ตอนที่ 3
หลอกมาเป็นเมีย
1,682 คำ~9 นาที
“ใครว่าไม่นับ แล้วที่นายเคยบอกว่าจะเลี้ยงข้าวฉันน่ะ ครั้งนี้ควรจะทำตามสัญญาได้แล้วไม่ใช่หรือไง?”
เยี่ยชิวพยักหน้า “งั้นไปกินด้วยกันสิ”
“ไปด้วยกัน?” เฉินหมิงกังมองไปรอบๆ ก่อนจะสังเกตเห็นเสิ่นฉู่เถียนที่ดูไร้ตัวตนอยู่ด้านหลังเยี่ยชิว
“เอาเถอะ นายเป็นคนเลี้ยง จะกี่คนก็ช่างเถอะ”
ภายในโรงอาหาร เยี่ยชิวกับเฉินหมิงกังถือถาดเดินไปข้างหน้า เลือกตักอาหารที่ต้องการตามช่องต่างๆ
เสิ่นฉู่เถียนเดินตามหลังทั้งสองคนอย่างเงียบๆ โดยรักษาระยะห่างเอาไว้เสมอ แม้ในใจจะดูเหม่อลอยไปบ้าง แต่เธอก็ระมัดระวังจนไม่เดินไปชนใครเข้า
“คุณเสิ่น พวกเราสองคนจัดการตักเองได้ คุณไปหาที่นั่งรอก่อนเถอะ”
เสิ่นฉู่เถียนพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย แล้วเดินไปหาที่นั่งรอ ตอนนี้ยังไม่ใช่ช่วงเวลาคนเยอะ โรงอาหารจึงมีที่ว่างอยู่มาก เธอเลือกที่นั่งติดหน้าต่าง
ถึงจะชินกับการกินหมั่นโถวเป็นมื้อเย็นอยู่แล้ว แต่พออยู่ในโรงอาหารที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหาร ท้องของเสิ่นฉู่เถียนก็ดันส่งเสียงร้องประท้วงออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
ใบหน้าของหญิงสาวขึ้นสีระเรื่อ เธอได้แต่ลูบท้องเบาๆ เพื่อปลอบประโลม ‘ถือเสียว่าเป็นรางวัลให้ตัวเองสักมื้อแล้วกัน พรุ่งนี้กับมะรืนตอนกลางวันค่อยลดปริมาณอาหารลงหน่อย’
อีกด้านหนึ่ง เยี่ยชิวพาเฉินหมิงกังเดินวนไปตามช่องตักอาหารต่างๆ
“ป้าครับ ขออันนี้หนึ่งที่”
“ผมขอไก่จานนี้หนึ่งที่ครับ”
“ผัดพริกหยวกใส่เนื้อหนึ่งที่ครับ”
ไม่นานนัก ถาดอาหารของทั้งสามคนก็เต็มไปด้วยกับข้าว
มหาวิทยาลัยเจียงต้ามีโรงอาหารทั้งหมดสี่แห่ง ได้แก่ ซิน, หนาน, ชิน และซี อาหารในมหาวิทยาลัยถือว่าไม่แพงนัก ส่วนใหญ่ราคาอยู่ที่ 2-3 หยวน หรือบางอย่างก็แค่ 1 หยวนเท่านั้น
เมื่อเยี่ยชิวถือถาดอาหารสองถาดใหญ่มาถึงโต๊ะ เสิ่นฉู่เถียนก็เบิกตากว้าง
“กินไม่หมดหรอกค่ะ ตักมาเยอะเกินไปแล้ว”
ในใจเสิ่นฉู่เถียนรู้สึกหนักใจ ถ้ากินมื้อนี้เข้าไป พรุ่งนี้ทั้งวันเธอคงต้องกินแต่หมั่นโถวแน่ๆ
“ไม่เยอะหรอก ผมก็หิวพอดี ไม่ได้กินอาหารโรงอาหารมานานแล้ว ถ้าคุณกินไม่หมดก็ยกให้ผมเอง” เยี่ยชิวพูดพลางยิ้ม ซึ่งนั่นเป็นเรื่องจริง เขาไม่ได้มากินนานจนเริ่มคิดถึงรสชาติอาหารโรงอาหารมหาวิทยาลัย เห็นอะไรก็น่ากินไปหมด
เสิ่นฉู่เถียนพยักหน้าก่อนจะก้มหน้าก้มตากินเงียบๆ แต่เธอก็เลือกกินแต่พวกผัก ไม่ค่อยแตะต้องของคาวเลย
เยี่ยชิวแกล้งกระแอม “คุณเสิ่น กินผัดพริกหยวกกับไก่นี่สิ แล้วก็หมูสามชั้นนึ่งผักกาดแห้งนี่ด้วย”
พูดจบ เขาก็ไม่สนใจท่าทีของเสิ่นฉู่เถียน จัดการคีบกับข้าวพวกนั้นใส่ลงในจานของเธอ
เสิ่นฉู่เถียนลังเลเล็กน้อย แต่พอมองเห็นสายตาดุๆ ของอีกฝ่าย ก็เลยยอมคีบกับข้าวที่เยี่ยชิวใส่ให้เข้าปากทีละนิด... รสชาติอาหารที่กินหลายๆ คนนี่มันอร่อยกว่ากินคนเดียวจริงๆ ด้วย
เมื่อเห็นเสิ่นฉู่เถียนยอมกินแล้ว เยี่ยชิวก็พอใจและเริ่มจัดการอาหารของตัวเองบ้าง
สักพัก เฉินหมิงกังที่ถือถาดอาหารตามมาก็เอ่ยขึ้น “พี่ชิว นายตักมาเยอะไปหรือเปล่าเนี่ย?”
“มื้อเที่ยงกินไม่อิ่ม ช่วงบ่ายเลยอยากกินอะไรหนักๆ หน่อย”
การได้มากินข้าวกับเฉินหมิงกังทำให้เยี่ยชิวหวนนึกถึงช่วงเริ่มต้นทำธุรกิจ ครั้งหนึ่งบริษัทเกือบจะล้มละลาย ทั้งคู่มีกินแค่ข้าววันละมื้อ บางช่วงต้องทนกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปติดต่อกันเป็นเดือน แม้ปากจะบ่นไปบ้าง แต่เฉินหมิงกังก็ไม่เคยทิ้งเขาไปไหน นี่แหละคือเพื่อนตาย
“ไม่ต้องรีบ ค่อยๆ กิน”
เมื่อเยี่ยชิวกับเฉินหมิงกังจัดการอาหารในถาดตัวเองหมดก่อน แล้วเห็นหญิงสาวทำท่าลนลาน เยี่ยชิวจึงส่งสัญญาณบอกให้เธอไม่ต้องรีบ
ไม่นานนัก เสิ่นฉู่เถียนที่กินคำเล็กๆ ก็จัดการจนหมด หญิงสาวดูลังเลใจเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าก้มตาหยิบเงินสดที่ยับยู่ยี่ออกมาจากกระเป๋า
“คุณเยี่ย... ให้ค่ะ”
เมื่อเห็นท่าทางดื้อรั้นของหญิงสาว เยี่ยชิวก็รู้ว่าเธอไม่อยากรับของเขาเปล่าๆ เขาจึงหยิบเงินแบงก์ห้าหยวนมาหนึ่งใบ “ทำหมั่นโถวคุณเปื้อน แถมกับข้าวส่วนใหญ่ผมก็เป็นคนกินเอง จ่ายแค่ห้าหยวนก็พอแล้ว”
“แต่ว่า... ตอนกลางวันที่ฉันกินมันไม่ได้ราคาถูกขนาดนี้นี่คะ?” เสิ่นฉู่เถียนถามเสียงอ้อมแอ้ม
“ก่อนหกโมงเย็นโรงอาหารซินหยวนมีโปรโมชั่นบุฟเฟต์ครึ่งราคาน่ะ” เฉินหมิงกังรีบพูดแก้ต่างให้
“งั้น... ตกลงค่ะ”
เมื่อได้ยินคำอธิบายจากเฉินหมิงกัง เสิ่นฉู่เถียนก็ไม่ขัดขืนอีกและเตรียมตัวจะกลับ แต่ทว่าแขนเสื้อของเธอกลับถูกเยี่ยชิวคว้าไว้เสียก่อน ทำเอาเสิ่นฉู่เถียนตัวสั่นสะท้านในใจ
เจ้าคนนิสัยไม่ดีที่ชอบดุคนนี้จะทำอะไรอีก? หรือเขาตั้งใจจะใช้มื้ออาหารนี้มาต่อรองเพื่อไม่ให้เธอจดชื่อเขาเวลาขาดเรียนหรือมาสายในคาบเช้าคาบเย็นกันนะ?
“คาบเช้าคาบเย็น... ยังไงก็ต้องเช็กชื่อนะคะ” เสิ่นฉู่เถียนก้มหน้าพูดตะกุกตะกัก
“เช็กชื่อ?”
เยี่ยชิวไม่เข้าใจว่าเธอคิดอะไรอยู่ เขาจึงเอ่ยจุดประสงค์จริงๆ ออกมา
“คุณเสิ่น ผมมีเรื่องรบกวนคุณหน่อย”
“เรื่องอะไรคะ?” ดวงตาคู่สวยของเสิ่นฉู่เถียนกลอกไปมาด้วยความอยากรู้
“ผมรู้สึกว่าหมั่นโถวที่คุณทำมันอร่อยดี” เยี่ยชิวลูบหน้าตัวเอง “เพราะงั้นเงินห้าหยวนนี้ให้คุณ ต่อไปฝากคุณซื้อหมั่นโถวมาให้พวกเราทุกวันด้วยนะ ถือเป็นการขอบคุณ ผมจะเลี้ยงมื้อเย็นคุณทุกวันเอง”
พูดจบ เยี่ยชิวก็ส่งแบงก์ห้าหยวนที่ยับยู่ยี่ไปให้
เสิ่นฉู่เถียนก้มหน้าไม่ได้ตอบอะไร
“ทำไมล่ะ? ไม่ได้เหรอ?” เยี่ยชิวถามด้วยความสงสัย
เสิ่นฉู่เถียนอึกอัก “แต่ก่อนหน้านี้คุณบอกว่า... หมั่นโถวแป้งสดไม่ใช่ของที่คนกินกันนี่คะ”
“ผมไม่เคยพูดแบบนั้นสักหน่อย คุณคงจำผิดแล้วล่ะ หมั่นโถวเป็นของดีนะ เรื่องนี้เอาตามนี้แหละ”
“ใช่ๆ หมั่นโถวอร่อยจะตายไป” เฉินหมิงกังช่วยเสริม
พูดจบเยี่ยชิวก็ยัดเงินใส่มือเสิ่นฉู่เถียนทันที ไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวได้ปฏิเสธ
หลังจากกินข้าวเสร็จ เยี่ยชิวกับเฉินหมิงกังก็ลุกขึ้นเดินกลับหอพักชาย
อีกด้านหนึ่ง เสิ่นฉู่เถียนยืนอยู่ที่เดิมมองดูธนบัตรในมือด้วยสีหน้าซับซ้อน แม้เยี่ยชิวจะเปลี่ยนไปบ้างแล้ว แต่เขาก็ยังเป็นคนที่ดูดุจังเลยนะ เขาชอบกินหมั่นโถวจริงๆ อย่างนั้นหรือ?
ระหว่างทางกลับหอพัก เฉินหมิงกังถามด้วยความอยากรู้ “พี่ชิว นายกำลังจีบเสิ่นฉู่เถียนอยู่เหรอ?”
เยี่ยชิวพยักหน้า “อืม ไม่ใช่จีบหรอก เรียกว่าหลอกมาเป็นเมียจะถูกกว่า”
เฉินหมิงกังเงียบไปครู่หนึ่ง “ดูท่าทางนายจะเอาจริงนะ แต่หัวหน้าชั้นอย่างหลี่ตงฉิงไม่สวยกว่าเหรอ?”
เยี่ยชิวครุ่นคิด “ความชอบแต่ละคนไม่เหมือนกัน ต่อให้น้ำในแม่น้ำมีสามพันสาย ผมก็ขอตักดื่มแค่เสิ่นฉู่เถียนคนเดียว” เขาตัดสินใจแล้วว่าชาตินี้จะไม่ปล่อยให้สาวน้อยที่เป็นดั่งสมบัติล้ำค่าของเขาต้องหลุดมือไปอีก
“เอ้านี่ กังจื่อ กินหมั่นโถวเป็นของหวานล้างปากซะหน่อย” เยี่ยชิวหยิบหมั่นโถวสองก้อนออกมาแล้วส่งให้เฉินหมิงกังหนึ่งก้อน
เฉินหมิงกังรับมาแล้วกัดกินไปไม่กี่คำ “ถึงจะแข็งไปหน่อยแต่รสชาติก็ใช้ได้”
เยี่ยชิวเคี้ยวหมั่นโถวของตัวเอง “อืม รสชาติโอเคเลยล่ะ แค่ไม่ค่อยมีคุณค่าทางสารอาหารเท่าไหร่”
“จริงสิ ไอ้ก้อนนั้นน่ะ เมื่อกี้ตกพื้นนะ” เยี่ยชิวพูดขึ้นกะทันหัน
เฉินหมิงกัง: “???”
เฉินหมิงกัง: “พี่ชิว นายจะจีบเสิ่นฉู่เถียนก็จีบไป อย่าดึงฉันเข้าไปเกี่ยวสิ ฉันไม่อยากเป็นก้างขวางคอ!”
“ไม่ได้หรอก พี่น้องกัน มื้อเย็นก็ต้องกินด้วยกันสิ”
เฉินหมิงกังอยากจะร้องไห้ ต่อไปนอกจากต้องทนกินหมั่นโถวแล้วยังต้องทนกินอาหารหมาอีกเหรอเนี่ย? นี่คนเขาทำกันที่ไหนกัน!
หอพัก 315 อาคารซินหยวน มหาวิทยาลัยเจียงต้า
ภายในห้องมีนักศึกษาสาวคนหนึ่งกำลังดูซีรีส์ อีกคนกำลังอ่านนิยาย ส่วนอีกคนกำลังแชทผ่าน QQ แต่ทว่าในเวลานี้พวกเธอกลับเบนสายตาไปที่มุมห้องมุมหนึ่ง ตรงนั้นเสิ่นฉู่เถียนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยสายตาที่ว่างเปล่าราวกับคนไม่มีวิญญาณ
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน