ตอนที่ 5

คลื่นใต้น้ำ

1,640 คำ~9 นาที
เงียบสนิท... เงียบราวกับป่าช้า อู๋จื้อหมิงและหมอหนุ่มที่สังกัดสมาคมเทพต่างภพมานานหลายปี ผ่านการทวงหนี้มานับไม่ถ้วน พวกเขาคิดว่าหัวใจด้านชาจนเห็นเรื่องแปลกเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่ครั้งนี้ พวกเขาถึงกับยืนอึ้งตาค้าง นี่แม่งจะโหดเกินไปไหม! ต้องเป็นคนใจรั้นขนาดไหนกัน ถึงได้กล้าเอามีดแทงตัวเองต่อหน้าคนอื่น แล้วล้วงไตออกมาขายสดๆ แบบนี้? แถมยังมีบอกว่ามีให้แบบ 'ไม่จำกัด' อีก?? ในฐานะนักสู้ อู๋จื้อหมิงรู้ซึ้งดีว่า การที่อวัยวะภายในสามารถงอกใหม่ได้นั้น อย่างน้อยต้องเป็นระดับ 'จอมยุทธ์ขั้นต้น' ขึ้นไปเท่านั้นถึงจะทำได้! ข้อมูลผิดพลาดงั้นเหรอ? ไอ้เด็กหนุ่มตรงหน้านี่มันพวกเสือซ่อนเล็บ ดูภายนอกเหมือนคนป่วยใกล้ตาย แต่จริงๆ แล้วมีขอบเขตพลังระดับจอมยุทธ์งั้นเรอะ! อู๋จื้อหมิงรีบเก็บจิตสังหารของตัวเองทันที ต่อหน้าจอมยุทธ์ นักสู้สองดาราอย่างเขามันก็แค่เศษสวะ เขาพยายามเรียบเรียงคำพูดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะปั้นหน้ายิ้มประจบประแจงแล้วถามอย่างระมัดระวัง "ไม่ทราบว่า... ท่านมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ครับ?" การจะข้ามผ่านนักสู้เก้าดาราไปเป็นจอมยุทธ์ขั้นต้นได้นั้น ในเมืองระดับจังหวัดถือเป็นตัวตนที่สูงส่งเป็นอย่างยิ่ง ต่อให้ผู้ว่าการเมืองอวี๋หางมาเจอ ก็ยังต้องปั้นหน้ายิ้มต้อนรับ แม้จอมยุทธ์จะมีพลังในการฟื้นฟูอวัยวะ แต่เขาก็ไม่เคยเห็นจอมยุทธ์คนไหนบ้าพอจะควักเครื่องในตัวเองออกมาขายแบบนี้... คนตรงหน้าไม่ได้กำลังล้อพวกเขาเล่นอยู่ใช่ไหม? หวังจื้อหมิงใจสั่นพะว้าพะวังพลางด่าตัวเองในใจว่าซวยชะมัด แค่มาทำงานรับจ้างทั่วไปดันมาเจอจอมยุทธ์เข้าให้! "ผมไม่ได้มีจุดประสงค์อะไรทั้งนั้นแหละ" ฉินอี้ควงมีดผ่าตัดเล่นพลางตอบด้วยสีหน้าจริยจัง "ผมแค่ขาดเงินจริงๆ เลยอยากจะเสนอขายอวัยวะให้พวกคุณแบบระยะยาว" "วางใจได้เลย นอกจากหัวใจกับสมองแล้ว ผมมีอวัยวะส่วนอื่นพร้อมส่งให้ทุกอย่าง" ระหว่างที่คุยกันไม่กี่คำ หมอหนุ่มสังเกตเห็นว่าบาดแผลสองแห่งที่เอวของฉินอี้ประสานตัวกันอย่างเงียบเชียบ แม้แต่รอยแผลเป็นก็ไม่มีเหลือ ความสามารถในการฟื้นตัวขนาดนี้ จอมยุทธ์ตัวจริงเสียงจริงแน่นอน! อู๋จื้อหมิงและหมอหนุ่มรู้สึกหนังหัวชาหนึบ พวกเขาเหลือบมองเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งที่ชุ่มไปด้วยเลือดของฉินอี้ ก่อนจะรีบรับคำด้วยรอยยิ้มทันทีโดยไม่ต้องคิด "ได้ครับ ได้แน่นอน การได้ร่วมธุรกิจกับท่านในระยะยาวถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งครับ" สิ้นคำพูดนั้น ฉินอี้ก็โชว์ควักอวัยวะที่แข็งแรงสมบูรณ์ออกมาอีกสองสามชิ้นต่อหน้าต่อตาเพื่อขายให้พวกเขา การโอนเงินเสร็จสิ้นลงในทันที ทำให้เขาได้รับเงินมาหนึ่งล้านคาร์แบบสบายๆ เนื่องจากพลังงานในร่างกายถูกใช้ไปกับการวิวัฒนาการ ฉินอี้จึงเริ่มหิวจัด เขาเลยหยิบหนังโซฟาแท้ชิ้นหนึ่งขึ้นมาฉีกแล้วยัดเข้าปากเคี้ยวหยับๆ ด้วยสีหน้าเอร็ดอร่อย อู๋จื้อหมิงมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง นี่มันตัวประหลาดอะไรกันวะเนี่ย?! เมื่อการซื้อขายสิ้นสุดลง เขากับหมอหนุ่มก็ไม่กล้ารั้งอยู่แม้แต่วินาทีเดียว รีบใส่เกียร์หมาหนีไปทันที มองตามแผ่นหลังที่รีบร้อนจากไป ฉินอี้อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ พวกเขานี่ช่างเป็นคนดีที่มาช่วยในยามยากจริงๆ "ขายอวัยวะตัวเองนอกจากจะได้เงินแล้ว ยังช่วยให้วิวัฒนาการได้อีก มันช่างเข้ากับสถานการณ์ของฉันได้สมบูรณ์แบบจริงๆ" ฉินอี้เปิดแผงหน้าจอส่วนตัวขึ้นมา การกระทำที่ควักอวัยวะสดๆ เมื่อครู่ทำให้เขาได้รับทักษะติดตัวเพิ่มมาอีกสองอย่าง นั่นคือ 【สร้างเม็ดเลือด LV1】 และ 【อวัยวะคืนสภาพ LV1】 ทักษะทั้งสองนี้เกิดการหลอมรวมเข้ากับ 【ฟื้นฟูเซลล์แบ่งตัว LV2】 จนกลายเป็น 【พลังฟื้นฟูกายา LV1】 "ไอ้คนทวงหนี้นั่นชัดเจนว่าเป็นนักสู้ แต่พอเห็นฉันงอกอวัยวะใหม่ได้ กลับเปลี่ยนท่าทีมานอบน้อมทันที... หรือเข้าใจผิดว่าฉันเป็นนักสู้ระดับสูงกันนะ?" ฉินอี้ไม่ใช่คนโง่ เขาย่อมสังเกตเห็นทัศนคติที่เปลี่ยนไปของอู๋จื้อหมิง ในฐานะคนธรรมดาที่ไม่มีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้มาตลอด ทำให้เขาขาดความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับวิถีแห่งยุทธ์ สงสัยเขาต้องหาโอกาสไปศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังเสียแล้ว เพราะในอนาคต เขาคงต้องเผชิญหน้ากับนักสู้อีกมากมาย เขาเดินไปล้างคราบเลือดในห้องน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ที่สะอาดสะอ้าน เตรียมตัวออกไปซื้อเสบียงข้างนอก ตอนนี้มีเงินฝากในบัญชีหนึ่งล้านแล้ว จะทำอะไรก็ดูมั่นใจไปหมด ... ... ขณะเดียวกัน อู๋จื้อหมิงและหมอหนุ่มที่โกยแน่บออกมาจากอพาร์ตเมนต์เสื้อขาว เมื่อเห็นว่าฉินอี้ไม่ได้ตามมาฆ่าปิดปาก ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก พวกเขาสองคนเดินเข้าไปในบาร์ที่ชื่อว่า 【ไร้ชีพ】 ตรงไปที่เคาน์เตอร์แล้วคว้าเหล้ามาดดดื่มรวดเดียวหมดแก้ว "ทำไมดูหงุดหงิดกันขนาดนั้นล่ะ? ทวงหนี้ไม่สำเร็จ หรือว่าไอ้ฉินอี้มันชิงตายไปก่อนแล้ว?" เบื้องหน้าของพวกเขา บาร์เทนเดอร์ในชุดเชิ้ตสีขาวรับกระเป๋าหิ้วจากหมอหนุ่มมาถือไว้พลางยิ้มแย้มอย่างอบอุ่น "ทวงหนี้เรอะ?" อู๋จื้อหมิงถ่มน้ำลายอย่างหัวเสีย "แกไปสืบข้อมูลมายังไงวะ ถึงไม่รู้ว่าฝั่งนั้นเป็นถึงระดับจอมยุทธ์ เกือบทำให้พวกเราไปตายฟรีแล้วไหมล่ะ!" บาร์เทนเดอร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ถามด้วยความขัดแย้งในใจ "จอมยุทธ์? แกกำลังจะบอกว่าไอ้ฉินอี้เป็นจอมยุทธ์งั้นเหรอ?" อู๋จื้อหมิงกระดกเหล้าอีกแก้วพลางพยักหน้า "ก็เออสิ มันงอกอวัยวะใหม่ได้ต่อหน้าต่อตาเลย!" เขาเล่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเจอมาคร่าวๆ ยิ่งฟัง บาร์เทนเดอร์ก็ยิ่งตกตะลึงจนอดไม่ได้ที่จะขัดขึ้นมา "เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด" "ฉันสืบประวัติฉินอี้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเป็นมะเร็ง ไม่มีอะไรผิดปกติเลย มันคือคนธรรมดาชัดๆ!" ความเงียบเข้าปกคลุมเคาน์เตอร์บาร์อยู่ครู่หนึ่ง บาร์เทนเดอร์วางแก้วเชคเกอร์ลง ขมวดคิ้วมุ่น "ถ้าพวกแกไม่ได้โกหก งั้นก็มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว" "ไอ้เด็กนี่... ในเดือนที่ผ่านมาต้องไปเจอโชคลาภมหาศาลอะไรบางอย่างแน่ๆ ถึงได้กลายเป็นจอมยุทธ์แบบก้าวกระโดด" อู๋จื้อหมิงสะดุ้ง "จากคนธรรมดากลายเป็นจอมยุทธ์ภายในเดือนเดียว อย่างน้อยต้องได้ครอบครอง 'วัตถุวิญญาณระดับ C' หรือไม่ก็ 'พฤกษาปราณขั้นสอง' เลยนะนั่น?" เหตุการณ์คางคกกลายเป็นมังกรไม่ใช่เรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นหลังจากยุคลมปราณฟื้นฟู ของวิเศษในมิติลับถ้ำสวรรค์หลายอย่างมีสรรพคุณเช่นนั้น และมันล้ำค่าอย่างยิ่ง อย่างวัตถุวิญญาณระดับ C ราคาเริ่มต้นก็อย่างน้อยสิบล้าน แถมยังมีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้! ถ้าเป็นพฤกษาปราณขั้นสองที่สามารถเก็บเมล็ดไว้ปลูกต่อได้ ราคายิ่งพุ่งสูงไปอีก! แววตาของอู๋จื้อหมิงฉายชัดถึงความโลภที่ปิดไม่มิด แต่แล้วเขาก็แฟบลงอย่างรวดเร็ว การแย่งชิงวัตถุวิญญาณระดับ C ไม่ใช่เรื่องที่นักสู้สองดาราอย่างเขาจะเข้าไปสอดมือได้ "เรื่องนี้พวกแกทำได้ดีมาก พยายามตรึงฝั่งฉินอี้ไว้ก่อน อย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่ามและห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด" บาร์เทนเดอร์เลียริมฝีปาก "ฉันจะรายงานเรื่องนี้ให้เบื้องบนขององค์กรทราบ เพื่อส่งคนมาจัดการ" "ถึงตอนนั้น ถ้าได้อะไรติดไม้ติดมือมา ไม่ลืมส่วนแบ่งของพวกแกแน่" สมาคมเทพต่างภพหยั่งรากลึกในมณฑลเจียงหนานมานานกว่าสี่สิบห้าสิบปี ไม่ว่าจะเป็นเมืองอวี๋หางหรือเมืองใหญ่ๆ ต่างก็มีสมาชิกฝังตัวอยู่ อิทธิพลไพศาลและซับซ้อน ตั้งแต่ปล่อยเงินกู้นอกระบบ ไปจนถึงวางเพลิงฆ่าคน สมาคมเทพต่างภพทำหมด และทำอย่างยิ่งใหญ่เสียด้วย! แค่เด็กหนุ่มที่ก้าวสู่วิถีแห่งยุทธ์ด้วยโชคช่วยคนเดียว ไม่สลักสำคัญพอให้พวกเขาต้องหวาดเกรง เพียงไม่กี่คำพูด พวกเขาก็ร่วมกันตัดสินอนาคตของฉินอี้เสียแล้ว "มีของล้ำค่าแต่ไร้ความสามารถที่จะรักษา... วัตถุวิญญาณระดับ C ไม่ใช่สิ่งที่ขยะที่แม้แต่พรสวรรค์นักสู้ยังไม่มี จะครอบครองได้หรอก" บาร์เทนเดอร์เขย่าเชคเกอร์ เมื่อของเหลวข้างในผสมกันจนได้ที่ เขาก็หยุดมือแล้วเปิดฝาออกแรงๆ ปัง!! เหล้าสีแดงสดราวกับโลหิตถูกรินลงในแก้วไวน์... แก้วนี้มีชื่อว่า 'ตัณหา'
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV