ตอนที่ 3
เชี่ย! มีโปรหลุด!
1,557 คำ~8 นาที
“เอ้า จะโกงไปไหนเนี่ย ฆาตกรเก่งขึ้นเรื่อยๆ ได้ด้วยเหรอ?”
หลังจากได้ยินเสียงจากเทพทรู หลี่เฉินก็อดบ่นพึมพำไม่ได้ นี่น่ะเหรอความยากระดับง่าย? บอกว่าเป็นนรกระดับล้างโลกยังจะดูเข้าท่ากว่า!
“เทพทรูคนนั้นคงได้รับคำเตือนเรื่องโควตาการใช้เสียงสื่อสารเหมือนกัน แต่ก็ยังยอมใช้ แสดงว่าต่อให้แค่ซ่อมเครื่องปั่นไฟเสร็จแค่สองเครื่อง พลังของฆาตกรก็ต้องเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลแน่ๆ”
“ถ้าคิดแบบนั้น หลิวซิ่วเจินก็ดันทำเรื่องไร้สาระจนกลายเป็นเรื่องดีไปซะงั้น? ถ้าปล่อยให้เครื่องปั่นไฟซ่อมเสร็จสามเครื่อง เทพทรูคนนั้นอาจจะต้านไม่ไหวจริงๆ ก็ได้”
หลี่เฉินรู้สึกทึ่ง แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังหงุดหงิดกับนิสัยของนางอยู่ดี...
“ไม่ไหวแล้วโว้ย! จะตายแล้ว!”
เวลาผ่านไปอีกสิบกว่านาที จ้าวเหยียนเริ่มจะต้านทานไม่ไหว การหนีตายซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย
โลกความจริงไม่ได้เหมือนในเกม แรงกายของมนุษย์มีจำกัด จ้าวเหยียนเองก็เป็นแค่เด็กติดเกมคนหนึ่ง การต้องวิ่งหนีสุดชีวิตแบบนี้ติดต่อกันเกือบครึ่งชั่วโมงถือว่าขีดจำกัดแล้ว
เขาเหลือบดูความคืบหน้าของทีม แม้ตอนนี้จะยังอยู่ที่ 2/5 แต่จากการแอบดูหลายครั้ง เขาก็เห็นว่ามีเครื่องปั่นไฟอีกสองเครื่องที่ถูก 'แช่ไฟ' ไว้แล้ว ส่วนซูเสวี่ยหานกับหลี่เฉินเองต่างก็กำลังซ่อมเครื่องปั่นไฟเครื่องที่สามของตัวเอง โดยมีความคืบหน้าเกินครึ่งแล้ว
“ภารกิจฉันจบแล้ว!”
จ้าวเหยียนคิดในใจเงียบๆ ก่อนจะรีบวิ่งไปอีกทาง ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ตรงนั้นน่าจะช่วยให้เขาสลัดแจ็คหลุดได้
ชั่วครู่ต่อมา เมื่อถึงทางโค้ง จ้าวเหยียนก็กดใช้สกิลของเขาทันที
“มายากล!”
ร่างของเขาหยุดชะงักไปแวบหนึ่ง ก่อนจะเลี้ยวโค้งวิ่งไปอีกทาง ทิ้งให้แสงสีแดงที่ไล่ตามหลังมาต้องคว้างเปล่า
จ้าวเหยียนที่อยู่ในสถานะล่องหนไม่กล้าประมาท แม้จะล่องหนอยู่แต่เขาก็รู้ดีว่าเสียงฝีเท้ายังคงมีอยู่ ต้องระวังให้ดี
เมื่อทิ้งระยะห่างได้พอสมควร เขาจึงค่อยๆ มุดเข้าไปในตู้เก็บของอย่างระมัดระวัง
เจ้าแห่งตู้ จ้าวเหยียน ออนไลน์!
“สู้มาทั้งชีวิต จะขอพักสบายๆ บ้างไม่ได้หรือไง? ตอนนี้สิทธิ์การนอนรอรับชัยชนะเป็นของฉันแล้ว!”
จ้าวเหยียนบอกกับตัวเองแบบนั้น
ทางด้านแจ็ค เมื่อเห็นเหยื่อหายไปต่อหน้าต่อตาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง มันหงุดหงิดจนสะบัดกรงเล็บมือใบมีดอย่างเกรี้ยวกราด ก่อนจะมองเห็นอะไรบางอย่างและเดินหายไปในอากาศ
หลี่เฉินมองความคืบหน้าในการซ่อมของตัวเองที่อยู่ที่ 70%
“แปลกแฮะ ทำไมไม่มีประกาศว่าเทพทรูยังยื้อฆาตกรอยู่ล่ะ?”
ตอนที่ความคืบหน้าของเขายังไม่ถึง 20% เขาได้ยินประกาศว่าเทพทรูยื้อฆาตกรได้ถึง 1,500 วินาทีตามกฎเดิม ทุกห้านาทีระบบจะแจ้งหนึ่งครั้ง ตอนนี้เวลาผ่านไปเกินห้านาทีแล้ว แต่ยังไม่มีประกาศ แสดงว่าเทพทรูน่าจะเลิกยื้อฆาตกรแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่เฉินจึงเช็กสถานะของเทพทรู ดูเหมือนไอคอนจะยังสว่างอยู่ ไม่ได้หายไป แสดงว่าเจ้าตัวคงยังสบายดี
“ถ้าแบบนั้น ฉันต้องระวังตัวให้มากกว่านี้แล้ว!”
เขากวาดสายตามองรอบๆ ทุกอย่างเงียบกริบ ทันใดนั้นหลี่เฉินก็นึกอะไรบางอย่างออกและรีบทดสอบทันที
[ไม่พบเป้าหมายที่ขโมยพลังได้ในบริเวณใกล้เคียง!]
[ไม่พบเป้าหมายที่ขโมยพลังได้ในบริเวณใกล้เคียง!]
“เยี่ยม! ใช้กลไกของสกิลแบบนี้ตรวจสอบว่ามีฆาตกรอยู่ใกล้ๆ หรือเปล่าได้ด้วย” หลี่เฉินดีใจ อย่างน้อยก็ไม่ต้องกลัวการลอบโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวแล้ว
...
“ออกไปนะเว้ย!”
ที่ประตูใหญ่ของคฤหาสน์ หลิวซิ่วเจินกำลังกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง เธอโดดตบไล่ฝูงอีกาที่บินวนอยู่บนหัวตนเอง แม้พวกมันจะไม่ได้ทำอันตรายอะไร แต่มันก็เป็นสัญลักษณ์ของความโชคร้าย
เมื่อเห็นว่าไล่อีกาไม่ไป หลิวซิ่วเจินก็เลิกสนใจแล้วหันมาเช็กสถานะของคนอื่นแทน
เห็นซูเสวี่ยหานกับหลี่เฉินกำลังจะซ่อมเครื่องปั่นไฟเสร็จ และนึกขึ้นได้ว่าเสียงประกาศเรื่องฆาตกรเงียบไปนานแล้ว
“ไอ้เด็กนั่นคงตายไปแล้วล่ะมั้ง!” หลิวซิ่วเจินสรุปผลในหัวทันที เห็นไหม กลยุทธ์ของเธอไม่มีทางพลาด แค่รอให้เครื่องปั่นไฟครบห้าเครื่อง เธอก็จะชิ่งหนีผ่านประตูใหญ่นี่ไปเลย!
“ซ่อมให้เสร็จเลยค่ะ หลี่เฉิน ความคืบหน้าฉันเท่าคุณแล้ว เดี๋ยวฉันจะไปซ่อมเครื่องที่ฉันแช่ไว้เอง” ซูเสวี่ยหานใช้โอกาสสื่อสารของเธอ
[ซ่อมเครื่องปั่นไฟครบสามเครื่องแล้ว!]
[ซ่อมเครื่องปั่นไฟครบสี่เครื่องแล้ว!]
[ซ่อมเครื่องปั่นไฟครบห้าเครื่องแล้ว เปิดประตูทางออกได้!]
เพียงชั่วพริบตา เครื่องปั่นไฟทั้งห้าก็ถูกซ่อมจนเสร็จสิ้น
จ้าวเหยียนที่แอบอยู่ในตู้รีบเปิดประตูออกมาแล้ววิ่งไปทางประตูทางออกที่ส่องแสงสีเหลืองนวล
หลิวซิ่วเจินที่ไวเป็นกรดรีบพุ่งไปที่ประตูทันที
[ต้องการเปิดประตูทางออกหรือไม่?]
“ไอ้บ้าเอ๊ย ถามมาได้!”
หลิวซิ่วเจินสบถแล้วกด ‘ตกลง’ ด้วยความเร็วแสง
[กำลังเปิดประตู! 1%, 2%...]
“ใกล้จะได้ออกไปจากนรกนี่แล้ว การได้เห็นคนอื่นทำงานให้เรานี่มันสบายจริงๆ!”
หลิวซิ่วเจินรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่อง เธอเริ่มเข้าใจถึงความสุขของการเอาเปรียบคนอื่น
แต่เธออาจจะยังไม่เคยได้ยินประโยคที่ว่า ‘ความมืดมิดที่สุด คือช่วงเวลาก่อนรุ่งสาง!’
[ประตูทางออกเปิดแล้ว!]
หลิวซิ่วเจินดีใจสุดขีด กำลังจะก้าวเท้าเข้าไป แต่แล้วเสียงประหลาด ‘ฉึบ!’ ก็ดังมาจากด้านหลัง พร้อมกับความเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่บริเวณท้อง
ก้มลงมองก็พบกรงเล็บเหล็กกล้าเสียบทะลุผ่านช่องท้องของเธอไว้อย่างแน่นหนา
ยังไม่ทันได้ขัดขืน แรงกระชากมหาศาลก็ดึงเธอลอยหวือไปหาฆาตกรที่ลากเธอมา
หลิวซิ่วเจินกัดฟันข่มความเจ็บปวด หันกลับไปมองว่าไอ้ตัวอะไรกันที่ลากเธอมา
แต่สิ่งที่เห็นกลับมีเพียงความว่างเปล่า!
“แก... แกเป็นใครกันแน่?”
ภาพที่น่าสยดสยองตรงหน้าทำให้เธอตัวแข็งทื่อ ความกลัว ความสิ้นหวัง และความโกลาหลถาโถมเข้าใส่จนทำอะไรไม่ถูก
ราวกับจะตอบคำถามนั้น แจ็คค่อยๆ ปรากฏตัวออกมาจากสถานะล่องหน ดวงตาสีแดงฉานหลังหน้ากากจ้องเขม็งมาที่หลิวซิ่วเจิน ก่อนจะยกมือขวาที่เป็นใบมีดขึ้นสูงแล้วแทงทะลุร่างเธอซ้ำลงไปอีกครั้ง
โดนไปอีกหนึ่งฉึก หลิวซิ่วเจินที่เคยมีลมหายใจรวยรินก็สิ้นใจในทันที
“นี่มันโหดไปแล้ว! โซ่พิฆาตดึงมาแล้วซ้ำด้วยมีดเสียบทะลุใจเลยเหรอเนี่ย”
หลี่เฉินที่เดินตามแสงไฟมาเห็นเหตุการณ์อันรุนแรงเข้าก็ตกใจจนตัวสั่น
[ต้องการคัดลอกความสามารถของเป้าหมายหรือไม่?]
[คัดลอกความสามารถสำเร็จ: ล่องหนในหมอก]
[ล่องหนในหมอก: เมื่อไม่เคลื่อนไหวอย่างรุนแรง คุณจะเข้าสู่สถานะล่องหน การกระทำหรือการโจมตีใดๆ จะทำให้สถานะล่องหนยกเลิก]
“สกิลล่องหน ดูไม่เลวเลยนี่!” หลี่เฉินรีบย่อตัวลงตรงมุมกำแพง แอบสังเกตการณ์แจ็คเงียบๆ
รอให้ฆาตกรไปโจมตีคนอื่นก่อน แล้วเขาค่อยแอบเผ่นหนีออกไปทางประตู ใครทำใครได้ ต่างคนต่างอยู่ ไม่ติดค้างใคร!
อีกอย่าง ฆาตกรโหดขนาดนี้ รักษาชีวิตตัวเองไว้สำคัญที่สุด
ไม่นานนัก หลี่เฉินก็พบว่าร่างของตนเองค่อยๆ จางหายกลายเป็นอากาศธาตุ หลอมรวมไปกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ
“เคยฝันมาตลอดว่าถ้าได้สกิลล่องหนจะเอาไปทำอะไรบ้าง ไม่นึกเลยว่าจะได้จริงๆ น่าเสียดายที่มันมีจำกัดเวลา พอจบเกมสกิลก็หายไป”
ยังไม่ได้ใช้สกิลนี้ทำเรื่องมีประโยชน์เลย! หลี่เฉินรู้สึกเสียดายอย่างบอกไม่ถูก
[ต้องการตรึงสกิล 'ล่องหนในหมอก' ไว้ถาวรหรือไม่?]
เสียงแจ้งเตือนที่ต่างไปจากเดิมดังขึ้นในหัวของหลี่เฉิน
เขาก้มลงมองเพียงปราดเดียว ก็ไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป
“เชี่ย! มีโปรหลุด!”
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน