ตอนที่ 2

เกมวันสิ้นโลก

2,430 คำ~13 นาที
【เตรียมการโหลดเกมวันสิ้นโลก... โหลดสำเร็จ】 【กำลังโหลดส่วนเสริมดาวเคราะห์สีกรมท่า... โหลดสำเร็จ】 【เริ่มส่งมอบสิทธิ์ผู้เล่นและทรัพยากรพื้นฐาน โปรดเตรียมตัวรับ】 ในฐานะคนที่อ่านนิยายออนไลน์แนวแฟนตาซีมาทุกรูปแบบในชาติก่อน เมื่อได้ยินเสียงสังเคราะห์ทางอิเล็กทรอนิกส์นี้ มู่อิ๋งไม่ได้หัวเราะเยาะหรือคิดว่าเป็นเสียงแว่วไปเอง เธอรีบสาวเท้าไปยังจุดชมวิวที่อยู่ไม่ไกลซึ่งมีทัศนียภาพเปิดกว้างเพื่อสังเกตการณ์ทันที จากจุดนี้ เธอสามารถมองเห็นนักท่องเที่ยวที่กำลังปีนป่ายอยู่บนเส้นทางเดินเขาด้านล่างได้ ทว่าในเวลานี้ ฝนดาวตกที่ส่องประกายระยิบระยับบนท้องฟ้ากลับดึงดูดสายตามากกว่า เพียงชั่วไม่กี่อึดใจ ดาวตกเหล่านั้นก็พุ่งลงมาใกล้จนแทบประชิด และมีสองดวงที่พุ่งตรงมายังจุดที่เธอยืนอยู่ มู่อิ๋งรีบดึงกระเป๋าเป้มาสะพายไว้ที่หน้าอก เอื้อมมือเข้าไปในกระเป๋าเพื่อกุมด้ามมีดทำครัวไว้แน่น พร้อมกับถอยหลังด้วยความระแวดระวัง ในบรรดาดาวตกที่ใกล้ที่สุดสองดวงนั้น ดวงหนึ่งพุ่งตรงมาหาเธอราวกับมีระบบนำทางอัตโนมัติ ส่วนอีกดวงตกลงตรงกลางจุดชมวิว เมื่อมันลงถึงพื้น มู่อิ๋งถึงได้เห็นว่าพวกมันเป็นเพียงก้อนแสงกลมๆ ที่ลอยอยู่กลางอากาศสูงจากพื้นประมาณหนึ่งเมตร ก้อนแสงที่พุ่งมาหาเธอนั้นขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมีความสูงเท่าตัวคน เงาร่างของสิ่งที่ดูเหมือนมนุษย์ที่คอเอียงผิดรูปปรากฏให้เห็นลางๆ ภายใต้แสงนั้น เธอหันไปมองก้อนแสงอีกก้อนบนจุดชมวิว มันยังมีขนาดเท่าฝ่ามือและข้างในดูเหมือนจะมีวัตถุทรงสี่เหลี่ยมอยู่ ดูเหมือนว่าของบนจุดชมวิวจะเป็นสิ่งไม่มีชีวิต มู่อิ๋งจึงหยิบไม้แถวๆ นั้นขึ้นมาลองเขี่ยก้อนแสงดู ทันทีที่ไม้ขยับไปโดนของข้างใน ก้อนแสงก็สลายตัวไป ทิ้งไว้เพียงป้ายไม้สี่เหลี่ยมที่หล่นลงพื้นเสียงดัง 'แปะ' มู่อิ๋งหยิบขึ้นมาดู: "ป้าย... เจ้า..." ตัวอักษรนี้ไม่ใช่คันจิ แต่เป็นภาษาทางการที่สืออินเคยสอนเธอ เธอคุยรู้เรื่องแต่กลับอ่านออกเขียนได้ไม่เท่าไหร่ จึงจำได้แค่สองคำหลัง ส่วนที่เหลือก็ดูไม่ออกแล้วว่ามันคืออะไร ในตอนนั้นเอง กลิ่นเหม็นเน่าชวนสะอิดสะเอียนก็โชยมา มู่อิ๋งขมวดคิ้วแล้วรีบหันไปมอง กลิ่นนั้นมาจากก้อนแสงรูปมนุษย์นั่นเอง ตามที่เสียงประกาศบอกไว้ว่าจะส่งมอบสิทธิ์ผู้เล่นและทรัพยากรพื้นฐาน ถ้าลองจับคู่ดู ทรัพยากรเหล่านี้น่าจะหมายถึงป้ายเจ้าที่ดินนั่น ส่วนสิทธิ์ผู้เล่น... คงไม่ได้หมายถึงไอ้ซอมบี้ตัวเหม็นนี่หรอกนะ! ใช่แล้ว ซอมบี้... จากกลิ่นเหม็นรุนแรงและผิวหนังที่เน่าเฟะของมัน ภาพที่ปรากฏออกมาตรงหน้าดูเหมือนจะก๊อปปี้วางมาจากหนังเรื่องเรซิเดนท์อีวิลในชาติก่อนไม่มีผิดเพี้ยน ซอมบี้ตัวนั้นบิดร่างกายไปมาอยู่ภายในก้อนแสงที่เป็นเหมือนกรงขัง แต่แสงนั้นกำลังชืดจางลงด้วยความเร็วที่มองเห็นด้วยตาเปล่า อีกไม่นานมันคงจะหลุดออกมาได้แน่ มู่อิ๋งกวาดสายตามองไปไกลๆ บนเส้นทางเดินเขาด้านล่าง เธอเห็นก้อนแสงรูปมนุษย์ปรากฏขึ้นข้างตัวนักท่องเที่ยวทุกคนอย่างไม่มีขาดมีเกิน ราวกับเกล็ดทองที่โรยอยู่ในฝูงมด ช่างมันก่อน! มู่อิ๋งสูดลมหายใจลึกแล้วกลั้นใจไว้ เธออ้อมไปด้านหลังซอมบี้ ชักมีดทำครัวที่เตรียมไว้ป้องกันตัวออกมา เล็งไปที่คอของมันแล้วสับลงไปสุดแรง ทันทีที่คมมีดปะทะลำคอซอมบี้ ก้อนแสงก็พลันสลายตัวไปโดยสมบูรณ์ โชคดีที่คอของมันบอบบางกว่าที่คิด หรืออาจเป็นเพราะมู่อิ๋งลงแรงมากเกินไป คอของมันจึงขาดออกไปกว่าครึ่ง หัวของซอมบี้เอียงพับลงไปมากกว่าเดิม เหลือเพียงเนื้อเยื่อบางๆ ขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยที่ยังเหนี่ยวรั้งไว้ แต่เสียงสังเคราะห์ที่ตามมาก็บอกให้เธอรู้ว่ามันถูกกำจัดแล้ว 【รับสิทธิ์ผู้เล่นสำเร็จ】 【กำลังเข้าสู่ระบบเกมวันสิ้นโลก...】 【เข้าสู่ระบบสำเร็จ】 【ส่งมอบคู่มือผู้เล่นแล้ว โปรดตรวจสอบด้วยตัวเอง】 【เกมนี้พัฒนาโดยศูนย์จัดการโลกเมตาเวิร์ส ขอสงวนสิทธิ์ในการตีความขั้นสุดท้ายโดยผู้พัฒนา】 สมุดปกบางเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ นับว่าโชคดีที่ตอนนี้บนทางเดินเขาไม่มีใครอื่น และไม่มีดาวตกดวงอื่นตกลงมาในบริเวณนี้จึงยังไม่มีอันตราย มู่อิ๋งจึงเปิดดูคู่มือผู้เล่นด้วยความอยากรู้อยากเห็น นอกจากหน้าปกแล้ว คู่มือเล่มนี้มีเพียง 5 หน้าบางๆ ที่ขอบหน้ากระดาษมีแถบดัชนียื่นออกมา 5 แถบ ได้แก่ บันทึกการผจญภัย, คุณสมบัติตัวละคร, รายการเวทมนตร์, การตรวจสอบไอเทม และกระดานข่าวโลก เนื้อหาในแต่ละหน้าสามารถเลื่อนดูได้ จะบอกว่าเป็นสมุดก็ไม่เชิง แต่มันเหมือนแผงควบคุมระบบที่มีอินเตอร์เฟซการทำงาน 5 แบบในรูปทรงของหนังสือมากกว่า เธออ่านตัวอักษรออกหมดเพราะมันเป็นภาษาทางการ น่าแปลกที่หลายคำเธอไม่เคยเรียนมาก่อน แต่กลับรู้สึกเหมือนจู่ๆ ก็สอบผ่านภาษาทางการระดับสูงมาเสียอย่างนั้น มีเพียงหน้าแรก 'บันทึกการผจญภัย' เท่านั้นที่เปิดออกได้ เสียงอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้ยินก่อนหน้านี้ถูกบันทึกไว้ในนั้นทั้งหมด รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ด้วย ... 【ได้รับป้ายเจ้าที่ดิน โปรดเลือกสถานที่ที่เหมาะสมเพื่อสร้างอาณาเขต】 ... 【คุณสังหารซอมบี้ x1 ได้รับค่าประสบการณ์สังหาร x1 + 3 เหรียญทองแดง】 สายตาของมู่อิ๋งเหลือบไปเห็นก้อนแสงที่ลอยขึ้นมาจากซากซอมบี้ ข้างในนั้นมีเหรียญทองแดง 3 เหรียญจริงๆ 【เนื่องจากคุณเป็น 1 ใน 10 คนแรกที่เปิดแผงระบบ ได้รับแต้มคุณสมบัติอิสระ x1】 【เนื่องจากเผ่าพันธุ์ของคุณคือครึ่งเอลฟ์ สามารถเลือกเพิ่มค่าสัมผัสหรือความเสน่หา +1 และได้รับแต้มคุณสมบัติอิสระ x1】 (หมายเหตุ: การใช้แต้มคุณสมบัติไม่สามารถใช้กับค่าเดิมต่อเนื่องกันได้ในทันที เพราะจะทำให้ร่างกายรับภาระหนักเกินไป และอาจส่งผลต่อการดูดซับแต้มคุณสมบัติ) ครึ่งเอลฟ์? เกมวันสิ้นโลกนี่ถึงขั้นปรับเปลี่ยนเผ่าพันธุ์เลยเหรอ? มู่อิ๋งรู้สึกประหลาดใจ แต่พออ่านต่อลงไปก็ยิ่งแปลกใจกว่าเดิม 【เนื่องจากสถานะผู้เล่น คุณได้รับทักษะภาษาทางการ】 【เนื่องจากเผ่าพันธุ์ครึ่งเอลฟ์ คุณได้รับภาษาพิเศษคือ ภาษาเอลฟ์】 ดูเหมือนเธอจะดูไม่ผิดจริงๆ มันคือภาษาทางการ มู่อิ๋งเกิดคำถามเต็มไปหมดในใจ ทำไมภาษาในเกมนี้ถึงเป็นภาษาทางการล่ะ? หรือว่าสืออินจะมีความเกี่ยวข้องอะไรกับเกมนี้? ภาษาทางการนั้นเธอพอจะรู้อยู่บ้างแล้ว แต่ภาษาเอลฟ์ที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อนกลับให้ความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่า เพียงแค่มู่อิ๋งลองระลึกดู เธอก็พบว่าความรู้เกี่ยวกับภาษานี้ปรากฏขึ้นในหัวโดยอัตโนมัติ ราวกับมีเครื่องแปลภาษาติดตั้งอยู่ในสมอง เธอสามารถเปลี่ยนภาษาจีนในความคิดให้กลายเป็นภาษาเอลฟ์ได้ เพียงแต่การออกเสียงภาษาเอลฟ์นั้นซับซ้อนกว่าภาษาทางการมาก การจะพูดให้คล่องแคล่วจึงต้องอาศัยการฝึกฝนเพิ่มเติม เธอมั่นใจว่าไม่เคยเรียนภาษานี้มาก่อน จึงอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา "ถ้าตอนเรียนภาษาจีนได้แบบนี้ก็ดีสิ สืออินน่ะจนถึงตอนนี้ยังพูดภาษาจีนได้แค่บทสนทนาในชีวิตประจำวัน แถมยังอ่านหนังสือไม่ค่อยออกสักกี่ตัว แต่พอมีเกมนี้แล้ว ต่อไปเขาคงไม่ต้องกังวลเรื่องอุปสรรคทางภาษาอีกแล้วมั้ง" อ่านต่อไป... 【การอ่านค่าคุณสมบัติผู้เล่นเสร็จสิ้น ค่าคุณสมบัติของคุณคือ: พละกำลัง 8, ร่างกาย 10, ความคล่องตัว 11, สติปัญญา 12, สัมผัส 14, ความเสน่หา 11 (ค่าเฉลี่ยของคุณสมบัติมนุษย์ที่บรรลุนิติภาวะคือ 10)】 【จากค่าคุณสมบัติ อาชีพที่เหมาะสมกับคุณเรียงตามลำดับคือ: ดรูอิด, นักบวช, จอมเวท, ผู้ใช้มนตรา, นักแกะรอย, นักกวี, นักย่องเบา, อัศวินศักดิ์สิทธิ์, นักรบ...】 【โปรดอ่านความหมายของคุณสมบัติแต่ละอย่างโดยละเอียดเพื่อเลือกอาชีพ】 มู่อิ๋งกวาดตาดูข้อมูลคุณสมบัติที่ย่อไว้คร่าวๆ 【พละกำลัง: แสดงถึงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกำลังวังชา สำคัญมากสำหรับเบอร์เซิร์กเกอร์, นักรบ, อัศวินศักดิ์สิทธิ์, นักแกะรอย และนับบวชสายต่อสู้】 【ความคล่องตัว: แสดงถึงความสัมพันธ์ของมือและตา ความยืดหยุ่น การตอบสนอง และการทรงตัว สำคัญมากสำหรับนักย่องเบา นอกจากนี้ เบอร์เซิร์กเกอร์, นักแกะรอย, นักบวชสายต่อสู้, จอมเวท, ผู้ใช้มนตรา รวมถึงผู้ที่อยากเป็นนักธนูที่ชำนาญก็จำเป็นต้องมีความคล่องตัวสูง】 【ร่างกาย: แสดงถึงสุขภาพและความอดทน เป็นตัวกำหนดค่าพลังชีวิต (HP) สำคัญสำหรับทุกอาชีพ】 【สติปัญญา: แสดงถึงความสามารถในการเรียนรู้และขบวนการคิด สำคัญมากสำหรับอาชีพสายเวทมนตร์อย่างจอมเวท ปริมาณมานา ความยากในการต้านทานเวทมนตร์ของศัตรู และความรุนแรงของเวทมนตร์ล้วนขึ้นอยู่กับสติปัญญา】 【สัมผัส: แสดงถึงพลังใจ สามัญสำนึก การรับรู้ และสัญชาตญาณ เกี่ยวข้องกับความสามารถในการประสานสอดคล้องกับสิ่งรอบตัว สัมผัสเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของนักบวชและดรูอิด ทั้งยังสำคัญต่ออัศวินศักดิ์สิทธิ์และนักแกะรอยด้วย】 【ความเสน่หา: แสดงถึงบุคลิกภาพ พลังในการโน้มน้าว ความเป็นผู้นำ และรูปลักษณ์ที่ดึงดูดใจ เป็นพลังจากภายในจิตใจมากกว่าแค่การแสดงออกทางสังคม เป็นคุณสมบัติสำคัญที่สุดของอัศวินศักดิ์สิทธิ์, ผู้ใช้มนตรา และนักกวี】 เมื่อพิจารณาจากความหมายของค่าคุณสมบัติ จุดเด่นของเธอคือ 'สัมผัส' ทำให้อาชีพดรูอิดและนักบวชเหมาะสมกับเธอที่สุด แต่ก็ใช่ว่าจะเลือกอาชีพอื่นไม่ได้ มีทั้งหมด 11 อาชีพ มู่อิ๋งเริ่มอ่านตั้งแต่ 'ดรูอิด' ที่เหมาะสมกับเธอที่สุด ยิ่งอ่านเธอก็ยิ่งรู้สึกสนใจ ทั้งดรูอิดและนักบวชเป็นอาชีพสายมนตราศักดิ์สิทธิ์ ต่างกันที่นักบวชได้รับพลังจากเทพเจ้าที่มีตัวตน ในขณะที่พลังของดรูอิดมาจากธรรมชาติ ดรูอิดได้รับพลังจากธรรมชาติผ่านการสื่อสารกับธรรมชาติ เวทมนตร์ก็มีต้นกำเนิดจากธรรมชาติ ทำให้มีความใกล้ชิดกับพืชพรรณและสัตว์ป่า พลังในการรักษาอาจด้อยกว่านักบวชเล็กน้อย แต่พลังโจมตีรุนแรงกว่า แม้รายการเวทมนตร์จะน้อยกว่าจอมเวท แต่มีความสามารถในการรักษาและการแปลงร่าง ทำให้ทนทานต่อการโจมตีมากกว่าจอมเวท จุดเด่นคือเลเวล 1 จะมีคู่หูเป็นสัตว์ป่า และเลเวล 5 เป็นต้นไปจะเริ่มแปลงร่างเป็นสัตว์ได้ ความสามารถนั้นครอบคลุมทั้งสายรับ (Tank), สายฮีล, สายโจมตีเวทระยะไกล และสายต่อสู้ระยะประชิด เรียกได้ว่าเป็นอาชีพที่ทำได้ทุกอย่างจริงๆ ถ้าอยู่ในเกมอาชีพแบบนี้อาจจะดูเป็ด ไม่เก่งที่สุดสักทาง แต่ในโลกความเป็นจริง อาชีพที่ไม่มีจุดอ่อนแบบนี้กลับมีโอกาสรอดชีวิตสูงกว่า ในเมื่อโลกนี้จู่ๆ ก็ถูกดัดแปลงจากนิยายคนเมืองยุคใหม่กลายเป็นนิยายแนวเกมวันสิ้นโลกไปแล้ว ความสามารถรอบด้านของดรูอิดจึงช่วยให้เธอรู้สึกปลอดภัยกว่ามาก ผนวกกับความรู้สึกส่วนตัวที่ว่าเธอเป็นคนเลี้ยงต้นไม้เก่งและรักป่าเป็นทุนเดิม สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะเป็นดรูอิดผู้ทรงเกียรติ หลังจากยืนยันอาชีพแล้ว เนื่องจากแต้มคุณสมบัติไม่สามารถใช้ต่อเนื่องกันได้และต้องอาศัยเวลาในการดูดซับ มู่อิ๋งจึงเลือกเพิ่มค่า 'สัมผัส' จากสิทธิพิเศษของเผ่าครึ่งเอลฟ์ ความรู้สึกตอนเพิ่มค่าคุณสมบัตินั้นต่างจากการได้รับทักษะภาษา เพราะมันชัดเจนกว่ามาก เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบแจ่มชัดขึ้น การมองเห็นดีขึ้น แถมยังรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าอย่างบอกไม่ถูก 【เนื่องจากอาชีพดรูอิด ค่าพลังชีวิตได้รับโบนัส 8 แต้ม คำนวณตามสูตร: (ร่างกาย + โบนัส x เลเวล - 10) x 10 พลังชีวิตของคุณคือ 80】 【เนื่องจากค่าสัมผัสและเลเวลอาชีพ คำนวณตามสูตรมานา: (ค่าสถานะสายเวท - 10 + เลเวล) x 10 มานาของคุณคือ 60】 【เนื่องจากอาชีพดรูอิด คุณได้รับภาษาพิเศษคือ ภาษาดรูอิด】 【เนื่องจากอาชีพดรูอิด คุณได้รับทักษะอาชีพดังนี้: 1. สัมผัสธรรมชาติ: ดรูอิดสามารถรับพลังผ่านการสัมผัสธรรมชาติ 2. สื่อสารสัตว์ป่า: ดรูอิดสามารถใช้ภาษาทางกาย น้ำเสียง และสีหน้าเพื่อส่งผลต่อจิตใจของสัตว์ 3. คู่หูสัตว์ป่า: ดรูอิดสามารถมีคู่หูเป็นสัตว์ป่าที่จะเติบโตไปพร้อมกับคุณ】 ความรู้อันเป็นทักษะเหล่านี้ประทับแน่นอยู่ในสมองของเธอ แต่การจะใช้งานจริงไม่ได้ง่ายเหมือนในเกมแนวคลิกปุ่ม มันยังต้องอาศัยการเรียนรู้และฝึกฝน เมื่อเลือกอาชีพเสร็จสิ้น หน้ากระดาษส่วนที่เหลือก็ค่อยๆ ปลดล็อกตามมา เธอเปิดหน้าคุณสมบัติตัวละคร 【ชื่อ: มู่อิ๋ง】 【เผ่าพันธุ์: ครึ่งเอลฟ์】 【อาชีพ: ดรูอิด LV1 (1/100)】 (หมายเหตุ: ค่าประสบการณ์แบ่งเป็น 3 ประเภทคือ ประสบการณ์สังหาร, ประสบการณ์อาชีพ และประสบการณ์ทั่วไป; เลเวลนี้ใช้ประสบการณ์สังหารได้สูงสุด 50%) 【พลังชีวิต: 80/80】 【มานา: 60/60】 【ภาษา: ภาษาทางการ, ภาษาเอลฟ์, ภาษาดรูอิด】 【คุณสมบัติ: พละกำลัง 8, ร่างกาย 10, ความคล่องตัว 11, สติปัญญา 12, สัมผัส 14+1, ความเสน่หา 11】 【ทักษะ: สัมผัสธรรมชาติ, สื่อสารสัตว์ป่า, คู่หูสัตว์ป่า】 【เวทมนตร์: ไม่มี】 【แต้มคุณสมบัติอิสระ: 2】
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV