ตอนที่ 2
นี่มันไม่ได้เรียกว่าเจ๋ง แต่มันเรียกว่าสุดยอด!
1,544 คำ~8 นาที
ไม่นานนัก หวังซ่านหรู ก็เดินกลับมา พร้อมกับยาและน้ำที่ผสมเรียบร้อยแล้ว
“ไปลองดูเลย”
“ได้ครับ!”
เฉินฟานสะพายเครื่องพ่นยา แตะสวิตช์แล้วลงมือพ่นทันที
ไม่เลวเลยจริงๆ
พวกแมลงวันและแมลงต่างถูกพ่นจนตกลงมาราวกับห่าฝน เสียงดังแปะๆ
“ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!...”
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังถี่ระรัวเหมือนห่าฝนที่ตกลงมาไม่ขาดสาย สำหรับเขาแล้ว นี่คือเสียงเพลงที่ไพเราะที่สุดในโลก
เพียงสามนาที การต่อสู้ก็จบลง
ในบ่อขยะนั้น เต็มไปด้วยแมลงวันที่ถูกยาพิษตายเกลื่อนจนเป็นชั้นหนา
เมื่อเขามองดูที่หน้าต่างระบบ
ค่าพลังโลหิต: 94
เฉินฟานถึงกับผงะ ค่าพลังเพิ่มขึ้นมาเกือบ 12 หน่วย เทียบเท่ากับโอสถพลังโลหิตสองเม็ด ถ้าคิดเป็นเงิน ก็ตั้งสองสามหมื่นหยวนเลยทีเดียว
เขาหายใจเข้าลึกๆ หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงไม่มีทางเก็บเงินได้มากขนาดนี้ตลอดชีวิต
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้มีเงินซื้อโอสถพลังโลหิต ก็ต้องใช้เวลาบ่มเพาะร่างกายถึงหนึ่งเดือนเต็ม เพื่อดูดซับแรงยาได้อย่างเต็มที่
หันมาดูตัวเอง ตอนนี้ไม่ได้เสียเงินสักแดงเดียว แถมยังแทบไม่เสียเวลาเลยด้วย เพียงแค่สามห้านาที ก็เทียบเท่ากับที่คนอื่นต้องจ่ายเงินสองสามหมื่นหยวนแลกกับการฝึกฝนอย่างยากลำบากถึงสองเดือน
นี่มันไม่ได้เรียกว่าเจ๋งธรรมดาแล้ว แต่มันต้องเรียกเจ๋งระเบิดเถิดเทิง!
เฉินฟานตื่นเต้นจนแทบอยากจะตะโกนออกมา
หวังซ่านหรูยืนกอดอกยิ้มจางๆ ความเป็นวัยรุ่นนี่มันดีจริงๆ แค่ฆ่าแมลงไม่กี่ตัว ก็ตื่นเต้นเหมือนชนะสงครามหรือเก็บเงินก้อนโตได้ แถมค่าพลังยังพุ่งพรวดพราดอีก
การต่อสู้จบลงเร็วกว่าที่คิด ในถังยังมีน้ำยาเหลืออยู่
“คุณปู่หวังครับ ผมขอเอาไปตระเวนแถวอื่นก่อนนะ เดี๋ยวค่อยเอาไปคืนให้ครับ” เฉินฟานกล่าว
“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ เอาไปใช้เถอะ ปู่จะไปเดินเล่นต่อแล้ว” หวังซ่านหรูฮัมเพลงแล้วเดินจากไป
เฉินฟานแบกเครื่องพ่นยาออกจากโครงการหมู่บ้าน เมื่อเห็นแล้วว่าบ่อขยะให้ผลลัพธ์ดีเกินคาด เขาก็ตรงไปยังหมู่บ้านถัดไปทันที
หมู่บ้านข้างๆ มีชื่อว่าอวี้ชุ่ยซ่างฝู่ (หมู่บ้านหยกเขียว) ซึ่งใหญ่กว่าหมู่บ้านของเฉินฟานมาก
เขาเดินวนหาอยู่พักใหญ่ จนในที่สุดก็พบบ่อขยะของหมู่บ้านนั้น ซึ่งก็ใหญ่กว่าที่โครงการของเขาเช่นกัน เฉลฟานยิ้มแก้มปริ ไม่พูดพร่ำทำเพลง เริ่มต้นลุยต่อทันที
“ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!...”
ชาวบ้านแถวนั้นเห็นเฉินฟานกำลังขะมักเขม้นอยู่ที่บ่อขยะก็พากันสงสัย
“นั่นคนในหมู่บ้านเราหรือเปล่า?”
“ดูไม่คุ้นเลยนะ”
“ฉันรู้จักเขา เขาเป็นคนจากหมู่บ้านข้างๆ ที่ชื่อเฉินฟานมั้ง”
“อ๋อ เฉินฟานคนนั้นน่ะเหรอ ที่โดนลุงกับป้าบังคับให้ออกจากโรงเรียนเมื่อครึ่งปีก่อนน่ะ”
“ผัวเมียคู่นั้นมันเลวร้ายจริงๆ บังคับให้เฉินฟานลาออก แล้วเอาเงินค่าชดเชยของพ่อแม่เด็กไปส่งลูกตัวเองเรียนแทน”
“ใครจะไปค้านได้ล่ะ”
“ได้ยินมาว่าตอนเรียนเฉินฟานทำคะแนนพลังโลหิตได้ดีมาก ถ้าไม่ลาออก ป่านนี้คงได้เป็นจอมยุทธ์แล้วแท้ๆ”
“เฮ้อ น่าเสียดายเด็กคนนี้จริงๆ”
...ไม่กี่นาทีต่อมา เฉินฟานก็เดินออกมาจากหมู่บ้านอวี้ชุ่ยซ่างฝู่ ตอนนี้ยาในเครื่องพ่นหมดเกลี้ยงแล้ว
ชื่อ: เฉินฟาน
อายุ: 18
ระดับ: ไม่มี
ค่าพลังโลหิต: 112/200
จาก 94 เพิ่มเป็น 112 ค่าพลังโลหิตเพิ่มขึ้นมาถึง 18 หน่วย เทียบเท่ากับโอสถพลังโลหิตสามเม็ด
ตอนนี้ทั่วร่างของเฉินฟานอุ่นวาบ ราวกับมีความรู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูกแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
“เถ้าแก่ ทั้งหมดนี่เท่าไหร่ครับ?”
เฉินฟานวางเหล้าขาวเอ้อร์กัวโถวขวดหนึ่ง แฮมสองชิ้น และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสองห่อลงบนเคาน์เตอร์
“115 หยวน” เถ้าแก่เหลือบมองเพียงปราดเดียวก็คำนวณราคาให้เสร็จสรรพ ในยุคนี้ที่ทุกอย่างโกลาหล หลายอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบ สินค้าจึงมีราคาแพงมาก
เฉินฟานจ่ายเงินแล้วหอบของกลับบ้าน
ที่ผ่านมาเขามีเงินติดตัวไม่กี่ร้อยหยวน การจ่ายเงินถึง 115 หยวนในคราวเดียวถือว่าฟุ่มเฟือยที่สุดเท่าที่เคยทำมา
ที่ซื้อของกินมาเยอะแบบนี้ ไม่ใช่จะฉลองอะไรหรอก แม้จะกินมื้อเย็นมาแล้ว แต่เพราะค่าพลังโลหิตที่เพิ่มขึ้นและสมรรถภาพร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้น ทำให้เขาหิวขึ้นมาอีก
ส่วนเหล้าขาวเอ้อร์กัวโถวนั่น เขาซื้อไปฝากคุณปู่หวัง วันนี้ปู่ช่วยเขาไว้มาก เขารู้ดีว่าคุณปู่ชอบจิบเหล้า เขาไม่มีเงินซื้อเหล้าดีๆ ก็ต้องซื้อได้แค่เหล้าขาวเอ้อร์กัวโถวเพื่อแสดงความขอบคุณ
“โธ่เอ๊ย เด็กคนนี้ ขยันหาเงินยากลำบากแท้ๆ จะมาซื้อเหล้าให้ปู่ทำไมเรื่องแค่นี้เอง เกรงใจกันเกินไปแล้ว” หวังซ่านหรูพยายามจะคืนเงินให้ แต่เฉินฟานไม่ยอม ทั้งคู่ยื้อแย่งกันอยู่นาน
ในที่สุดเฉินฟานก็กลับถึงบ้าน ต้มน้ำ ลวกบะหมี่ ใส่แฮมลงไป ซัดจนเรียบเกลี้ยง แล้วถอนหายใจยาวด้วยความอิ่มใจ
ความรู้สึกอิ่มท้องนี่มันมีความสุขจริงๆ หลังจากอาบน้ำเสร็จ เขาก็เข้าสู่ห้วงนิทราด้วยความตื่นเต้น
คืนนั้นผ่านไปไวเหมือนโกหก
ตื๊ดๆๆ ตื๊ดๆๆ...
เสียงนาฬิกาปลุกดังตอนตีสี่ครึ่ง เฉินฟานปิดนาฬิกา ลุกขึ้นแต่งตัว ล้างหน้าล้างตาแล้วออกจากบ้าน
ข้างนอกฟ้ายังมืดสนิท แต่ร้านขายอาหารเช้าข้างทางเริ่มเปิดแล้ว เฉินฟานต้องกินมื้อเช้า เพราะไม่รู้ว่าวันนี้จะต้องรับงานหนักขนาดไหน ถ้าไม่กินคงไม่รอด
ปกติเฉินฟานจะกินซาลาเปาสี่ลูกกับโจ๊กหนึ่งถ้วย แต่วันนี้เขาสูบซาลาเปาลูกใหญ่ไปตั้ง 12 ลูก กับโจ๊กอีกสองถ้วย ถึงจะรู้สึกอิ่มแค่เจ็ดส่วน
แน่นอนว่าสิ่งที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับค่าพลังโลหิต ไม่ใช่แค่ความอยากอาหาร แต่รวมถึงพละกำลัง ความเร็ว และความคล่องตัวด้วย ถือว่าเป็นเรื่องดี เฉินฟานดีใจจะแย่
กินมื้อเช้าเสร็จ เขาก็รีบไปที่ตลาดแรงงาน แม้จะมีระบบแล้ว แต่ก็ยังทิ้งงานไม่ได้ เพราะต้องกินต้องใช้ ก่อนจะเป็นจอมยุทธ์ เขาต้องทำงานไปก่อน
อีกอย่าง หน่วยงานที่มาจ้างแรงงานชั่วคราวที่ตลาดแรงงานนี้ มีหลากหลายประเภท เฉินฟานคิดไว้แล้วว่าอยากหางานโรงฆ่าสัตว์ จะได้ทั้งเงินแล้วก็อัปเลเวลไปพร้อมกัน
จากบ้านไปตลาดแรงงาน ปกติเฉินฟานใช้เวลาเดินครึ่งชั่วโมง วันนี้เขาก็เดินแบบเดิมไม่รีบร้อน แต่กลับใช้เวลาเพียงยี่สิบนาทีเท่านั้น
ตลาดแรงงานนั้นกว้างขวาง ทุกวันจะมีคนนับหมื่นที่เหมือนเฉินฟานมาที่นี่เพื่อหางาน
เฉินฟานมาถึงค่อนข้างเช้า แต่ก็มีคนรออยู่เต็มไปหมดแล้ว
ภายในเขตปลอดภัย แม้จะมีงานมั่นคงอยู่บ้าง แต่มันก็แย่งกันหัวแตก พวกรวยกินรวย พรรคพวกเส้นสายสำคัญที่สุด ต่อให้เป็นญาติห่างๆ ถ้ามีเส้นสายก็ยังได้งาน แต่ถ้าไม่มีใครคอยหนุนหลัง ตลาดแรงงานก็ยินดีต้อนรับคุณ...
“เสี่ยวฟาน...”
เฉินฟานเพิ่งมาถึง ก็มีคนโบกมือเรียกเขาจากที่ไกลๆ เฉินฟานดีใจแล้วรีบเดินเข้าไปหา
“ลุงหลิว ลุงหัน ลุงหวัง มากันครบเลยนะครับ” เฉินฟานทักทาย
พวกเขาคือเพื่อนร่วมงานสามคนที่สนิทที่สุดของเฉินฟาน มักจะรับงานด้วยกันเสมอ ค่าพลังโลหิตของเฉินฟานต่ำที่สุด และในยามทำงาน ลุงๆ เหล่านี้ก็คอยช่วยเหลือเขาอยู่ตลอด
“กินข้าวเช้าหรือยัง?”
ลุงหลิว หรือ หลิวจื้ออัน ชายวัยกลางคนหน้ากลมผิวคล้ำ ผู้ที่มีค่าพลังโลหิตถึง 170 เอ่ยถาม
“กินแล้วครับ”
“ค่อยยังชั่ว”
“เก่งมากเสี่ยวฟาน งานเมื่อวานหนักนะเนี่ย ลุงนึกว่าจะเหนื่อยจนลุกไม่ไหวเสียอีก ไม่นึกว่าจะมาก่อนเวลาตั้งสิบนาที” ลุงหัน หรือ หันคัง เอ่ยชม เขาเองมีค่าพลัง 141 เมื่อวานยังแอบเพลีย แต่เฉินฟานค่าพลังแค่ 82 แท้ๆ
“เมื่อวานเหนื่อยจริงครับ แต่พอนอนตื่นมาก็ฟื้นแล้ว”
ทุกคนหัวเราะออกมาพร้อมกัน
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน