในหัวของหูอี้เฟย ความรู้สึกขนลุกซู่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง “ดังนั้น ครูเฉาถึงได้สังเกตเห็นมาตั้งนานแล้วว่าเจียงหนานเก่งคณิตศาสตร์มาก แต่ที่ทำคะแนนสอบออกมาแบบนั้นเป็นเพราะจงใจคุมคะแนนใช่ไหมคะ?” หูอี้เฟยมองครูเฉาเทียนหยวนด้วยสายตาชื่นชม พริกยิ่งแก่ยิ่งเผ็ดจริงๆ ในฐานะครูอาวุโส ครูเฉาเทียนหยวนช่างช่างสังเกตเสียจริง เมื่อเทียบกันแล้ว ตัวเธอที่เป็นครูประจำชั้นกลับทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอเลย “ฮ่าๆ!” “ความจริงตอนแรกผมก็แค่เดาสุ่มน่ะครับ” “ผมเคยแอบลองหยั่งเชิงเจียงหนานดูแล้ว แต่เจ้าเด็กนั่นเก็บงำความสามารถไว้ลึกมากในวันปกติ ผมเลยยังไม่แน่ใจเท่าไหร่” “แต่ตอนนี้...” “ผมมั่นใจแล้วครับ” “เด็กคนนี้เป็นอัจฉริยะด้านคณิตศาสตร์ของจริง” “ก็นะ!” “เขาสามารถคุมคะแนนให้ได้ 90 ได้ ไม่ใช่ว่าทำได้แค่ 90 คะแนน ทั้งสองอย่างนี้มันต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยล่ะ ฮ่าๆๆ!” “...” ในระหว่างที่พูดนั้น! ครูเฉาเทียนหยวนก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ราวกับว่าเขาเพิ่งค้นพบสมบัติล้ำค่าอย่างไรอย่างนั้น “คุมคะแนนสอบให้ได้ 90 อัจฉริยะคณิตศาสตร์งั้นเหรอ?” หูอี้เฟยพึมพำคำพูดของครูเฉาซ้ำไปซ้ำมา ดวงตาของเธอเป็นประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง ราวกับนึกอะไรบางอย่างออก ทันใดนั้น! เธอก็รีบก้าวเท้าออกจากห้องพักครูหมวดคณิตศาสตร์อย่างรวดเร็ว ก่อนจะพุ่งเข้าไปในห้องทำงานของตัวเองแล้วเปิดคอมพิวเตอร์อย่างลุกลี้ลุกลน วินาทีต่อมา! “ซี้ด...” “90? 90? 90?” “ได้ 90 คะแนนต่อเนื่องมาสิบสองครั้งเหมือนกันงั้นเหรอ?” “โอ้... พระเจ้าช่วย!” เมื่อเห็นคะแนนวิชาภาษาจีนของเจียงหนาน หูอี้เฟยก็เบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อ ... ช่วงบ่าย ภายในห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เหลือเวลาอีกไม่กี่นาทีก่อนจะเริ่มเรียน “เอ๊ะ?” “ซูอวี่ นายร้องไห้ทำไมเนี่ย?” ทันใดนั้น หวังอ้วน เด็กหลังห้องจอมเกเร ก็สังเกตเห็นซูอวี่ที่นั่งอยู่แถวหน้ากำลังแอบปาดน้ำตา จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ “ฉัน...” “สอบเมื่อเช้านี้พังไม่เป็นท่าเลย!” “เดี๋ยวต้องไปเจอครูคณิตศาสตร์ จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเนี่ย!” ซูอวี่แอบเช็ดน้ำตาอยู่ใต้โต๊ะด้วยความโศกเศร้า “เชอะ อีกแล้วเรอะ!” “คิดจะเล่นบทถ่อมตัวแบบกวนประสาทอีกแล้วล่ะสิ อยากจะอวดว่าตัวเองเก่งคณิตศาสตร์ก็บอกมาตรงๆ เถอะ พวกเราไม่หลงกลหรอก” เมื่อได้ยินดังนั้น หวังอ้วนก็แค่นหัวเราะด้วยความเหยียดหยาม ซูอวี่! หัวหน้าวิชาคณิตศาสตร์ของห้อง ต่างจากไป๋อิงอิงที่เป็นเด็กเรียนเก่งแบบรอบด้าน ซูอวี่เป็นพวกเด็กเรียนที่เก่งเฉพาะทางจนเกินไป วิชาภาษาต่างประเทศอะไรพวกนั้น คะแนนเขาอาจจะแค่ปานกลาง แต่ถ้าพูดถึงคณิตศาสตร์ เขาเป็นมือหนึ่งมือสองของห้อง แถมคนในโรงเรียนที่เก่งกว่าเขาก็มีนับคนได้ ด้วยเหตุนี้เอง ทุกครั้งที่สอบเสร็จ เขาชอบบ่นว่าตัวเองสอบคณิตศาสตร์พัง แต่พอผลสอบออกมาทีไร ก็ทำเอาทุกคนอึ้งทึ่งจนต้องกุมขมับ เป็นการอวดว่าตัวเองเก่งคณิตศาสตร์โดยกลบเกลื่อนคะแนนวิชาอื่นที่แย่ไปในตัว เรื่องแบบนี้ หวังอ้วนชินชาเสียแล้ว เขาจึงไม่คิดจะกระโจนลงหลุมพรางคำพูดของซูอวี่แน่นอน แต่ทว่า... ในจังหวะที่หวังอ้วนเพิ่งพูดจบ “ฮือๆๆ...” จู่ๆ ก็มีเสียงร้องไห้ของเด็กสาวดังขึ้นอีกคน “เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?” “หลี่เชี่ยนเชี่ยน เธอร้องไห้ทำไม?” หวังอ้วนรู้สึกงงเป็นไก่ตาแตก จึงรีบถามด้วยความห่วงใย “ฉันสอบเมื่อเช้านี้ทำไม่ได้เลย ไม่ต้องพูดถึงเรื่องผ่านเกณฑ์หรอก แค่ 30 คะแนนยังไม่รู้ว่าจะถึงไหมเลย ฮือ...” พูดจบ หลี่เชี่ยนเชี่ยนก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะ น้ำตาไหลพรากราวกับฝนตก ยิ่งดูยิ่งน่าสงสาร “เฮ้ย 30 คะแนนเนี่ยนะ?” “จริงดิ? คะแนนต่ำขนาดนั้นเชียว?” “หลี่เชี่ยนเชี่ยน เธอเป็นถึงกรรมการห้องเรียนนะ ถึงคะแนนคณิตศาสตร์จะสู้ซูอวี่ไม่ได้ แต่ปกติสอบได้ร้อยยี่ร้อยสามสิบเป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ จะเหลือแค่ 30 คะแนนได้ไง?” “...” เมื่อได้ยินสิ่งที่หลี่เชี่ยนเชี่ยนพูด แม้แต่หวังอ้วนรวมถึงคนรอบข้างก็พากันตกใจจนแทบช็อก วันนี้มันวันอะไรกัน? คิดจะเล่นละครบทเด็กเรียนแข่งกันหรือไง? สำหรับกลุ่มเด็กเรียนอ่อนในห้องแล้ว แค่เห็นเด็กเรียนตัวท็อปคนหนึ่งแสดงละครแกล้งถ่อมตัวก็น่าหมั่นไส้พอแล้ว นี่พอเห็นเด็กเรียนเก่งสองคนร่วมมือกันแสดงละครพร้อมกัน ก็เริ่มทำให้คนอื่นรู้สึกหวั่นใจขึ้นมาจริงๆ ทว่า... ยังไม่ทันที่หลี่เชี่ยนเชี่ยนจะตอบคำถาม ก็มีเสียงเด็กสาวอีกคนดังขึ้นมา “บางที...” “พวกเขาอาจจะทำไม่ได้จริงๆ ก็ได้ เพราะฉันเองก็เหมือนกัน” “ข้อสอบรอบนี้มันยากเกินไปจริงๆ ฉันว่าตัวเองเต็มที่คงได้แค่ 50 คะแนน หรืออาจจะน้อยกว่านั้นด้วยซ้ำ ฮือ...” พอสิ้นคำพูด เด็กสาวคนนั้นก็เริ่มร้องไห้ออกมาอีกคน “เฮ้ย!” “เอาจริงดิ!” “แม้แต่หัวหน้าห้องยังพูดแบบนี้เลยเหรอ?” ทันใดนั้น ทุกคนในห้องก็พากันอุทานด้วยความตื่นตะลึง ก็เพราะว่า... คนที่กำลังร้องไห้อยู่นี่คือฉินอวี่โม่ หัวหน้าห้องชั้น ม.4 และยังเป็นเด็กเรียนเก่งอันดับหนึ่งของห้องโดยไม่มีข้อกังขา ให้ตายสิ! นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น? เด็กเรียนคนหนึ่งบอกทำไม่ได้ อาจจะไม่เชื่อ สองคนบอกทำไม่ได้ ก็อาจจะไม่เชื่ออีก แต่นี่สามคนแล้วนะ? แถมยังร้องไห้ต่อหน้าทุกคนอีก แบบนี้คงไม่ใช่เรื่องโกหกแล้วมั้ง? หรือว่า... ข้อสอบมันยากจริงๆ จนเหล่าเด็กเรียนพวกนี้ถึงกับสอบตกกันหมด? “ฮ่าๆๆ!” “ดี ดีมากจริงๆ!” “ถ้าที่พวกเธอบอกเป็นเรื่องจริง งั้นการสอบคณิตศาสตร์รอบนี้ก็เท่ากับว่าพวกเราตายยกห้อง ไม่มีใครสอบผ่านสักคน” “นั่นหมายความว่า ต่อให้ฉันจะได้ 0 คะแนน กลับบ้านไปพ่อก็คงไม่ตีฉันแล้วล่ะ ฮ่าๆๆ!” ทันใดนั้น! สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปทันควัน กลุ่มเด็กเรียนอ่อนในห้องที่มีหวังอ้วนเป็นแกนนำต่างพากันดีใจจนเนื้อเต้น แถมยังโห่ร้องฉลองกันยกใหญ่ สำหรับพวกเขาแล้ว... คณิตศาสตร์เป็นอะไรที่ยากพอๆ กับการอ่านคัมภีร์สวรรค์ ยากหรือไม่ยาก พวกเขาแทบไม่มีความรู้สึกอะไรด้วยเลย สิ่งเดียวที่พวกเขาสนใจ... ก็คือคะแนนหลังสอบ เด็กเรียนพวกนั้นคะแนนสูงลิ่วตลอด ไม่เต็มร้อยก็ต้องร้อยสามร้อยสี่ ส่วนพวกเขาคะแนนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน วนเวียนอยู่แค่ 20-30 คะแนนตลอด ต่างกันราวกับฟ้ากับเหว จนกระทั่ง... ทุกครั้งที่สอบเสร็จไม่เพียงแต่จะโดนดูถูกสารพัดแล้ว กลับบ้านไปยังต้องโดนพ่อแม่ทุบตีอีก ประโยคที่ได้ยินบ่อยที่สุด ก็คือการเอาไปเปรียบเทียบกับลูกบ้านคนอื่นว่าคนอื่นเขาเก่งยังไง แต่ทำไมถึงได้ห่วยแบบนี้ บอกเลยว่า... เจ็บจี๊ด! แต่ว่า... วันนี้ในที่สุดก็ได้เชิดหน้าชูตาเสียที อีกด้านหนึ่ง สำหรับเสียงร้องไห้ของเด็กเรียน และเสียงหัวเราะบ้าคลั่งของพวกเด็กหลังห้อง เจียงหนานไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย ตอนนี้เขากำลัง... คิ้วขมวดมุ่น ในใจเต็มไปด้วยความวิตกกังวล “ซวยแล้ว!” “ดูท่าสิ่งที่ไป๋อิงอิงพูดจะเป็นเรื่องจริงสินะ” “แล้วฉันควรทำยังไงดี?” “ไม่ส่งเสียงก็แล้วไป แต่ถ้าส่งเสียงเมื่อไหร่ต้องให้ดังสนั่น? แต่ฉันไม่อยากทำลายชีวิตที่สงบสุขแบบนี้เลยนะ!” “ได้เกิดใหม่มาในยุคมัธยมปลายทั้งที ฉันแค่อยากใช้ชีวิตชิลๆ อย่างสงบสุข ไม่อยากเป็นจุดเด่นสักหน่อย!” “...” นับตั้งแต่ตอนเที่ยงที่เขากินข้าวพ่นใส่หน้าไป๋อิงอิง เจียงหนานก็รู้สึกกระวนกระวายใจมาโดยตลอด และในตอนนี้ ความกระวนกระวายนั้นก็นับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซูอวี่ หัวหน้าวิชาคณิตศาสตร์บอกว่าตัวเองสอบพัง ไป๋อิงอิงบอกว่าสอบได้ไม่ถึง 30 คะแนน หลี่เชี่ยนเชี่ยน กรรมการห้องเรียนก็บอกว่าได้ไม่ถึง 30 คะแนน หัวหน้าห้องฉินอวี่โม่บอกว่าคงไม่เกิน 50 คะแนน แต่ว่า... เขากลับสอบได้ 90 คะแนน? เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันแบบนี้ พลังทำลายล้างมันคงไม่เบาแน่ๆ เขานึกภาพออกเลยว่า พอคะแนนสอบประกาศออกมา ทุกคนจะมองเขาด้วยสายตาแบบไหน สำหรับคนที่ชอบทำตัวโลว์โปรไฟล์ อยากจะเป็นแค่คนธรรมดาที่ใช้ชีวิตในวัยเรียนอย่างสงบสุขแบบเจียงหนานแล้ว เหตุการณ์นี้ไม่ต่างอะไรกับการถูกจับไปวางบนเตาไฟย่างสดชัดๆ...
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV