ตอนที่ 5
เสบียงเทวะ! ตะขาบปีศาจ!
1,811 คำ~10 นาที
กู้หย่วนไม่รู้เลยว่าดงกุ้ยและซุนเอ้อกำลังวางแผนเล่นงานเขา ในเวลานี้เขากำลังมุ่งหน้าลึกเข้าไปในหุบเขา
หากจะพูดให้ถูกตามความหมายจริง ๆ แล้ว อวิ๋นเมิ่ง ควรถูกเรียกว่า 'เทือกเขาอวิ๋นเมิ่ง' มากกว่า
นี่คือเทือกเขาขนาดมหึมาที่ทอดยาวไกลสุดลูกหูลูกตานับหมื่นลี้ ความลึกเร้นของมันยากแท้จะหยั่งถึง โดยพาดผ่านดินแดนหกโจวในแถบหนานเจียง ทั้งฟง, ฉิน, หลิว, อวิ๋น, เจ๋อ และเหยียน
ป่าลึกที่กู้หย่วนกำลังมุ่งหน้าไปนั้น แท้จริงแล้วยังห่างไกลจากพื้นที่ส่วนกลางมากนัก อย่างมากที่สุดก็ถือว่าเป็นเพียงชายขอบของชายขอบเทือกเขานี้เท่านั้น
คนรุ่นเก่าในหมู่บ้านเคยเล่าขานกันว่า ในหุบเขามีเซียนผู้ขี่เมฆเหินหาวปรากฏตัวอยู่บ่อยครั้ง ถึงขั้นมีคนยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าเคยเห็นมากับตาตัวเอง
ส่วนจะจริงหรือเท็จนั้น ไม่มีใครล่วงรู้
กู้หย่วนไม่รู้ว่าเรื่องเล่าเหล่านี้มีที่มาอย่างไร และเขาก็ไม่ได้สนใจด้วยว่า 'เซียน' จะมีจริงหรือไม่ เรื่องเหล่านั้นมันไกลตัวเขาเกินไป
อยู่ในฐานะอะไร ก็ควรทำหน้าที่นั้นให้ดี!
นี่คือสัจธรรมที่ไม่มีวันเปลี่ยน!
คนป่าคนเขาตัวเล็ก ๆ อย่างเขา ต่อให้กินอิ่มจนว่างงานแค่ไหน ก็คงไม่หาเรื่องใส่ตัวไปสืบหาความจริงของตำนานพวกนั้นหรอก
สิ่งที่กู้หย่วนต้องการในตอนนี้คือ 'เงิน'!
เมื่อมีเงิน เขาถึงจะค่อย ๆ ปรับปรุงความเป็นอยู่ของตัวเองได้!
และถึงจะแก้ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ได้!
กู้หย่วนไม่เคยลืมคำขู่จากคฤหาสน์ตระกูลเฉียนในตัวเมือง
แม้ว่าเขาจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่ก็เพราะเหตุนี้แหละ อีกฝ่ายถึงได้ส่งซุนเอ้อและดงกุ้ยมาคอยเฝ้าจับตาดูเขา เรื่องนี้เห็นชัดว่ายังไม่จบง่าย ๆ!
หากอีกฝ่ายเกิดประสงค์ร้ายขึ้นมาแม้เพียงนิด สำหรับครอบครัวที่มีกันอยู่สามคนพ่อแม่ลูกแล้ว มันคือหายนะถึงขั้นบ้านแตกสาแหรกขาดได้เลย!
ต่อให้อีกฝ่ายยอมเลิกรา แต่กู้หย่วนเองนั่นแหละที่ไม่ยอม!
ยิ่งเดินลึกเข้าไปในป่า ต้นไม้รอบกายก็ยิ่งหนาทึบขึ้นเรื่อย ๆ
แม้จะเป็นช่วงต้นฤดูหนาวที่ลมหนาวเริ่มปกคลุม แต่ป่าในยามนี้กลับไม่ดูแห้งแล้ง ตรงกันข้ามมันกลับดูมีชีวิตชีวา พืชพรรณเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา
เสียงนกและเสียงสัตว์ป่าร้องประสานกันดังแว่วมาเป็นระยะ ฟังแล้วไม่ชวนให้รำคาญใจ แต่กลับทำให้รู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก!
อย่างน้อยในตอนนี้ กู้หย่วนที่ได้สัมผัสกับบรรยากาศอันกลมกลืนของธรรมชาติ และสูดอากาศเย็นสดชื่นที่มีกลิ่นอายของดินจาง ๆ ก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก
ส่วนอาหวงก็เดินนำอยู่ข้างหน้าเพื่อคอยสำรวจทางให้
หากมีความเคลื่อนไหวผิดปกติ มันก็จะส่งสัญญาณเตือนเขาทันที!
ในเขามีสัตว์ป่าชุกชุม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมายังมีข่าวลือจากอำเภอใกล้เคียงบ่อย ๆ ว่ามีสัตว์อสูรลงเขามาทำร้ายผู้คน กู้หย่วนจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
เขาใช้เชือกป่านและเมล็ดธัญพืชวางกับดักไว้หลายจุดตามที่ที่กระต่ายป่าหรือไก่ป่ามักจะปรากฏตัว จากนั้นกู้หย่วนก็ตั้งใจจะหาที่ซ่อนตัวเพื่อรอให้เหยื่อมาติดกับอย่างเงียบ ๆ
ขณะที่กำลังจะเรียกอาหวงที่กำลังดมกลิ่นหาเบาะแสสัตว์ป่าอยู่รอบ ๆ ให้กลับมา ทันใดนั้น อาหวงกลับส่งกระแสความรู้สึกที่ผิดปกติมาให้ มันดูเหมือนจะไปพบกับอะไรบางอย่างที่น่าแปลกใจเข้า
แม้ว่าอาหวงจะมีความฉลาดไม่มากนัก แต่ด้วยกระแสความรู้สึกทั้งความกลัว ความสุข หรือความโกรธ กู้หย่วนก็พอจะรับรู้ได้ว่ามันกำลังเผชิญกับสถานการณ์แบบไหน
ในตอนนี้ สิ่งที่อาหวงส่งมาคือความรู้สึกดีใจอย่างยิ่ง
เมื่อมั่นใจว่าไม่มีอันตราย กู้หย่วนจึงรีบเดินตามไปจนถึงบริเวณลาดเขาแห่งหนึ่ง
ลาดเขาแห่งนี้ค่อนข้างลับตาคน พืชพรรณเบาบาง
อาหวงเจ้าหนูภูเขา ยืนอยู่บนก้อนหินที่ยื่นออกมาบนลาดเขา เมื่อเห็นกู้หย่วนมาถึง มันก็ร้อง "จี๊ด ๆ ๆ" แล้วมุดลงไปที่โคนต้นไม้ต้นหนึ่งที่เริ่มจะแห้งเหลือง อุ้งเท้าของมันตะกุยดินขุดรากอย่างรวดเร็ว
"เอ๊ะ?"
กู้หย่วนมองสำรวจต้นไม้ต้นนั้นด้วยสายตาเป็นประกาย "นี่มัน... หวงจิง?"
หวงจิงได้ชื่อว่าเป็น 'เสบียงเทวะ' เป็นสมุนไพรที่เป็นทั้งยาและอาหารในตัวเดียวกัน สามารถใช้รักษาโรคและยังใช้กินประทังหิวได้ ร้านขายยาในอำเภอมักจะรับซื้ออยู่ตลอดทั้งปี
เรื่องของเจ้าสิ่งนี้ กู้หย่วนเคยได้ยินกิตติศัพท์มาตั้งแต่ชาติก่อนจนถึงชาตินี้
"ที่นี่มีหวงจิงเยอะขนาดนี้เลยหรือ..."
กู้หย่วนมองดูหวงจิงในมือ แล้วหันไปมองรอบ ๆ ที่ยังมีต้นหวงจิงขึ้นอยู่อีกหลายต้น นอกจากความประหลาดใจแล้วเขายังรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง
"ดีล่ะ มีหวงจิงพวกนี้ ต่อให้ล่าสัตว์ไม่ได้ ข้าก็ขุดพวกมันไปขายในเมืองแลกเงินได้เหมือนกัน"
หวงจิงที่อยู่ตรงหน้านี้เป็นเรื่องที่เซอร์ไพรส์เขามากจริง ๆ!
ทันใดนั้น กู้หย่วนก็ไม่เกรงใจ เริ่มลงมือขุดทันที
เขาขุดหวงจิงออกมาได้หลายต้นติดต่อกัน แต่ละต้นมีขนาดค่อนข้างใหญ่ เห็นได้ชัดว่าอายุไม่น้อยเลยทีเดียว
กู้หย่วนเช็ดทำความสะอาดต้นหนึ่งก่อนจะลองกัดดูคำเล็ก ๆ รสชาติของมันนุ่มเหนียวและหวานนิด ๆ ติดรสขมจาง ๆ ก็ถือว่ารสชาติไม่เลวนัก
ทว่าของสิ่งนี้ไม่ควรสิรับประทานดิบ ๆ
แต่หลังจากที่กินเข้าไปเพียงคำเล็ก ๆ กู้หย่วนกลับรู้สึกชัดเจนว่าร่างกายที่เคยอ่อนล้าเริ่มฟื้นฟูกำลังกลับมาในเวลาไม่นาน
"ของดีจริง ๆ!"
ดวงตาของกู้หย่วนเป็นประกาย เมื่อมั่นใจว่าหวงจิงมีสรรพคุณยอดเยี่ยม เขาก็เริ่มอยากรู้ว่าในบริเวณนี้จะมีหวงจิงอยู่มากแค่ไหน
เขาลุกขึ้นเดินสำรวจไปรอบ ๆ และพบว่าพื้นที่แห่งนี้ราวกับเป็นแหล่งเพาะพันธุ์หวงจิงป่า
ต้นหวงจิงทั้งขนาดเล็กและใหญ่มีให้เห็นแทบทุกที่ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อกู้หย่วนเดินต่อขึ้นไปบนลาดเขา เขาก็พบกับพื้นที่ราบเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง
ที่นั่นมีต้นหวงจิงอยู่ไม่กี่ต้นที่ดูแตกต่างจากต้นอื่นอย่างเห็นได้ชัด ใบของมันใหญ่กว่า ลำต้นแข็งแรงกว่า แม้แต่ก้านและใบก็ดูเขียวขจีมันวาวราวกับหยก ดูไม่ธรรมดาเลยสักนิด!
ท่ามกลางดงหวงจิงรอบ ๆ พวกมันดูโดดเด่นราวกับหงส์ในหมู่กา
ไม่รู้ว่าพวกมันเติบโตมานานกี่ปีแล้ว!
"หวงจิงพวกนี้ หรือจะเป็นสมุนไพรวิญญาณตามตำนาน?"
กู้หย่วนรู้สึกไม่แน่ใจ
คนรุ่นเก่าในหมู่บ้านมักจะบอกว่า เมื่อสมุนไพรมีอายุถึงเกณฑ์หนึ่ง และได้รับไอสุริยันจันทราและปราณวิญญาณแห่งฟ้าดิน มันจะวิวัฒนาการกลายเป็นสมุนไพรวิญญาณ ซึ่งมีสรรพคุณที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก!
ทว่าสิ่งที่ทำให้กู้หย่วนรู้สึกตกตะลึงที่สุดไม่ใช่ต้นหวงจิงที่น่าจะเป็น 'สมุนไพรวิญญาณ' เหล่านี้ แต่เป็นโครงกระดูกสีขาวโพลนหลายร่างที่หมอบราบอยู่บนพื้นข้างต้นหวงจิงพวกนั้น!
โครงกระดูกเหล่านั้นมีทั้งของคนและสัตว์ ทุกร่างผุพังไปตามกาลเวลา และกระดูกยังมีสีดำจาง ๆ
และที่แปลกประหลาดที่สุดคือ ในบริเวณนี้กลับเงียบเชียบผิดปกติ ไม่มีทั้งเสียงสัตว์ป่าหรือเสียงนกเลยแม้แต่น้อย
"เดี๋ยวก่อน มีบางอย่างไม่ถูกต้อง..."
กู้หย่วนเริ่มตระหนักถึงความผิดปกติ หัวใจของเขาเริ่มระแวดระวังขึ้นมา
โดยเฉพาะเมื่อเขาสังเกตเห็นดาบยาวที่ขึ้นสนิมกรังข้างซากศพหนึ่ง และกลิ่นคาวเหม็นเน่าที่โชยมาแตะจมูก ประกอบกับกระดูกที่กลายเป็นสีดำ ความสงสัยในใจก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
"อาหวง เราไปกันเถอะ!"
กู้หย่วนรู้สึกหนังหัวพองวาบ เขาเรียกอาหวงเพื่อจะรีบหนีไปจากที่นี่
แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจคือ อาหวงกลับนิ่งเฉย เมื่อหันไปมองก็พบว่าตอนนี้อาหวงกำลังนอนหมอบตัวสั่นเทาอยู่บนพื้นด้วยความหวาดกลัว ราวกับถูกบางสิ่งบางอย่างข่มขวัญจนขยับไปไหนไม่ได้
ไม่ว่าเขาจะเรียกอย่างไร มันก็ไม่ได้ยิน
"ไอ้เจ้าขี้ขลาดเอ๊ย ใจเสาะจริง ๆ! ข้าเพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้เองว่าทำไมเขาถึงมีสำนวนว่าใจปลาซิว!"
กู้หย่วนสบถเบา ๆ ก่อนจะคว้าตัวมันมาถือไว้ในมือแล้วรีบถอยหลังออกมาทันที
สวบ สวบ สวบ—
ทว่ากู้หย่วนเพิ่งจะถอยออกมาได้เพียงไม่กี่ก้าว เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างแผ่วเบา คล้ายกับมีอะไรบางอย่างเสียดสีกับพื้น
เขาเพ่งมองดูให้ดี จึงพบว่าต้นเสียงนั้นมาจากตะขาบสีเขียวเข้มคล้ำประดุจเหล็กกล้าตัวหนึ่งที่ยาวกว่าสองฟุต มันกำลังเลื้อยออกมาจากใต้ซากศพร่างหนึ่ง
ตะขาบยักษ์ตัวนี้มีเปลือกนอกที่แข็งแกร่งและวาววับราวกับโลหะ ก้ามของมันแหลมคมเหมือนใบมีดและมีสีน้ำเงินเข้มอาบยาพิษ ขาจำนวนมากใต้ท้องของมันเปรียบเสมือนตะขอเหล็กแหลมคมที่ทอประกายเย็นเยียบ ทุกครั้งที่มันก้าวเดินจะทิ้งรอยขีดข่วนไว้บนพื้นหินที่แข็งกระด้าง!
ทุกที่ที่ตะขาบยักษ์ตัวนี้เลื้อยผ่าน จะมีหมอกสีเทาจาง ๆ แผ่ออกมาจากตัวมัน กัดกร่อนต้นหญ้ารอบข้างจนแห้งเหี่ยวกลายเป็นสีดำ พร้อมกับเสียงฉ่า ๆ ของการกัดกร่อน
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน