ตอนที่ 1
เล่นพ่อแม่ลูก
2,051 คำ~11 นาที
“ทำไมต้องเป็นผม ทำไมต้องเป็นผม! ผมไม่อยากเข้ามาในโลกแห่งกฎกติกาพิศวงนี่นะ!”
“พ่อครับแม่ครับ อยู่ที่ไหนกัน ผมกลัวเหลือเกิน ฮือๆ...”
“บัดซบ! คนทั้งประเทศตั้งเยอะตั้งแยะ ทำไมต้องมาเลือกผมด้วยวะ! ตอนซื้อหวยล่ะไม่เห็นแม่นแบบนี้บ้าง! แม่งเอ๊ย!”
ซุนข่ายขมวดคิ้วแน่น เขามองดูคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังตะโกนโวยวายด้วยความสับสน นี่มันที่ไหนกัน?
ฉับพลัน เขารู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมา ความทรงจำแปลกปลอมบางอย่างพลันปรากฏขึ้นในหัว
“โลกแห่งกฎกติกาพิศวง? แล้วก็... ตัวแทนแห่งชะตากรรมชาติที่ถูกเลือกงั้นเหรอ?”
จากความทรงจำเหล่านั้น ซุนข่ายก็เข้าใจเรื่องหนึ่งแล้วว่าเขาได้ทะลุมิติมา และเข้ามาอยู่ในโลกแปลกประหลาดที่มี ‘โลกแห่งกฎกติกาพิศวง’ แห่งนี้ แถมเขายังกลายเป็นหนึ่งในตัวแทนแห่งชะตากรรมชาติของรุ่นนี้อีกด้วย
อย่าได้คิดเชียวว่าตำแหน่งตัวแทนแห่งชะตากรรมชาตินั้นเป็นเรื่องดี พวกเขาเป็นเพียงผู้ถูกเลือกโดยโลกแห่งกฎกติกาพิศวง เพื่อให้เข้าไปเป็นตัวแทนของประเทศตนในการเข้าร่วมการแข่งขัน
หากพวกเขาทำภารกิจผ่าน ทั้งตัวเขาและคนทั้งประเทศก็จะได้รับผลประโยชน์ แต่ถ้าหากล้มเหลว ไม่เพียงแค่ตัวเองจะต้องตาย แต่โลกแห่งกฎกติกาพิศวงจะรุกล้ำเข้ามาในโลกความเป็นจริงด้วย!
ในสถานที่ที่พวกเขามองไม่เห็น ประชากรทั้งประเทศกำลังเฝ้าดูพวกเขาผ่านการถ่ายทอดสด
“จบกัน... เริ่มมาก็เจอความยากระดับห้าคนเลยเหรอแบบนี้จะไม่ตายกันหมดรึไง?”
“นั่นสิ ข้อมูลเก่าๆ ที่เคยบันทึกไว้บอกว่า ระดับง่ายที่สุดคือระดับหนึ่งคน ส่วนระดับสูงสุดคือระดับสิบคน ความยากระดับห้าคนนี่ถือว่าไม่น้อยเลยนะ”
“คนแก่สองคน ผู้ชายสองคน แล้วก็ผู้หญิงอีกหนึ่งคน ดูท่าทางแล้วกลุ่มนี้ไม่ค่อยน่ารอดเท่าไหร่”
“หรือว่าต้าเซี่ยของเรากำลังจะต้องเผชิญกับยุคมืดอันยาวนานอีกครั้ง?”
ซุนข่ายไม่รู้เลยว่าทุกการกระทำของเขากำลังถูกจับตามองอยู่ เขาหันมองไปรอบๆ นี่คือห้องพักแบบสามห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่นที่ดูธรรมดามาก และพวกเขาทั้งห้าคนก็อยู่ที่นี่
มีทั้งชายหญิง คนแก่และเด็ก ครบถ้วนทุกรูปแบบ
ชายชราสวมแว่นตา ดูมีมาดนักวิชาการ คล้ายกับเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย
คุณยายดูใจดี การแต่งกายเรียบง่าย ร่างกายค่อนข้างค่อม
หญิงสาวคนหนึ่งที่ดูน่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับซุนข่าย เธอหน้าตาสะสวย ทว่าในตอนนี้เธอกำลังร้องไห้จนเครื่องสำอางบนใบหน้าเลอะเทอะไปหมด
คนสุดท้ายดูเหมือนจะเป็นเด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดสิบแปดปี สีหน้าเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด เขากำลังเตะโซฟาข้างๆ อย่างไม่หยุดหย่อน ปากก็สบถคำหยาบคายออกมาไม่ขาดสาย
ในวินาทีนั้นเอง ข้อมูลบางอย่างก็ปรากฏขึ้นในหัวของพวกเขาโดยอัตโนมัติ
【ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งกฎกติกาพิศวง ณ ที่แห่งนี้ โปรดปฏิบัติตามกฎกติกาอย่างเคร่งครัด อย่าพยายามฝ่าฝืน】
【ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ ล้วนแต่คือกฎกติกา】
【โปรดจำไว้ว่า ผลลัพธ์สุดท้ายของพวกเจ้า จะส่งผลต่อประเทศที่พวกเจ้าสังกัดอยู่】
ซุนข่ายรออยู่ครู่หนึ่งพบว่าไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว คนอื่นๆ ก็ดูเหมือนจะเป็นเช่นเดียวกัน
“เอ่อ... ต่อจากนี้เราควรทำยังไงกันดี?”
คนที่เอ่ยปากขึ้นคืออาจารย์ชายผู้นั้น ดูท่าทางแล้วเขายังค่อนข้างตั้งสติได้ดี
“ตามข้อมูลของโลกแห่งกฎกติกาพิศวงในอดีต สิ่งที่เราต้องทำน่าจะเป็นการพิชิตดันเจี้ยนในโลกแห่งกฎกติกาพิศวงนี้ให้สำเร็จ”
คนที่ตอบกลับมาคือคุณยายที่ดูเรียบง่ายท่านนั้น
ซุนข่ายเลิกคิ้วขึ้น ข้อมูลในอดีตงั้นหรือ?
เขาพยายามนึกทบทวนในหัว จึงนึกขึ้นได้ว่าโลกแห่งกฎกติกาพิศวงจะปรากฏขึ้นทุกห้าร้อยปี ส่วนจะคงอยู่เนิ่นนานเพียงใดนั้นไม่มีใครทราบได้
“ฉันไม่อยากพิชิตดันเจี้ยนอะไรทั้งนั้น ฉันอยากกลับบ้าน!”
หญิงสาวร้องไห้สะอึกสะอื้น น้ำตานองหน้าดั่งหยาดฝนโปรยปรายลงบนดอกแพร์ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครสนใจเธอเลย
เด็กหนุ่มเบะปากแล้วเอ่ยเหน็บแนม “ร้องไห้อยู่ได้ ร้องแล้วจะได้ออกไปหรือไง?”
“หยุดพล่ามไร้สาระสักที แล้วรีบหาวิธีพิชิตดันเจี้ยนเถอะวะ ฉันไม่อยากตายที่นี่!”
แม้คำพูดของเด็กหนุ่มจะฟังดูไม่เข้าหู แต่สิ่งที่เขาพูดก็เป็นความจริง
“ผมเสนอว่า เราควรเริ่มค้นหาในบ้านหลังนี้ก่อน ดูว่ามีเบาะแสอะไรบ้าง”
โลกแห่งกฎกติกาพิศวงโยนพวกเขามาที่นี่โดยไม่มีคำแนะนำอะไรเลย นี่แหละคือจุดที่น่าปวดหัวที่สุด
ข้อเสนอของซุนข่ายได้รับการเห็นชอบจากทุกคน ดังนั้นต่างคนต่างแยกย้ายไปค้นหาตามจุดต่างๆ
ซุนข่ายเลือกไปที่ห้องนอนใหญ่
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วผลักประตูเข้าไป นี่เป็นห้องนอนคู่สามีภรรยาทั่วไป มีเตียงคู่ตั้งวางอยู่ตรงกลาง
ด้านข้างมีตู้เสื้อผ้าและโต๊ะคอมพิวเตอร์ หน้าจอคอมพิวเตอร์ดูเทอะทะ ดูจากสภาพแล้วน่าจะเป็นรุ่นเก่ามาก
แต่สายตาของซุนข่ายกลับไปสะดุดเข้ากับรูปแต่งงานที่วางอยู่บนหัวเตียง
ชายในรูปสวมสูทสีดำ หญิงสาวสวมชุดแต่งงานสีขาว ทั้งคู่ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข
สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเสียวสันหลังวาบที่สุดก็คือ คนในรูปนั้น... กลับเป็นเขาและหญิงสาวคนนั้น!
“นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมรูปแต่งงานบนนั้นถึงเป็นผมกับผู้หญิงคนนั้นล่ะ? เราไม่ได้รู้จักกันด้วยซ้ำ!”
ซุนข่ายเข้าไปดูใกล้ๆ อย่างละเอียด และยืนยันได้ว่าชายในรูปหน้าตาเหมือนเขาไม่มีผิดเพี้ยน ส่วนภรรยาก็คือหญิงสาวคนนั้น
เขาหายใจเข้าลึกๆ พยายามไม่สนใจรูปถ่ายนั้นชั่วขณะ ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะคอมพิวเตอร์แล้วลองเปิดเครื่องดู แต่น่าเสียดายที่มันไม่สำเร็จ
คอมพิวเตอร์ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เลย ดูเหมือนมันจะเสียแล้ว
“เอ๊ะ นี่มันสมุดบันทึกเหรอ?”
ดวงตาของซุนข่ายเป็นประกายขึ้นมาเมื่อเหลือบไปเห็นสมุดเล่มเล็กๆ ที่วางอยู่ข้างคอมพิวเตอร์ เขาจึงรีบหยิบขึ้นมาดู
【กฎกติกาพิศวง: เล่นพ่อแม่ลูก】
【คนในครอบครัวจะต้องอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา สมัครสมานสามัคคี ห้ามขาดแม้แต่คนเดียว】
【กฎกติกา】
【1. เจ้าคือพ่อ จงสวมบทบาทของพ่อให้ดี จำไว้ว่าเจ้าเป็นเพียงแค่พ่อคนหนึ่งเท่านั้น】
【2. ห้ามบอกชื่อของเจ้าแก่ใครเด็ดขาด】
【3. สามีภรรยาห้ามมีปากเสียงกัน และต้องนอนบนเตียงเดียวกัน แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ใช่ภรรยาของเจ้าก็ตาม】
【4. หลังปิดไฟ อย่าหลงเชื่อเสียงใดๆ ทั้งสิ้น】
【5. จงพาลูกชายและลูกสาวไปโรงเรียนให้ตรงเวลา และห้ามสนทนากับครู】
ข้างต้นมีเพียงเนื้อหาเท่านี้ ซุนข่ายจดจำรายละเอียดทั้งหมดเอาไว้
ตามข้อมูลก่อนหน้านี้ กฎเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติตาม แต่ข้อมูลก็ระบุไว้ด้วยว่ากฎอาจมีจริงและเท็จผสมกัน
เขาไม่มีหนทางใดที่จะพิสูจน์ได้ว่ากฎเหล่านี้จริงหรือเท็จ
หากทำพลาด สิ่งที่เขาต้องจ่ายอาจเป็นชีวิตของตัวเอง
ในขณะเดียวกัน ณ สถานที่ลับสุดยอดแห่งหนึ่งในประเทศต้าเซี่ย กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งจ้องมองภาพเบื้องหน้า
“พวกเขาเริ่มสัมผัสกับกฎกติกาแล้ว ไม่นึกเลยว่าเริ่มมาก็เจอกฎห้าข้อเลยทันที ให้ฝ่ายวิเคราะห์รีบตรวจสอบและหาจุดผิดปกติในกฎพวกนั้นด่วน เรามีโอกาสเตือนพวกเขาได้แค่สามครั้งเท่านั้น ห้ามเสียเปล่า!”
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เขาคือเซี่ยฉางชิง หัวหน้าทีมปฏิบัติการสนับสนุนตัวแทนแห่งชะตากรรมชาติที่ถูกจัดตั้งขึ้นโดยประเทศต้าเซี่ย
“รับทราบครับ กฎข้อแรก การสวมบทบาทเป็นพ่อนั้นสำคัญมาก และพ่อก็มีความสำคัญโดดเด่นมากในครอบครัว นั่นหมายความว่าชายที่รับบทเป็นพ่อห้ามเกิดเรื่องเด็ดขาด! เพื่อความปลอดภัย อย่างน้อยต้องเก็บโควตาการเตือนไว้ให้เขาหนึ่งถึงสองครั้ง”
“กฎข้อสอง ห้ามบอกชื่อแก่ใครเด็ดขาด นี่แสดงว่าชื่อมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพวกเขา แต่ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่าทำไมถึงมีข้อจำกัดเช่นนี้”
“กฎข้อสามดูแปลกพิลึก ถ้าอีกฝ่ายไม่ใช่ภรรยา แล้วจะนับเป็นภรรยาได้อย่างไร? กฎข้อนี้อาจเป็นกฎปลอม แต่ต่อให้เป็นกฎปลอม ส่วนหนึ่งก็อาจเป็นเรื่องจริง ต้องปฏิบัติตามไว้ก่อน รอถึงตอนกลางคืนค่อยสังเกตการณ์แล้วเตือนพ่อคนนั้นเอาไว้”
“กฎข้อสี่...”
กฎทุกข้อล้วนมีการวิเคราะห์อย่างละเอียด ในสายตาของพวกเขา ยังมีภาพของคนอื่นๆ อีก ซึ่งต่างก็พบเจอกับกฎที่ตนต้องปฏิบัติตามเช่นกัน
แต่ที่แปลกก็คือ จำนวนกฎที่คนอื่นได้รับ กลับไม่ได้เยอะเท่ากับของซุนข่าย
ในขณะที่ซุนข่ายกำลังจะหันไปหาจุดอื่น เขาก็เหลือบไปเห็นตัวอักษรเล็กๆ แถวหนึ่งปรากฏขึ้นใต้กฎข้อที่สอง
【ชื่อเป็นเพียงแค่รหัสเรียกขาน เจ้าจะชื่อจางซาน หรือหลี่ซื่อก็ได้ ขอแค่ไม่บอกชื่อจริงของเจ้าก็พอ】
ซุนข่ายเผยสีหน้าประหลาดใจ นี่มันอะไรกัน?
นี่คือกฎข้อใหม่หรือ?
แต่เขากำจำได้แม่นว่า เมื่อครู่นี้ไม่มีตัวอักษรบรรทัดนี้อยู่เลย
“หรือว่าผมจะตาฝาดไปเอง?”
ซุนข่ายส่ายหัว ทว่าสายตาก็เหลือบไปเห็นรูปแต่งงานนั่นอีกครั้ง คราวนี้เขาพบปรากฏการณ์ประหลาด
ตอนที่เขาอยู่หน้าประตูห้องนอน เขารู้สึกเหมือนคนสองคนในรูปกำลังจ้องมองเขาอยู่
แต่พอเขาเดินมาถึงโต๊ะคอมพิวเตอร์ เขาก็ยังรู้สึกว่าสายตาในรูปนั้นยังคงจ้องมองตามเขามา
สถานการณ์เช่นนี้ทำให้เขารู้สึกเสียวสันหลังวาบไม่น้อย
เขาไม่ได้รอช้าอีกต่อไป คว้าสมุดบันทึกแล้วรีบเดินออกจากห้องนอนไป
ในเวลานี้ ด้านนอกมีเพียงชายชราและเด็กหนุ่มที่กำลังรออยู่ในห้องโถง ทว่ากลับไม่เห็นหญิงสาวคนนั้น
“เธอไปไหนแล้วครับ?” ซุนข่ายเอ่ยถาม
“ฉันจำได้ว่าเธอเข้าห้องน้ำไปน่ะ” เด็กหนุ่มเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
ซุนข่ายขมวดคิ้ว ห้องน้ำไม่ได้ใหญ่โตอะไร ไม่น่าจะต้องใช้เวลานานขนาดนั้น
ในขณะที่เขากำลังจะเดินไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น เสียงกรีดร้องก็ดังแว่วออกมาจากทางห้องน้ำ
ซุนข่ายตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขาพุ่งตัวไปเปิดประตูห้องน้ำทันที แล้วสิ่งที่เขาเห็นก็คือ...
หญิงสาวนั่งกอดเข่าตัวสั่นอยู่ในมุมห้อง ส่วนบนชักโครกที่ไม่ไกลออกไปนัก มีเด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงนั้น
เธอกำลังเอียงคอแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงใสซื่อไร้เดียงสาว่า “แม่คะ เป็นอะไรไปคะ? ทำไมถึงกลัวซิซีล่ะ?”
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน