ตอนที่ 5

เรียบง่ายและรุนแรง

1,403 คำ~8 นาที
เรียบง่ายและรุนแรง เหมือนเอาผักกาดขาวหวานกรอบไปให้หมูโง่เคี้ยวเล่น นั่นคือความรู้สึกแรกของเสิ่นชง ผู้ชายที่แม้แต่ผู้หญิงอย่างลู่ซูถงที่เปรียบดั่ง 'รถสาธารณะ' ยังมองไม่เห็นหัว กลับมีสาวสวยคนนี้คอยปกป้องขนาดนี้ ความอิจฉาทำให้เขารู้สึกเกลียดหยางหมิงเข้าไส้ แม้จะยังไม่ได้เจอหน้ากันด้วยซ้ำ ภายในห้องจัดเลี้ยงเงียบกริบ หยางหมิงเป็นแฟนของเจิ้งซือซือ? หยางหมิงไม่ใช่คู่รักของลู่ซูถงหรอกหรือ แล้วไปคบกับเจิ้งซือซือตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แถมหน้าตาและรูปร่างของเจิ้งซือซือยังสวยเฉียบขาดขนาดนี้ ทำไมก่อนหน้านี้พวกเขาถึงไม่เคยสังเกตเลย บางคนประหลาดใจ บางคนก็นึกเสียดาย หากรู้เร็วกว่านี้พวกเขาคงจะจีบเจิ้งซือซือไปนานแล้ว บางคนก็ยังอดชื่นชมไม่ได้ว่า ชีวิตของหยางหมิงนี่ช่างโชคดีเหลือเกิน ถึงกับได้ (ความสุขจากผู้หญิงที่รุมล้อม) ทว่าไม่มีใครรู้เลยว่า ความจริงมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย เจิ้งซือซือ? ที่หน้าประตู หยางหมิงมองสาวน้อยที่ออกตัวปกป้องเขาด้วยความประหลาดใจ แน่นอนว่าเธอไม่ใช่แฟนของเขา แต่พวกเขาเป็นเพื่อนบ้านกันมาตั้งแต่เด็ก หกปีในชั้นประถม สามปีในชั้นมัธยมต้น และอีกสามปีในมัธยมปลาย หยางหมิงเพิ่งจะตระหนักได้เดี๋ยวนี้เองว่า น้องสาวข้างบ้านที่เงียบขรึมคนนี้ เรียนอยู่ห้องเดียวกับเขามาตลอดสิบสองปี อาจเพราะเธอเป็นคนเรียบร้อย ขยันเรียน และไม่ค่อยพูดจา ตัวตนของเธอจึงจืดจางมาก หยางหมิงจำได้เพียงว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ไปหรือกลับจากโรงเรียน มักจะมีเงาร่างบอบบางเดินตามหลังเขาในระยะที่ห่างพอสมควรอยู่เสมอ หยางหมิงชินชากับการมีอยู่ของเธอไปแล้ว และมองเธอเหมือนน้องสาวคนหนึ่งที่เขาคอยดูแล ถ้าจำไม่ผิด สมัยมัธยมเคยมีพวกนักเลงนอกโรงเรียนมารังแกเธอหลายครั้ง และเขาก็เป็นคนออกหน้าจัดการให้ทุกที แต่เมื่อก่อนทำไมเขาถึงไม่เคยสังเกตเลยนะว่า 'ยัยเด็กกิ่งไม้' คนนี้โตมาแล้วสวยขนาดนี้? เมื่อเห็นสาวน้อยที่ปกติแค่คุยกับเพื่อนยังติดอ่างคนนี้ กล้าลุกขึ้นมาฉีกหน้าลู่ซูถงนังผู้หญิงสารเลวนั่นเพื่อเขา แถมยังยอมพูดเรื่องที่เป็นแฟนกับเขาเพื่อให้เขาหายแค้น หยางหมิงก็รู้สึกว่าโลกนี้ยังมีมุมที่อบอุ่นอยู่จริงๆ “เธอพูดว่าอะไรนะ! เธอกับไอ้กระจอกนั่นไปได้เสียกันตั้งแต่เมื่อไหร่!” ลู่ซูถงหน้าเขียวคล้ำทันที เธอกระชากคอเสื้อเจิ้งซือซือแล้วคำรามเสียงดุ “นังร่าน! พูดมาเดี๋ยวนี้ ว่าพวกแกไปเอากันตอนไหน!” สันดานของพวกผู้หญิงประเภทนี้ก็เป็นแบบนี้แหละ ฉันนอกใจเธอได้ แต่เธอห้ามมาสวมเขาให้ฉันเด็ดขาด ช่างเป็นความคิดที่ไร้ยางอายสิ้นดี “ฉะ...ฉัน...” ท่าทางดุร้ายของลู่ซูถงทำให้เจิ้งซือซือหวาดกลัวจนตัวสั่น ปกติเธอก็พูดไม่ค่อยเก่งอยู่แล้ว ไหนเลยจะเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน เมื่อครู่เธอก็แค่รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีพูดออกไป พอตอนนี้สติกลับมา ความกล้าก็มลายหายไปสิ้น “ปล่อยเธอซะ!” น้ำเสียงหยางหมิงเย็นเยียบ เขาเดินดุ่มๆ เข้าไปแล้วผลักลู่ซูถงออกไปเต็มแรง ด้วยความที่ใส่รองเท้าส้นสูงและตั้งตัวไม่ติด ลู่ซูถงจึงเซล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น ท่าทางที่ดูน่าสมเพชนั้นทำให้เพื่อนร่วมชั้นหลายคนที่อัดอั้นมานานถึงกับหลุดขำออกมา “หยาง...หยางหมิง!” เจิ้งซือซือเอามือเล็กๆ ปิดปากเบาๆ เธอคิดว่าหยางหมิงจะไม่มาเสียอีก ใบหน้าขาวใสของเธอขึ้นสีระเรื่อ เขายังคงเป็นแบบนี้เสมอ ปรากฏตัวต่อหน้าเธอในยามที่เธอต้องการที่สุด และปกป้องเธอไว้ข้างหลัง เหมือนกับทุกครั้งที่จัดการพวกนักเลงรังแกเธอ “ไอ้แซ่หยาง แกยังกล้าปรากฏตัวอีกเหรอ!” ลู่ซูถงหน้าแดงก่ำ การที่ต้องมานั่งกองอยู่กับพื้นทำให้เธอรู้สึกเสียหน้ามาก และหยางหมิงที่เป็นต้นเหตุยิ่งทำให้เธอเกลียดชังเข้าไส้ “ไอ้สารเลว พูดมาเดี๋ยวนี้ ว่าแกไปได้กันกับนังร่านนี่ตอนไหน!” “เสือกอะไรด้วย!” หยางหมิงไม่เก็บอาการอีกต่อไป เจ็บแล้วจำ เขาเติบโตขึ้นเร็วมาก เมื่อก่อนหยางหมิงเหมือนคนที่ตาบอดเพราะความรักประกอบกับผู้หญิงคนนี้เล่นละครเก่ง เลยไม่เห็นธาตุแท้ แต่สิ่งที่ได้เห็น ได้ยิน และได้สัมผัสในวันนี้ ทำให้เขาตาสว่างเห็นสันดานของนังคนนี้จนถึงแก่น “เธอมีสิทธิ์อะไรมาสอบสวนฉัน? เธอคู่ควรแล้วเหรอ?” “แกกล้าพูดกับฉันแบบนี้เหรอ!” เดิมทีการได้หลอกปั่นหัวเด็กเรียนเก่งสักคนทำให้เธอรู้สึกภูมิใจมาก แต่ตอนนี้เธอกลับพบว่าคนที่โดนปั่นหัวอยู่อาจเป็นเธอเองเสียมากกว่า นั่นทำให้ลู่ซูถงโกรธจัด “นังร่าน! แกยั่วยวนมันใช่ไหม? อีร่าน! ฉันจะฉีกหน้าแกให้ดู!” เพียะ! เมื่อเผชิญหน้ากับลู่ซูถงที่พุ่งเข้ามาหาเจิ้งซือซือ หยางหมิงก็เงื้อมมือตบเข้าที่ใบหน้าของลู่ซูถงอย่างจัง หนักแน่น แม่นยำ และรุนแรง เสียงตบที่ดังฟังชัดก้องไปทั่วทั้งห้องโถง “แก...แกกล้าตบฉันเหรอ?” ลู่ซูถงกุมหน้า มองเด็กหนุ่มที่เมื่อก่อนแม้แต่จะขึ้นเสียงกับเธอยังไม่กล้าด้วยสายตาไม่เชื่อสายตา ใบหน้าของเธอเหยเกด้วยความโกรธแค้น “ตบไม่ได้เหรอ? ฉันจะบอกอะไรให้นะนังแซ่ลู่ ถ้าปากของแกยังเอาแต่พ่นคำสกปรกใส่ซือซืออีกล่ะก็ ที่ฉันตบแกน่ะถือว่าเบาไป!” “นายทำอะไรน่ะ! ตบผู้หญิงแบบนี้ นายยังเป็นผู้ชายอยู่หรือเปล่า!” เสิ่นชงรีบพุ่งเข้ามาแสร้งทำเป็นโอบกอดลู่ซูถงไว้ เมื่อเห็นเจิ้งซือซือที่ยืนตัวเกร็งอยู่หลังหยางหมิง แววตาของเขาก็เต็มไปด้วยเพลิงแห่งความอิจฉา เวลานี้หยางหมิงไวต่อความรู้สึกมากเกินไป เขาแค่นหัวเราะ “ผู้ชายที่ตบผู้หญิงน่ะอาจไม่เรียกว่าผู้ชาย แต่ถ้าเป็น 'ตบกระหรี่' น่ะ มันคนละเรื่องนะ!” “แก...” “ไอ้เวรเอ๊ย! แกยังกล้าด่าฉันอีกเหรอ ที่รัก จัดการมันให้หน่อยสิคุณเป็นเจ้าของโรงแรมไม่ใช่เหรอ สั่งให้คนลากมันออกไปตบให้ยับเลย มันทำฉันเจ็บนะ!” “ได้ๆๆ วางใจเถอะ ผมจะจัดการให้คุณหายแค้นเอง~” เสิ่นชงปลอบลู่ซูถงไปพลาง สายตาก็จับจ้องไปที่เจิ้งซือซือไม่วางตา เขาต้องแสดงฝีมือให้ดี ต้องเหยียบไอ้เด็กนักศึกษาหัวร้อนคนนี้ให้จมดิน และทำให้เจิ้งซือซือเห็นว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้ชนะ เพื่อที่จะได้สยบแทบเท้าของเขา อืม ต้องดูมีระดับ แล้วก็ต้องแข็งกร้าวกว่านี้ เอาแบบสไตล์เจ้าพ่อในนิยาย นี่แหละที่สาวๆ เขามักจะชอบกัน ไม่ใช่เหรอที่โดนรถสาธารณะอย่างลู่ซูถงจับได้ เมื่อคิดได้ดังนั้น เสิ่นชงจึงตัดสินใจใช้ไม้ตาย 'ประนีประนอมก่อนใช้กำลัง' “ไอ้หนุ่ม ความใจร้อนมันเป็นปีศาจร้าย ตอนนี้เดี๋ยวนี้ รีบขอโทษซูถงซะ ถ้านายยอมทำ ฉันจะถือว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าไม่...” “ไปตายซะไป!” หยางหมิงจัดการด้วยความเรียบง่ายและรุนแรง!
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV