ตอนที่ 5
หัวขโมยปลาน้อย
2,023 คำ~11 นาที
หลังจากรออยู่ประมาณสิบห้านาที ฉู่หมิงเฉิงคิดว่าเหยื่ออ่อยที่โปรยไปน่าจะเริ่มทำหน้าที่ของมันแล้ว เขาจึงค่อยๆ หย่อนเบ็ดลงน้ำ
พอทุ่นลอยขึ้นมาพ้นผิวน้ำ ก็เห็น 'ข้อสี' โผล่ขึ้นมาประมาณสองข้อ ซึ่งแทบจะเหมือนกับที่สูตรในเน็ตบอกไว้เปี๊ยบ
ในฐานะคนที่เคยจมปลักว่ายน้ำในอ่างเก็บน้ำนี้มานับครั้งไม่ถ้วน ฉู่หมิงเฉิงพอจะกะความลึกของมันได้คร่าวๆ จุดที่เขาอยู่นี้ห่างจากฝั่งประมาณสี่ถึงห้าเมตร และระดับน้ำลึกประมาณสามเมตร ซึ่งถือว่าเหมาะแก่การตกปลามาก
การตกปลาต้องใช้ความพากเพียร ฉู่หมิงเฉิงวางคันเบ็ดลงบนง่ามขาตั้ง มือขวาประคองคันไว้เผื่อมีแรงสั่นสะเทือนจะได้รู้สึกทันที ส่วนมืออีกข้างก็หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเปิดอ่านนิยาย
จะให้นั่งรอเฉยๆ มันก็น่าเบื่อเกินไป อ่านนิยายฆ่าเวลาสักหน่อยน่าจะดีกว่า
ผ่านไปสองตอน ใช้เวลาไปประมาณสามนาที คันเบ็ดก็ยังไม่มีอาการเคลื่อนไหวใดๆ
ใจจริงฉู่หมิงเฉิงอยากจะรอต่ออีกสักพัก แต่ก็กลัวว่าเหยื่อจะละลายหมดหรือโดนปลาตอดกินไปแล้ว เขาเลยยกคันขึ้นมาเช็กดู
เหยื่อที่เคยปั้นไว้กลมดิ๊กตอนนี้เริ่มละลายจนเห็นตัวเบ็ดอยู่รำไร เพราะเขาปั้นมันไม่แน่นพอ
ดูเหมือนจะยังไม่มีปลามากินเบ็ด แต่เหยื่อเดิมก็ใช้ไม่ได้แล้วต้องเปลี่ยนใหม่
วันนี้เขาเตรียมเหยื่อมาเยอะแยะ ดังนั้นเรื่องเหยื่อหมดน่ะลืมไปได้เลย
เขาสะบัดเหยื่อเก่าออก ปั้นเหยื่อใหม่เกี่ยวเข้ากับตัวเบ็ด แล้วเหวี่ยงกลับลงไปในน้ำอีกรอบ
อ่านนิยายไปสองตอน เช็กเหยื่อหนึ่งครั้ง วนเวียนอยู่อย่างนี้จนเขาเปลี่ยนเหยื่อไปถึงสามรอบ
ในที่สุดดูเหมือนเหยื่ออ่อยจะเริ่มขลัง หลังจากเปลี่ยนเหยื่อและโยนลงน้ำรอบล่าสุด เขาเพิ่งจะอ่านนิยายไปได้แค่ครึ่งตอน ก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะทือนเบาๆ ที่ปลายคันเบ็ด
เขารีบยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงทันทีแล้วจ้องมองไปที่ผิวน้ำ เห็นทุ่นตกปลาจมลงไปครึ่งหนึ่งก่อนจะเด้งกลับขึ้นมา
ดวงตาของฉู่หมิงเฉิงเป็นประกาย—มีปลามาตอดเหยื่อแล้ว!
เขาไม่ได้รีบร้อน แต่กระชับมือที่จับคันเบ็ดให้แน่นขึ้นเพื่อเตรียมพร้อม
ปลามันแค่กำลังลองเชิงตอดเหยื่ออยู่ ถ้าเขาวัดเบ็ดตอนนี้ มีหวังได้คว้าน้ำเหลวแน่
ทันใดนั้น ทุ่นก็เอียงวูบอย่างแรงจนเกือบจะจมมิดน้ำ พร้อมกับแรงกระชากเบาๆ ส่งผ่านมาตามคันเบ็ด
แล้วทุ่นก็หายวับไปใต้ผิวน้ำ—โอกาสมาถึงแล้ว!
เมื่อเห็นทุ่นจมหายไป ฉู่หมิงเฉิงก็สะบัดคันเบ็ดขึ้นทันที และแน่นอนว่าเขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจี๊ดๆ ปลากำลังสะบัดหางดิ้นรนอยู่ในน้ำ
ฉู่หมิงเฉิงออกแรงดึงปลาขึ้นมาจากน้ำได้อย่างง่ายดาย มันเป็นปลาตะเพียน ขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือเขานิดหน่อย น้ำหนักน่าจะราวๆ เจ็ดถึงแปดเหลี่ยง ซึ่งถือว่าตัวใหญ่เอาเรื่องเลยทีเดียว
เขาดึงปลาเข้ามาใกล้แล้วสำรวจดูใต้คาง เมื่อไม่เห็นหนวดเล็กๆ สองเส้น ก็ยืนยันได้ว่าเป็นปลาตะเพียนจริงๆ
ปลาตะเพียนหน้าตากับรูปร่างคล้ายปลาคาร์ปมาก สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคย แค่ดูว่ามีหนวดสองเส้นใต้คางหรือไม่ก็แยกออกแล้วว่าตัวไหนคือปลาคาร์ป
ทันทีที่ฉู่หมิงเฉิงหย่อนปลาตะเพียนลงถัง แผงข้อมูลในหัวของเขาก็มีการเปลี่ยนแปลง
[สารานุกรมสัตว์น้ำ (เลเวล 0)]
[ค่าประสบการณ์ปัจจุบัน: (2/50)]
[อุปกรณ์จับที่ปลดล็อก: มือเปล่า, อุปกรณ์ตกปลา]
[เลเวลสูงสุดของสายพันธุ์สัตว์น้ำ: 50]
[สายพันธุ์สัตว์น้ำ: กุ้งโคลน, ปลาตะเพียน]
[ความสามารถพิเศษ: ไม่มี]
เป็นไปตามที่คาด ความหลากหลายของสายพันธุ์สัตว์น้ำจะถูกเปลี่ยนเป็นค่าประสบการณ์—แต่ละสายพันธุ์ใหม่จะเพิ่มให้หนึ่งแต้ม เขาอยากรู้จริงๆ ว่าเมื่อไหร่ตัวเองจะได้ความสามารถพิเศษมาครองสักที
[ปลาตะเพียน (เลเวล 0)]
[ค่าประสบการณ์ปัจจุบัน: 1/10]
[ขนาดตัวที่เพิ่มขึ้น: +0%]
[ความอร่อย: +0%]
[โอกาสในการจับ: +0%]
เขาเพิ่งจะเริ่มตกปลาตะเพียน เลยยังไม่มีโบนัสอะไรให้เห็น เขาจินตนาการไปว่าถ้าเลเวลสูงขึ้น เขาอาจจะดึงดูดปลาตะเพียนตัวใหญ่ๆ ให้มากินเบ็ดได้มากขึ้นแน่ๆ
หลังจากเอาปลาตะเพียนตัวนั้นใส่ถัง ฉู่หมิงเฉิงก็เริ่มตกต่อ
ผ่านไปครึ่งชั่วโมงนับจากตอนอ่อยเหยื่อครั้งแรก ดูเหมือนเหยื่อสูตรผสมของเขาจะเริ่มออกฤทธิ์เต็มที่ คราวนี้น้องปลากินเบ็ดดุมาก
เขาตกปลาได้แทบจะทุกๆ สามถึงห้านาที ตกยยาวไปจนถึงห้าโมงเย็น
ฉู่หมิงเฉิงปลดล็อกสายพันธุ์ปลาเพิ่มมาอีกสองชนิด คือปลาเกล็ดขาวและปลาคาร์ป
เขาตกปลาเกล็ดขาวได้เจ็ดตัว ส่วนปลาคาร์ปแม้จะไม่ตัวใหญ่แต่ก็ได้มาห้าตัว สำหรับปลาตะเพียน เมื่อรวมกับตัวแรกที่ได้มา เขาก็ตกได้ครบสิบตัวพอดี จนทำให้เลเวลอัป
[ปลาตะเพียน (เลเวล 1)]
[ค่าประสบการณ์ปัจจุบัน: 0/20]
[ขนาดตัว +1%]
[ความอร่อย +1%]
[โอกาสในการจับ +1%]
ฉู่หมิงเฉิงรู้สึกว่าการตกปลาครั้งแรกในวันนี้มันค่อนข้างง่ายแฮะ
อย่างไรก็ตาม ปลาน้ำจืดพวกนี้คงทำเงินได้ไม่เท่าไหร่ พรุ่งนี้เขาคงต้องไปลองที่ชายทะเลดูบ้าง
ที่ริมทะเลมีสิ่งมีชีวิตที่หลากหลายกว่าในอ่างเก็บน้ำมาก นอกจากจะช่วยเพิ่มจำนวนสายพันธุ์ในสารานุกรมสัตว์น้ำแล้ว ยังน่าจะทำเงินให้เขาได้มากกว่าด้วย
แต่ตอนนี้ก็ห้าโมงเย็นแล้ว ได้เวลาต้องเผ่นกลับบ้านเสียที
วันนี้เขาไม่ได้เตรียมทุ่นไฟสำหรับตกปลากลางคืนหรือไฟฉายคาดหัวมาด้วย แถมตอนกลางคืนแถวอ่างเก็บน้ำอาจจะมีงูเงี้ยวเขี้ยวขอ ถ้าไม่มีอุปกรณ์ป้องกันตัวก็ไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่
อีกอย่าง ผ้าห่มเขาก็ยังตากทิ้งไว้อยู่หน้าบ้านด้วย ต้องรีบกลับไปเก็บ
คิดได้ดังนั้นเข้าจึงจัดการปล่อยปลาเกล็ดขาวกับปลาคาร์ปในถังลงน้ำไปทั้งหมด เขาไม่ชอบกินปลาเกล็ดขาว ส่วนปลาคาร์ปก็ตัวเล็กเกินไป แถมยังมีกลิ่นดินโคลนแรงด้วย
ทุกครั้งที่เขาตกปลาได้ค่าประสบการณ์มันจะก็ถูกบันทึกไปแล้ว ถึงจะปล่อยปลาไปแต้มก็ไม่ลด ไม่มีอะไรต้องกังวล
ส่วนปลาน้ำจืด เขาชอบกินแค่ปลาตะเพียน ปลาช่อนคอกับปลาเฉาหญ้าเท่านั้นแหละ อย่างอื่นน่ะขอผ่าน
เขาตกปลาตะเพียนได้ทั้งหมดสิบตัว ซึ่งก็ถือว่าเยอะอยู่ ฉู่หมิงเฉิงเลือกปล่อยตัวเล็กไป แล้วเก็บตัวที่หนักเกินครึ่งจินไว้ห้าตัว
นั่งตกมาทั้งบ่าย เขาตกได้ปลาตะเพียนไซซ์หนึ่งจินแค่ตัวเดียวเอง พอมาคิดว่าต้องล่าปลาทะเลเลี้ยงชีพเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าหลังลาออกแล้ว ดูเหมือนตอนนี้จะยังเป็นเรื่องที่ท้าทายอยู่ไม่น้อย
โชคดีที่ถ้าเลเวลสูงขึ้น โอกาสที่จะจับปลาได้มากขึ้นรวมถึงปลาตัวใหญ่ๆ ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ช่วงเริ่มต้นที่มันลำบากหน่อยก็ช่างมันเถอะไม่ใช่ปัญหาใหญ่
แต่ยังไงเขาก็ต้องหาจังหวะไปตกปลาทะเลอยู่ดี เพราะปลาทะเลน่ะราคาสูงกว่าและมีให้เลือกเยอะกว่าเห็นๆ
หลังจากเก็บอุปกรณ์และขนขึ้นรถเสร็จ ฉู่หมิงเฉิงก็ขับรถกลับบ้าน
เขาทิ้งอุปกรณ์ตกปลาไว้ในรถนั่นแหละ จะได้ไม่ต้องขนไปขนมาให้เหนื่อยเปล่าๆ
เขาถือถังปลาไปที่บ่อน้ำหน้าบ้านเพื่อจะลงมือล้างปลาที่นั่น จะได้ไม่ต้องกลัวเกล็ดปลาจะกระเด็นเต็มห้องครัวจนเสียเวลามาทำความสะอาดอีกรอบ
เขาวางถังลงแล้วเดินกลับเข้าครัวไปหยิบมีดกับเขียง
ทว่าทันทีที่เขาเท้าก้าวพ้นประตูห้อง หัวเล็กๆ หัวหนึ่งก็โผล่ขึ้นมาจากขอบกำแพงหน้าบ้าน
บ้านเก่าของฉู่หมิงเฉิงสร้างพิงภูเขา ดังนั้นพื้นที่ทางฝั่งซ้ายของบ้านจึงเชื่อมต่อกับภูเขาโดยตรง โดยมีบ่อน้ำในลานหน้าบ้านตั้งอยู่ริมด้านนี้
ในตอนนี้เอง บนเนินลาดชันข้างภูเขา มีแมวลายสลิดสีทองเหลือบเทากำลังจ้องมองปลาในถังด้านล่างด้วยความอยากรู้อยากเห็น
มันไม่ได้กระโดดลงมาในทันที แต่มันชะเง้อคอไปมาเพื่อสำรวจรอบๆ พอเห็นว่าไม่มีคนอยู่ แถวนั้นมันก็กระโดดแว็บลงมาในลานบ้านทันทีด้วยความว่องไว
จากนั้นมันก็พุ่งเข้าหาถังน้ำ สองขาหน้าตะปบขอบถังไว้ ยื่นหัวลงไปดมๆ จ้องๆ ดูท่าทางกำลังพิจารณาว่าจะสอยปลาตัวไหนไปกินดี
จังหวะที่ฉู่หมิงเฉิงถือมีดกับเขียงเดินออกมาพอดี เขาก็ได้เห็นฉากเด็ดเข้าเต็มสองตา
"เช็ดเข้! ขโมยปลาตูเฉย!"
เขาตั้งใจจะตะโกนให้แมวป่าตัวนั้นตกใจหนีไป แต่แทนที่จะโกยอ้าว แมวตัวนั้นกลับหดคอลง ใช้กรงเล็บเกี่ยวปลาขึ้นมาหนึ่งตัว คาบเข้าปากแล้วออกวิ่งจี๋ทันที
ฉู่หมิงเฉิงยืนเหวอ แมวป่าตัวนี้มันจะใจกล้าเกินไปแล้วมั้ง!
"ไอ้หยา ปลาตะเพียนตัวใหญ่ของฉัน!"
พริบตาต่อมาเขาก็ได้สติและเริ่มไล่กวด แมวตัวนั้นมันร้ายมาก เลือกขโมยตัวที่ใหญ่ที่สุดของเขาไปซะด้วย
กว่าจะตามทัน แมวป่าที่คาบปลาตะเพียนที่ยังคงดิ้นขลุกขลักอยู่ในปากก็เผ่นเข้าบ้านคนอื่นไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยความเร็วระดับติดจรวดแบบนั้น ไม่มีหวังที่จะตามทันได้เลย
ฉู่หมิงเฉิงหยุดยืนหอบอย่างหมดหนทาง แต่แล้วเขาก็เห็นแมวป่าตัวนั้นวางปลาลง หันหน้ากลับมาจ้องเขาสักพัก แถมยังทำเสียงครางครืดคราด (Purr) ในลำคอใส่เขาอีก
มันคือเสียงหัวเราะเยาะหรือเสียงกลัวกันแน่เนี่ย?
แต่เขาคิดว่ามันคงกำลังฟินมากกว่า ก็แน่ล่ะ ขโมยปลาตัวเบ้อเริ่มไปได้แบบนั้นนี่นา
ฉู่หมิงเฉิงเป็นคนรักหมาหัวเน่ารักแมวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เขาเลยไม่ได้โกรธอะไรที่โดนขโมยปลาไป ออกจะขำๆ เสียมากกว่า
ในเมื่อแมวมันไปแล้ว เขาก็กลับมาล้างปลาต่อ จัดการเชือดน้องปลาที่หนักเกินครึ่งจินทั้งสี่ตัวที่เหลือจนเกลี้ยง
สองตัวแรกจะเอามาทำปลาต้มเบียร์ ส่วนอีกสองตัวตั้งใจว่าจะทำซุปปลาตะเพียนใส่เต้าหู้ไว้กินวันพรุ่งนี้
พรุ่งนี้เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับมาที่บ้านเพื่อหาของกินมื้อเที่ยงหลังจากออกไปหาของทะเล ที่บ้านเขามีกระติกน้ำร้อนที่เก็บความร้อนได้ดีอยู่ น่าจะเอาไว้ใส่ข้าวใส่แกงไปกินข้างนอกได้สบายๆ
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน