ตอนที่ 5
ค่าประสบการณ์
3,679 คำ~19 นาที
คิมโดจุนกำลังจะคัดลอกผลลัพธ์ของไอเทมลงในตัวเองอย่างใจร้อน แต่แล้วเขาก็ชะงักไป เมื่อพิจารณาว่าเขาสามารถใช้ทักษะนี้กับเป้าหมายหนึ่งได้เพียงวันละครั้งเท่านั้น จะดีกว่าไหมถ้าจะรอดูจนกว่าจะถึงห้องปลอดภัยถัดไป เพื่อดูว่ามีไอเทมที่ผลลัพธ์ดีกว่านี้ให้คัดลอก-วางหรือเปล่า?
ทว่าหลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็ส่ายหน้า ปลอดภัยไว้ก่อนย่อมดีกว่าแก้
‘เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีอะไรโผล่ออกมาระหว่างทางไปที่นั่นบ้าง...’
หากปรากฏว่าห้องปลอดภัยถัดไปมีไอเทมที่มีประโยชน์ให้คัดลอก เขาก็แค่พักค้างคืนที่นั่นแล้วค่อยทำวันหลังก็ได้
อย่างไรก็ตาม ปัญหาก็คือ ‘ยานัยน์ตาเหยี่ยว’ เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในบรรดาของที่มีอยู่ในมือตอนนี้จริงหรือเปล่า? แม้ผลลัพธ์การมองเห็นจะช่วยในการสำรวจเขาวงกตได้มาก แต่มันก็ซ้ำซ้อน เพราะกางเกงคาร์โก้ที่เขาเพิ่งอัปเกรดไปก็มีผลลัพธ์คล้ายกันที่ช่วยบัฟในระหว่างการต่อสู้ได้ถึงสี่สิบนาทีอยู่แล้ว
ตัวเลือกที่เหลืออยู่คือ ‘ยาหมีน้ำตาล’ ที่ช่วยเพิ่มพลังกาย, ‘ยาหมาป่าเหมันต์’ ที่ให้ผลเพิ่มความเร็ว, ‘ยาเต่าศิลา’ ที่เพิ่มความทนทาน และสุดท้ายคือยาเพิ่มพลังชีวิตที่เขาเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน เมื่อพิจารณาว่าเขาได้ใส่ผลลัพธ์ส่วนใหญ่ลงในอุปกรณ์ไปหมดแล้ว การตัดสินใจสุดท้ายจึงอยู่ที่ว่าผลลัพธ์แบบไหนจะมีประสิทธิภาพที่สุดเมื่ออยู่บนร่างกายของเขา
‘อืม... เอาเป็นยาเพิ่มพลังชีวิตแล้วกัน’
ถ้าไม่มีผลลัพธ์การมองเห็นจากยานัยน์ตาเหยี่ยว เขาก็แค่ต้องระวังตัวให้มากขึ้น แต่ผลลัพธ์ของยาเพิ่มพลังชีวิตเมื่อโอนย้ายไปที่ขวาน มันจะอยู่ได้เพียงสามสิบวินาทีในขณะที่สู้เท่านั้น หากเขามีทางเลือกที่ใช้รักษาตัวเองนอกการสู้รบได้ นั่นอาจเป็นตัวตัดสินความเป็นความตายเลยก็ได้
[ติ๊ง!]
[คัดลอก-วางผลลัพธ์ไอเทมสำเร็จ]
[‘ยาเพิ่มพลังชีวิตระดับสูง’ ถูกทำลาย]
[ความสามารถที่โอนย้ายมาจะถูกปรับเปลี่ยนตามประเภทของเป้าหมายที่ได้รับ]
[ผลลัพธ์เพิ่มเติม]
- ทักษะ: ได้รับผลของ ‘การฟื้นฟูระดับสูง’ เป็นเวลา 30 วินาที ระยะเวลารอใช้ (Cooldown) 300 วินาที
...!
ผลของยาเปลี่ยนไปอีกครั้งหลังจากโอนย้ายมาสู่ตัวเขาอย่างไม่คาดคิด สำหรับคิมโดจุนแล้ว มันได้กลายเป็นทักษะบัฟติดตัว
‘คูลดาวน์ห้านาที แต่ก็ยังสุดยอดอยู่ดี...’
แน่นอนว่าถ้าไม่มีคูลดาวน์เลยมันจะดีกว่านี้ แต่นี่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่อะไร เพราะต่างจากผลลัพธ์ที่คัดลอกลงในขวานรบของเยาวชนเผ่าคุจิกะซึ่งจะทำงานได้เฉพาะตอนต่อสู้เท่านั้น ทักษะใหม่ที่เขาได้รับนี้สามารถใช้งานนอกการต่อสู้ได้ด้วย หากเกิดสถานการณ์เลวร้ายที่สุด เขาก็แค่หาที่พักแล้วรอให้คูลดาวน์หมด ไม่ว่าจะห้านาทีหรือสิบนาทีก็ตาม
เมื่อจัดแจงอุปกรณ์และทักษะเสร็จเรียบร้อย เขาก็เก็บข้าวของ
‘มื้อเช้าข้ามไปก่อนแล้วกัน...’
แม้ในช่องเก็บของจะมีเสบียงกรัง (Food Box) เหลืออยู่อีกมาก แต่เขาต้องกินอย่างระมัดระวัง เพราะเขาไม่รู้เลยว่าจะต้องติดอยู่ในนี้ไปอีกนานแค่ไหน
เผียะ! เผียะ!
คิมโดจุนตบแก้มตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติแล้วลุกขึ้นยืน เขาเสียเวลาพับผ้าห่มแล้วเก็บมันลงในช่องเก็บของครู่หนึ่ง
จากนั้นเขาก็เปิดประตูเสียงดังคลิก แล้วมุ่งหน้าเข้าสู่เขาวงกต
***
‘พวกแกนี่ไม่ปล่อยให้ฉันไปง่ายๆ เลยนะ’
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วนะตั้งแต่คิมโดจุนเปิดประตูบานนั้นออกมา?
ในระยะไกล เขาเห็นพวกสเกเลตัน (Skeleton) กำลังเดินเสียงดังแกรกกรากพร้อมกับถือดาบขึ้นสนิมและโล่ไม้ผุๆ
‘ดูจากอุปกรณ์แล้ว น่าจะเป็นระดับ E สินะ...’
ภายใต้สถานการณ์ปกติ ระดับของสเกเลตันสามารถพิจารณาได้จากอุปกรณ์ของมัน ยิ่งดูหรูหราเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงถึงยศถาบรรดาศักดิ์และความเก่งกาจในอดีตชาติของมันมากเท่านั้น พวกสเกเลตันมือเปล่าจะเป็นแค่ระดับ F ในขณะที่พวกที่มีอุปกรณ์เก่าโซรมจะเป็นระดับ E
‘ด้วยค่าสถานะปัจจุบันของเรา น่าจะแข็งแกร่งพอที่จะจัดการพวกมันได้’
คิมโดจุนมีพลังโจมตีจากขวานรบของเยาวชนเผ่าคุจิกะ อุปกรณ์ที่อัปเกรดมาเต็มสูบ และค่าความเข้ากันได้เจ็ดเปอร์เซ็นต์ เขามีค่าสถานะและผลลัพธ์เพิ่มเติมเพียงพอที่จะรับมือกับมอนสเตอร์ระดับ E สามตัวได้ ถึงอย่างนั้นเขาก็ลอบกลืนน้ำลายด้วยความกังวลและไม่ยอมลดการป้องกันลงเด็ดขาด
‘ความประมาทแค่ครั้งเดียวอาจหมายถึงชีวิต’
ย้อนกลับไปในดันเจี้ยนที่สวนสาธารณะซอริมดง ความประมาทที่วิ่งแยกออกมาคนเดียวเกือบจะทำให้เขาถูกมอนสเตอร์ที่เหมือนหมาป่าฆ่าตาย ถ้าเขาไม่ได้บังเอิญไปเจอห้องสมบัติเข้า เขาอาจจะกลายเป็นศพและถูกตีตราว่าเป็นผู้อพยพดันเจี้ยนไปแล้วก็ได้
“ฟู่ว...” หลังจากสูดลมหายใจสั้นๆ คิมโดจุนก็หาจังหวะพุ่งเข้าใส่สเกเลตันเหล่านั้น
แกรง! แกรง!
สเกเลตันทั้งสามตัวหันมามองเขาพร้อมกัน แสงสีแดงวาบจากดวงตาที่โหลลึกของพวกมันดูเหมือนหลุดออกมาจากหนังระทึกขวัญ คิมโดจุนเหวี่ยงขวานเข้าใส่ตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด
เปรี้ยง!
[คุณได้รับผลของ ‘การฟื้นฟูระดับสูง’]
เมื่อพลังกายเอ่อล้น เขาจึงทุบผ่านโล่ของสเกเลตันและฟันแขนของมันจนแตกกระจาย
‘สวย!’
แววตาของคิมโดจุนเป็นประกาย การสร้างบาดแผลให้มอนสเตอร์ระดับ E ได้ขนาดนี้ถือเป็นครั้งแรกสำหรับเขา! ทว่าเขาไม่มีเวลาให้ดื่มด่ำกับความรู้สึกนั้นนานนัก
“อ้าก!”
สเกเลตันตัวที่สองแทงดาบเข้ามา เกือบจะเจาะทะลุศีรษะของเขาไปได้ หากช้าไปเพียงนิดเดียวเขาคงจบเห่ไปแล้ว ส่วนสเกเลตันตัวแรกก็เหวี่ยงดาบเข้าใส่เขาด้วยแขนที่เหลืออยู่
ฟึ่บ!
เพลงดาบของสเกเลตันนั้นดุดันมาก
เพล้ง!
คิมโดจุนใช้คมขวานปัดการโจมตีแล้วก้าวถอยหลังออกไป
[คุณได้รับผลของ ‘การเพิ่มพูนความทนทานระดับต่ำ’]
[คุณได้รับผลของ ‘การมองเห็นระดับต่ำ’]
[คุณได้รับผลของ ‘การเพิ่มพูนความเร็วระดับต่ำ’]
คิมโดจุนเบิกตากว้าง เงื่อนไข ‘เมื่อถูกโจมตี’ ของอุปกรณ์เขาสามารถทำงานได้แม้จะเป็นการตั้งรับ! ด้วยผลของบัฟเหล่านี้ เขาจึงรู้สึกว่าร่างกายแข็งแกร่งและเบาหวิว
ฉับ!
คิมโดจุนใช้มีดในมืออีกข้างฟันเข้าที่กะโหลกของสเกเลตันแขนเดียวอย่างรวดเร็ว ผลของ ‘การเพิ่มพูนพลังกายระดับต่ำ’ จากมีดจึงแสดงผลตามมา
ราวกับร่างกายโด๊ปด้วยยาระดับสูงจนเต็มพิกัด พลังมหาศาลพลุ่งพล่านออกมาจากร่างเขา
‘เหลือเชื่อ... เข้าใจเลยว่าทำไมพวกฮันเตอร์ถึงต้องพกยาติดตัวตลอดเวลา’
แน่นอนว่าต้องขอบคุณพวกฮันเตอร์เหล่านั้นที่ทำให้คนปรุงยาอย่างเขามีรายได้เลี้ยงชีพ
เมื่อพละกำลังฟื้นคืนมา คิมโดจุนก็จามขวานเข้าใส่กะโหลกของสเกเลตันตัวที่สอง
ตัวที่สามพยายามต่อสู้อย่างสิ้นหวัง—แต่มันตัวคนเดียวจะทำอะไรได้ ในเมื่อขนาดทั้งสามตัวรุมยังเอาชนะเขาไม่ได้เลย?
โครม—!
มอนสเตอร์ระดับ E ทั้งสามตัวถูกจัดการอย่างรวดเร็วในการปะทะกันเพียงไม่กี่ครั้ง เขามองดูพวกมันสลายกลายเป็นเถ้าธุลีด้วยความทึ่งในพละกำลังใหม่ของตนเอง
‘ตอนนี้เราก็ล่ามอนสเตอร์ได้เหมือนกันแล้ว’
ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างไหลลงมาตามแก้ม หลังจากแตะดูเบาๆ แล้วมองที่นิ้วมือ มันคือเลือดนั่นเอง เขาคงจะถูกโจมตีเข้าในช่วงชุลมุน แต่พอเขาเช็ดมันออก บาดแผลเหล่านั้นก็สมานตัวกันจนหายดีแล้ว
คิมโดจุนสัมผัสได้ชัดเจนเลยว่าร่างกายของเขาในวันนี้ต่างจากเมื่อวานอย่างลิบลับ
‘เราทำได้’
ด้วยทักษะการฟื้นฟูนี้ เขาจะกลับสู่โลกมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย แววตาของเขาแน่วแน่ด้วยความมุ่งมั่น เขาปฏิญาณกับตัวเองว่าจะต้องไม่ยอมตายเด็ดขาด
หลังจากหยุดพักเพื่อสูดลมหายใจและประเมินสภาพร่างกายได้ครู่หนึ่ง เขาก็เริ่มออกเดินทางฝ่าเขาวงกตต่อไป
***
เมื่อดันเจี้ยนแตก ดันเจี้ยนสวนสาธารณะซอริมดงได้คายบอสของมันออกมา ซึ่งเป็นสัตว์ร้ายคล้ายหมาป่าที่มีเขาอยู่บนหัวออกสู่โลกมนุษย์ ทว่าพวกฮันเตอร์ที่เฝ้าระวังอยู่ในสถานที่เกิดเหตุได้จัดการกับมันอย่างรวดเร็ว มีเพียงม้านั่งพังไปสองสามตัว แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
แต่น่าเศร้าที่คิมโดจุนไม่ได้กลับมา
“ระบุตัวตนเขาว่าเป็นผู้อพยพดันเจี้ยน แล้วดำเนินการตามขั้นตอนไปได้เลย” หัวหน้าทีมของลีจีอาสั่ง
“... ทราบแล้วค่ะ” ลีจีอาตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูหดหู่อย่างผิดปกติ
ชายคนนั้นเกาหัว ถึงแม้ลีจีอาจะมีประสบการณ์ทำงานมาหกปีแล้ว แต่นี่ก็น่าจะเป็นครั้งแรกที่เธอต้องเสียผู้ถูกปลุกพลังที่เธอเป็นคนดูแลไป
หัวหน้าทีมกำลังจะจุดบุหรี่สูบตอนที่มีชายแต่งตัวเนี๊ยบคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมนามบัตรในมือ “ขอประทานโทษครับ ขอรบกวนเวลาสักครู่ได้ไหม ผมมาจากทีมกฎหมายของ ‘กิลด์คาร์มา’ (Karma Guild)”
“... มีธุระอะไรหรือครับ?” หัวหน้าทีมเอ่ยถาม
กิลด์คาร์มาคือผู้ที่รับผิดชอบทีมบุกดันเจี้ยนสวนสาธารณะซอริมดง หรือพูดอีกอย่างก็คือ พวกเขาคือคนที่ทำภารกิจเคลียร์ดันเจี้ยนล้มเหลว
“คือว่า ผมได้ยินมาว่ามีความผิดพลาดบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติงานน่ะครับ” ทนายความเอ่ยพร้อมรอยยิ้มเฝื่อนๆ
คำพูดที่ดูไม่ทุกข์ร้อนของทนายทำให้หัวหน้าทีมกัดฟันกรอด ไม่ว่าความประมาทเลินเล่อจะเป็นแค่อุบัติเหตุหรือไม่ก็ตาม ทนายคนนี้ไม่ควรพูดเหมือนกับว่าเขามาจัดการเรื่องขี้ผง ทั้งที่มันมีกรณีคนหายเกิดขึ้น
พวกฮันเตอร์ที่นั่งเล่นอยู่ในห้องพักรอเองก็ไม่ได้ต่างกัน พวกเขาหัวเราะและพูดคุยกันอย่างไม่แยแส
“ไม่ทราบว่าคุณพอจะรู้หรือเปล่า แต่ตอนนี้กิลด์ของเรากำลังขยายตัว มันคงไม่ดีแน่ถ้ามีข่าวร้ายๆ หลุดรอดออกไป อีกอย่าง ผมได้ติดต่อกับผู้ใหญ่ในสมาคมไว้แล้ว และ...” ทนายความพ่นคำพูดรัวๆ หวังจะข่มขู่ให้พวกเขาเงียบปาก
“... พอแล้วครับ ผมเข้าใจแล้ว” หัวหน้าทีมกล่าว
“ยินดีที่คุยกันรู้เรื่องนะครับ”
ในโลกที่อันตรายยิ่งขึ้นจากการปรากฏตัวของ ‘ต้นไม้โลก’ และฝูงมอนสเตอร์ กิลด์ผู้ถูกปลุกพลังขนาดใหญ่ก็ไม่ต่างอะไรกับองค์กรอาชญากรรมที่ถูกกฎหมายซึ่งแย่งชิงผลกำไรจากดันเจี้ยน แทนที่จะลงโทษพวกเขา รัฐบาลกลับก่อตั้งสมาคมผู้ถูกปลุกพลังขึ้นมาเพื่อหาทางร่วมมือและแบ่งส่วนแบ่ง
ในฐานะข้าราชการระดับล่างของสมาคม หัวหน้าทีมพูดอะไรไม่ได้มากนัก—อย่างน้อยก็ถ้าไม่อยากเอาตัวเองไปเสี่ยง เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนที่อยู่เหนือเขาขึ้นไปต่างก็มีเส้นสายเชื่อมโยงกับกิลด์ระดับสูงทั้งนั้น
“ขอโทษนะคะคุณทนาย” ลีจีอาที่ยืนฟังเงียบๆ มาตลอดพูดขึ้น
หัวหน้าทีมของเธอเบิกตากว้างด้วยความกลัวในสิ่งที่เธอกำลังจะพูด
“มีอะไรหรือ?” ทนายความถาม
“ในเมื่อคุณยอมรับแล้วว่าเป็นความผิดพลาดของกิลด์คุณ... คุณก็ควรจะจ่ายค่าชดเชยให้กับครอบครัวของผู้เคราะห์ร้ายด้วยไม่ใช่เหรอคะ?” ลีจีอาถาม
“ค่าชดเชยงั้นเหรอ? เอ่อ... ไม่มีกฎหมายข้อไหนบังคับให้เราต้องจ่ายบุคคลที่ไม่ได้สังกัดกิลด์เรานะครับ” ทนายตอบ
“แต่คุณโดจุนมีครอบครัวที่ต้องดูแล—!”
“เขาก็ไม่ใช่คนเดียวที่มีนี่ครับ? คุณคิดว่าเราจะเที่ยวเห็นอกเห็นใจทุกคนที่มีเรื่องราวรันทดได้งั้นเหรอ?”
ทนายคนนั้นเดินจากไปทันทีด้วยสีหน้าไม่พอใจ ทิ้งให้ลีจีอายืนเคว้งด้วยความเสียใจ
หัวหน้าทีมหยิบบุหรี่ออกมาจุด สถานการณ์แบบนี้เป็นเรื่องปกติในสายงานของพวกเขา อย่าไปคาดหวังอะไรมากจากกิลด์ระดับสูง
เขาอยากจะตักเตือนลีจีอาหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการไปปะทะกับคนพวกนั้น ความเสี่ยงที่จะโดนทำร้าย และเรื่องการดูแลตัวเอง แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะเงียบไว้
“คุณจีอา เดี๋ยวเรื่องนี้จัดการเสร็จแล้ว ก็ลาพักร้อนไปพักผ่อนบ้างนะ” เขาแนะนำเพียงเท่านี้แล้วเดินจากไป
“ขอบคุณค่ะ...” ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ลีจีอาก้าวถอยออกมา เธอเรียกแท็กซี่แล้วมุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาล
***
ภายในห้องพักผู้ป่วยสีขาวสะอาดตาสไตล์โรงพยาบาล พยาบาลจองดาจองกำลังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ เธอเป็นผู้ดูแลคนไข้เด็กในห้องนี้มาหลายปีแล้ว คอยเฝ้าสังเกตอาการและดูแลความเรียบร้อยของห้องอย่างขยันขันแข็ง
“พี่สาวคะ...” คนไข้ตัวน้อยเรียก
จองดาจองเดินเข้าไปหาพร้อมรอยยิ้มสดใส “ว่าไงจ๊ะ โซอึน?”
“เมื่อไหร่คุณพ่อจะมาคะ...?”
“อืม... ดูเหมือนช่วงนี้คุณพ่อจะยุ่งนิดหน่อยน่ะจ้ะ เดี๋ยวพี่โทรหาให้ดีไหม?”
“ค่ะ ฝากด้วยนะคะ...” โซอึนหลับตาลง เสียงของเธอแผ่วเบาลงเรื่อยๆ จองดาจองรู้สึกเศร้าไปกับความทุกข์ทรมานของเด็กน้อย เธอใช้ผ้าขนหนูซับเหงื่อที่ไหลซึมตามใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักของโซอึน
‘เขายุ่งขนาดนั้นเลยเหรอ?’
จองดาจองพลันรู้สึกถึงลางสังหรณ์ใจที่เลวร้าย ตลอดหลายปีที่ทำงานเป็นพยาบาล เธอได้เห็นชะตากรรมของเด็กๆ ที่ต้องนอนโรงพยาบาลเป็นเวลานานมามากมาย ในตอนเริ่มแรก พ่อแม่ที่โศกเศร้าจะมาเยี่ยมลูกทุกวัน แต่พอนานวันเข้า การมาเยี่ยมของพวกเขาก็จะค่อยๆ ห่างหายไป เพราะทนความเศร้าใจไม่ไหว หลายคนจึงจบลงด้วยการหายหน้าไปเลย
เธอเองไม่ใช่คนเป็นพ่อเป็นแม่ จึงรู้สึกว่าไม่มีคุณสมบัติพอจะไปตัดสินพวกเขา ถึงอย่างนั้น หัวใจของเธอก็ยังคงปวดร้าวแทนเด็กๆ ที่ถูกทอดทิ้ง
เธอสะบัดหัวแรงๆ เพื่อไล่ความหดหู่นั้นออกไป
‘ไม่มีทาง... พ่อของโซอึนไม่มีทางทำแบบนั้นแน่!’
คิมโดจุนไม่เคยพลาดการมาเยี่ยมแม้แต่วันเดียว หากตารางงานเอื้ออำนวย เขาเป็นพ่อที่รักลูกสาวมากที่สุดเท่าที่จองดาจองเคยเจอมา ดังนั้นเธอจึงมั่นใจว่าเขาแค่ติดธุระสำคัญจริงๆ
ทว่าข่าวร้ายที่น่าตกใจก็มาถึงโรงพยาบาลในอีกสามสิบนาทีต่อมา โดยมีลีจีอาเป็นผู้นำสารที่แสนเศร้านั้นมาบอก
“อะไรนะคะ... คุณพูดว่าอะไรนะ?” จองดาจองถามด้วยสีหน้าช็อกสุดขีด
***
ตึง!
คิมโดจุนใช้หมัดทุบกะโหลกของสเกเลตันจนแหลกละเอียด ในขณะเดียวกัน ห่าธนูและลูกไฟก็พุ่งมาจากด้านหลังของมันมุ่งเป้ามาที่เขา
ฟิ้ว! วูบ!
เขาไม่แม้แต่จะกะพริบตา คิมโดจุนก้มตัวหลบแล้วพุ่งไปข้างหน้า ปล่อยให้การโจมตีเหล่านั้นข้ามหัวไป
เขาไม่ยอมเปิดโอกาสให้พวกมอนสเตอร์ได้ตั้งหลักโจมตีระลอกที่สอง คิมโดจุนรีบประชิดตัวและฟาดฟันจนพวกมันกระดูกสันหลังหัก
แกรง—!
ถึงแม้เขาจะเผชิญหน้ากับ ‘สเกเลตันนักธนู’ และ ‘นักเวท’ กว่าสิบตัว แต่เขากลับพุ่งพล่านท่ามกลางพวกมันเหมือนหมาป่าที่กำลังขย้ำแกะ พวกมันทำได้เพียงยอมสยบต่อการบุกโจมตีของเขาอย่างสิ้นหวัง
ระบบสรุปค่าประสบการณ์และค่าความเข้ากันได้ที่เขาได้รับจากการกำจัดพวกสเกเลตันอย่างรวดเร็ว
[คุณกำจัดมอนสเตอร์หลายเป้าหมาย ได้รับค่าประสบการณ์ (EXP)]
[ค่าความเข้ากันได้เพิ่มขึ้น]
“ฟู่ว...” คิมโดจุนถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ขอบคุณทักษะการฟื้นฟูที่ทำให้บาดแผลจากการต่อสู้ของเขาค่อยๆ สมานตัวหายไปเอง เขาเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดู
[ระบบอิกดราซิล]
ชื่อ: คิมโดจุน
อายุ: 35
ค่าความเข้ากันได้: 10%
รูนสถานะ:
- พละกำลัง: เลเวล 10
- ความคล่องแคล่ว: เลเวล 12 (10+2)
- พลังชีวิต: เลเวล 10
- มานา: เลเวล 10
- การรับรู้: เลเวล 11 (10+1)
รูนทักษะ: การปรุงยา
[ผลลัพธ์เพิ่มเติม]
- พลังโจมตี + 20-40
- เลเวลความคล่องแคล่ว + 2
- เลเวลการรับรู้ + 1
- ทักษะ: ได้รับผลของ ‘การฟื้นฟูระดับสูง’ คูลดาวน์ 300 วินาที
- ทักษะ: ได้รับผลของ ‘การเพิ่มพูนพลังกายระดับต่ำ’ คูลดาวน์ 1 ชั่วโมง
- ทักษะ: ได้รับผลของ ‘การเพิ่มพูนความเร็วระดับต่ำ’ คูลดาวน์ 1 ชั่วโมง
- ทักษะ: ได้รับผลของ ‘การเพิ่มพูนความทนทานระดับต่ำ’ คูลดาวน์ 1 ชั่วโมง
- ทักษะ: ได้รับผลของ ‘การมองเห็นระดับต่ำ’ คูลดาวน์ 1 ชั่วโมง
เวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้วนับตั้งแต่คิมโดจุนเริ่มสำรวจเขาวงกต ในช่วงเวลานั้นเขาพบห้องปลอดภัยสี่ห้องและเพิ่มค่าความเข้ากันได้จนถึงสิบเปอร์เซ็นต์ จากสต็อกยาและไอเทมที่เขาเก็บได้ตามทาง ทำให้รายการผลลัพธ์เพิ่มเติมของเขาเพิ่มขึ้นอย่างล้นหลาม
สิ่งที่เขาค้นพส่วนใหญ่นั้น เหมือนกับขวานรบของเยาวชนเผ่าคุจิกะ นั่นคือเป็นไอเทมระดับทั่วไป ดังนั้นเขาจึงใช้พวกมันเป็นวัตถุดิบจนหมด ยกเว้นถุงมือที่เขาสวมอยู่ที่มือซ้าย
[ถุงมือซ้ายของเดลรอส (Delros's Left Gauntlet)]
คำอธิบาย: เดิมทีเป็นถุงมือคู่ที่มีน้ำหนักเบาและแข็งแกร่งซึ่งเดลรอส ทหารรับจ้างที่มีชื่อเสียงพอประมาณโปรดปราน ปัจจุบันเหลือเพียงข้างซ้ายเท่านั้น
ระดับความหายาก: ทั่วไป
ประเภท: เกราะป้องกัน
ผลลัพธ์:
- พลังป้องกัน + 10
- ความต้านทานกายภาพ + 3%
[ผลลัพธ์เพิ่มเติม]
- เมื่อถูกโจมตี ผู้ใช้จะได้รับผลของ ‘การฟื้นฟูระดับสูง’ เป็นเวลา 30 วินาที
ถึงแม้ถุงมือนี้จะให้ความรู้สึกเบา แต่มันกลับมีพลังป้องกันที่ยอดเยี่ยมพอจะใช้แทนโล่ได้เลย
“ดูเหมือนเราจะกวาดของจากห้องปลอดภัยไปจนหมดแล้วแฮะ” คิมโดจุนพึมพำแล้วเดาะลิ้น
ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา คิมโดจุนทุ่มเวลาระหว่างที่ตื่นอยู่ทั้งหมดไปกับการสำรวจเขาวงกตและวาดแผนที่ตามทาง ตอนนี้เขาค้นหามาหมดทุกซอกทุกมุมแล้ว เหลือเพียงจุดเดียวที่ยังไม่ได้ไป
‘เราเจอห้องบอสแล้วด้วย’
คิมโดจุนเจอประตูที่เขาคาดว่านำไปสู่ห้องบอสมานานแล้ว แต่เขายังไม่กล้าเข้าไปท้าทาย ในเมื่อเขายังประเมินความแข็งแกร่งของบอสไม่ได้ เขาจึงอยากเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดก่อน
ดังนั้นเขาจึงฆ่าทุกสเกเลตันที่เจอเพื่อเพิ่มค่าความเข้ากันได้ และตามหาห้องปลอดภัยเพื่อหาไอเทมมาใช้เป็นวัตถุดิบคัดลอก-วาง
ทว่าการเดินทางทุกอย่างย่อมมีวันสิ้นสุด
คิมโดจุนทำเครื่องหมาย ‘X’ ลงในมุมสุดท้ายของแผนที่ ในเมื่อไม่มีห้องปลอดภัยให้หาหรือไอเทมให้เก็บอีกแล้ว เขาก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องรั้งอยู่ในเขาวงกตนี้ต่อ
แกรง—
คิมโดจุนกระตุกยิ้มเมื่อได้ยินเสียงนั้น ถึงแม้เขาจะกวาดล้างทางเดินก่อนหน้านี้จนเกลี้ยงแล้ว แต่ดูเหมือนพวกสเกเลตันจะเริ่มโผล่ออกมาอีกครั้ง
ต่างจากดันเจี้ยนทั่วไปที่มอนสเตอร์ตายแล้วตายเลย แต่ในเขาวงกตนี้ดูเหมือนจะมีวงจรการแจ้งเกิด (Respawn) ที่ไม่เหมือนใคร
ถ้าเป็นเมื่อก่อน คิมโดจุนคงหน้าถอดสีด้วยความกังวล แต่ตอนนี้เขากลับหัวเราะร่า
“ค่าประสบการณ์ชุดใหม่มาส่งแล้วสินะ”
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน