ตอนที่ 5
ไปโรงเรียน
1,675 คำ~9 นาที
เธอเดินออกมาก็พบกับสมาชิกในครอบครัวทั้งสามคนที่กำลังเดินย้อนกลับมาพอดี
ทั้งสามคนมีสีหน้าประหลาดอย่างเห็นได้ชัด เจ้าเด็กนั่นไม่ต้องพูดถึง มันทำหน้าเหยเกเหมือนอยากจะร้องไห้โฮแต่ก็ไม่กล้า ส่วนคนแก่ทั้งสองคนถึงกับพยายามปั้นยิ้มออกมา
แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ดูสยองพองขนเอาการ เป็นการฝืนยิ้มที่ดูแย่ยิ่งกว่าการแสดงของพวกนักแสดงมืออาชีพเป็นร้อยเท่า
ซือจวินนีเป็นฝ่ายทักขึ้นก่อน “ว้าว นี่พวกคุณไปกินข้าวกันนานขนาดนี้เลยเหรอคะ”
“จวินนี เมื่อคืนลูกล็อกห้องจากด้านในหรือเปล่า”
เมื่อคืนหลังจากพวกเขากลับมาแล้วเข้าห้องไม่ได้ จะตะโกนเรียกดังๆ ก็กลัวจะรบกวนการพักผ่อนของซือจวินนี เพราะการปลุกพลังครั้งแรกเป็นเรื่องใหญ่ อีกทั้งเธอยังเพิ่งได้รับความกระทบกระเทือนใจอย่างรุนแรงจากการจากไปของแม่
นั่นทำให้นิสัยของเธอเปลี่ยนไปบ้าง หากคืนนี้เธอนอนหลับไม่เต็มอิ่ม แล้วทำให้โอกาสในการปลุกพลังต้องเสียเปล่าไปคงไม่ดีแน่
พวกเขาเลยทำได้แค่ตามใจเธออีกสักวัน แล้วตรงไปหาโรงแรมแถวหน้าหมู่บ้านนอนแทน
แต่ตอนนี้พอเห็นซือจวินนีทำหน้าซื่อตาใสถามกลับมาแบบนี้ ต่อให้เป็นคนใจดีแค่ไหนก็คงอดที่จะเต้นผางไม่ได้
“เหรอคะ? หนูจำไม่ได้แล้วล่ะ”
“ไม่เป็นไร เรื่องเล็กน้อยน่ะ รีบไปโรงเรียนเถอะ การปลุกพลังวันนี้สู้ๆ นะ!” ชายผู้เป็นพ่อพยายามสวมบทบาทคุณพ่อที่แสนดี ซึ่งดูแล้วขัดหูขัดตาและตลกพิลึก
ซือจวินนีให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี “ได้ค่ะ หนูจะพยายาม พ่อคะ ขอเงินค่ารถหน่อยสิ”
ซือหมิงหยิบโทรศัพท์ออกมาอย่างว่องไวแล้วโอนเงินให้เธอทันที 1,000 หยวน
“มื้อเที่ยงก็หาอะไรอร่อยๆ กินนะ แล้วก็ไปหาซื้อเสื้อผ้าซื้อรองเท้าใหม่บ้าง เด็กสาววัยรุ่นกำลังรักสวยรักงามเชียว”
“ซื้อเสื้อผ้ากับรองเท้าเหรอ? ถ้าอย่างนั้นเงินแค่นี้คงไม่พอหรอกค่ะ”
ซือหมิงกำลังจะโอนเพิ่มให้ แต่กลับถูกผู้หญิงข้างๆ รั้งแขนไว้เสียก่อน “พี่หมิง เดี๋ยวขากลับพวกเราค่อยพาจวินนีไปเดินช้อปปิ้งด้วยกันไม่ดีกว่าเหรอคะ”
“นั่นสินะ งั้นเดี๋ยวขากลับพ่อจะพาลูกไปเดินช้อปปิ้งเอง”
พอซือจวินนีได้ยินว่าขอเงินเพิ่มไม่ได้แล้ว เธอก็หมุนตัวเดินจากไปทันที
แต่ถึงอย่างนั้นอารมณ์ของเธอก็ยังถือว่าดีมาก เพราะเงินในคลังเล็กๆ ของเธอเพิ่มขึ้นมาอีก 1,000 หยวนแล้ว!
เธอกวาดสายตามองหน้าต่างระบบ
ค่าพลังงานแสดงผลเป็น 100 แต้ม
ซือจวินนีเข้าใจแล้วว่า ไม่ว่าจะรูปแบบไหน ขอแค่หาเงินมาได้ เธอก็จะได้ค่าพลังงานมาครอง
ความคิดของเธอเปิดกว้างขึ้นมาทันที ในโลกใบนี้อะไรคือสิ่งที่ทำเงินได้มากที่สุด? ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับผู้ปลุกพลังนั่นแหละคือสิ่งที่ทำเงินได้มากที่สุด!
มันคือธุรกิจที่กำลังรุ่งโรจน์แบบสุดๆ!
ดังนั้นถ้ามีโอกาส เธอก็ควรจะพาตัวเองเข้าไปพัวพันกับด้านนี้เสียหน่อย ของหลายอย่างที่ขายในร้านค้าระบบช่างน่ามหัศจรรย์เหลือเกิน แม้แต่คนธรรมดาก็สามารถปั้นให้แข็งแกร่งเท่ากับผู้ปลุกพลังได้
นี่คือไม้ตายที่ทำให้ซือจวินนีกล้าผยองในโลกใบนี้ ดังนั้นเป้าหมายเร่งด่วนอันดับแรกต่อจากนี้คือ 'หาเงิน' และ 'แข็งแกร่งขึ้น'
จากบ้านไปโรงเรียนระยะทางไม่ไกลนัก เดินประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึง แถมเธอยังออกมาค่อนข้างเช้า อย่างไรก็ไม่มีทางไปสายแน่ ซือจวินนีจึงงกเกินกว่าจะยอมเสียเงินเรียกแท็กซี่
เธอสะพายเป้ไว้ข้างหลังแล้วเริ่มออกวิ่งแทน
ในตอนนี้เองที่ซือจวินนีแน่ใจแล้วว่า นี่เป็นการทะลุมิติมาแค่ดวงวิญญาณ ไม่ได้มาทั้งร่าง
ให้ตายเถอะ สมรรถภาพร่างกายนี้นี่มันห่วยแตกสิ้นดี วิ่งไปได้ไม่เท่าไหร่ก็เริ่มหอบแฮกๆ แล้ว!
อย่าว่าแต่ท่าร่างท่องคลื่นเลย แค่วิ่งให้ครบแปดร้อยเมตรจะรอดไหมเนี่ย?! นี่เจ้าของร่างเดิมไม่เคยออกกำลังกายเลยตั้งแต่เกิดหรือไง!
แม้ซือจวินนีจะเคยเป็นเด็กกะโปโลมาตั้งแต่เด็ก แต่ลึกๆ แล้วเธอเป็นคนดื้อรั้นและไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ ในเมื่อรู้ดีว่าโลกใบนี้ตัดสินกันที่ความแข็งแกร่งและพลังหมัด เธอจะปล่อยให้ตัวเองเสเพลต่อไปไม่ได้
การเพิ่มความแข็งแกร่งคือเรื่องที่รอไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว
[ดีลพิเศษวันนี้: ยาเม็ดกายาหนึ่งเม็ด ไม่ใช่ราคา 998 แต่จ่ายเพียง 99 แต้มก็รับกลับบ้านได้เลย! สินค้ายอดนิยมรวมตัวกันอยู่ที่นี่แล้ว เซอร์ไพรส์มีมาไม่หยุดหย่อน! โฮสต์คะ จะมัวรออะไรอยู่ รีบมาซื้อเร็วเข้า!]
“ไม่ต้องมาพล่ามเยอะ 9 แต้มขายไหม”
[เป็นไปไม่ได้! 99 แต้ม ขาดตัวห้ามต่อ!]
“19!”
[ฉันยอมถอยให้ก้าวหนึ่ง 89!]
“29!”
[79! ต่ำกว่านี้ไม่ได้แล้วจริงๆ!]
“39!”
“.....”
ในที่สุดซือจวินนีก็ซื้อยาเม็ดกายามาได้ในราคา 'สูงลิ่ว' ถึง 49 แต้มพลังงาน
ยอดคงเหลือค่าพลังงาน: 51 (ในฐานะคนที่เคยจนจนตายในชาติที่แล้ว คุณทนเห็นค่าพลังงานอันน้อยนิดนี่ได้จริงๆ เหรอ? ลงมือทำอะไรสักอย่างเถอะโฮสต์ของฉัน!)
ซือจวินนีถึงกับมุมปากกระตุก ระบบนี้น่าจะสติไม่ค่อยดีเท่าไหร่
เธอมองดูรายละเอียดสินค้าอย่างละเอียด
[ยาเม็ดกายา: เสริมสร้างความแข็งแกร่งของร่างกายโดยรวม เพิ่มสมรรถภาพทางกาย ความทนทาน และความสามารถในการต้านทานการโจมตีอย่างรอบด้าน! คุ้มค่าเกินราคา! ทางเลือกที่ดีที่สุดของคนฉลาด!]
ตัวยาเป็นสีชมพู ดูคล้ายกับลูกอมเรนโบว์ พอเข้าปากก็มีรสหวานนิดๆ แต่มันละลายเร็วเกินกว่าจะทันได้เคี้ยว พอละลายหมดร่างกายก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมา
แม้ความเหนื่อยล้าจากการวิ่งมาจากบ้านจะยังมีอยู่ แต่สภาพร่างกายโดยรวมถือว่าดีกว่าเมื่อครู่มาก ต่อให้ต้องวิ่งไปกลับอีกสักสองรอบก็น่าจะไหว
ตอนที่เกือบจะถึงโรงเรียน ชายคนหนึ่งที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอยู่ข้างๆ ก็พลันเอ่ยขึ้นว่า “หนู โรงเรียนไม่ได้สอนเคล็ดลมหายใจขณะวิ่งเหรอ? วิ่งออกกำลังกายแบบนี้ประสิทธิภาพมันต่ำนะ แถมยังเหนื่อยง่ายด้วย”
ซือจวินนีพยายามนึกทบทวนดู เคล็ดลมหายใจขณะวิ่งอะไรนั่น เจ้าของร่างเดิมไม่เคยเรียนจริงๆ แต่มัน... กลับเป็นเนื้อหาพื้นฐานที่มีอยู่ในหลักสูตรการศึกษา
ส่วนทำไม 'ซือจวินนี' ถึงทำไม่เป็น ก็น่าจะเป็นเพราะ... มัวแต่ใจลอย? หรือว่า... เรียนไม่รู้เรื่องเอง?
เมื่อเห็นซือจวินนียืนอึ้ง ชายคนนั้นก็ยิ้มพลางโบกไม้โบกมือ “ไม่ต้องรีบ ของพวกนี้เรียนรู้ง่าย ลุงมีเนื้อหาละเอียดอยู่พอดี แถมยังมีวิธีฝึกขัดเกลาร่างกายอีกชุดด้วย เอ้า เอาไปลองอ่านดูสิ”
ซือจวินนียื่นมือไปรับมา “ขอบคุณค่ะ!”
“ไม่ต้องเกรงใจ! มันเป็นเอกสารประกอบการเรียนที่โรงเรียนต้องมีอยู่แล้ว ในเน็ตก็มีให้อ่านเยอะแยะ เพียงแต่ของลุงนี่สรุปมาให้ครบถ้วนกว่า แล้วก็มีจุดเน้นที่สำคัญๆ ไว้ให้ด้วย”
ชายคนนั้นยิ้มร่าแล้วขี่รถจากไป สงสัยคงจะชินกับการเป็นครู พอเห็นอะไรขัดหูขัดตาก็เลยอดรนทนไม่ได้ต้องเข้าไปยุ่งเสียหน่อย
ซือจวินนีเดินเข้าประตูโรงเรียนพลางกวาดสายตามองดูเอกสารในมือ เคล็ดลมหายใจคือบทท่องสั้นๆ ซึ่งคล้ายกับวิธีการวิ่งในโลกก่อนของเธอ แต่ดูจะล้ำลึกกว่า
ส่วนวิชาขัดเกลาร่างกายมีรอบการฝึก 21 วัน ในนั้นเขียนระบุไว้ชัดเจนว่าแต่ละวันต้องฝึกฝนอะไรบ้าง
ซือจวินนีพลันรู้สึกแปลกใจ เพราะมันดูคล้ายกับวิชาฝึกท่าร่างที่อาจารย์เคยสอนเธอมาอย่างประหลาด...
“ซือจวินนี?”
ซือจวินนีชะงักฝีเท้าแล้วขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
เธอไม่เข้าใจว่าใครจะมาเรียกเธอ ในเมื่อเจ้าของร่างเดิมไม่มีเพื่อนในโรงเรียนเลยแม้แต่คนเดียว จัดว่าเป็นพวกไร้ตัวตนโดยสมบูรณ์ หลายครั้งที่วันทั้งวันเธอแทบไม่ได้พูดกับใครสักคำ
แต่วันนี้กลับบังเอิญเสียจริง
ซือจวินนีมีใบหน้าที่งดงามโดดเด่น ผิวพรรณขาวสะอาดยิ่งนัก ดวงตาเรียวยาวดูเฉี่ยวคม แม้จะไม่ได้แต่งหน้าหรือเสริมเติมแต่งอะไรเลย และรวบผมหางม้าไว้ล้าๆ เท่านั้น
เธอสวมเสื้อคลุมออกกำลังกายแบบเรียบง่าย ด้านในเป็นเสื้อยืดสีพื้นธรรมดา การแต่งกายดูสบายๆ แต่เพราะสายตาที่ดูเหมือนกำลังประเมินสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา จึงทำให้เธอดูมีความเด็ดขาดและดุดัน
บวกกับความรู้สึกผ่อนคลายที่ดูขัดกับดวงตาอันเฉียบคมนั่นแล้ว... การผสมผสานนี้มันช่างลงตัวจนน่าทึ่งจริงๆ
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน