ตอนที่ 3

คืนเงินที่หามาได้ไปซะ!

1,851 คำ~10 นาที
ได้ยินที่หลี่เหลียนพูดแบบนั้น เฉียนจื่อหย่งก็ตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ เชื่อฟังดีสิ! ถ้าเชื่อฟังก็จะไม่มีอะไรมั่วซั่วจนเขาต้องปวดหัวตามแก้ทีหลัง เขาชอบคนประเภทนี้ที่สุด! “ได้! ได้! ได้เลย!” ปากก็รับคำหลี่เหลียน แต่ในใจเฉียนจื่อหย่งกำลังคิดเลขคำนวณแผนการของตัวเองอยู่ พนักงานหลายคนทำงานกับหลี่เหลียนมาแปดปี ดูเหมือนหลี่เหลียนจะไม่ได้คิดจะจ่ายเงินชดเชยกรณีเลิกจ้าง (n+1) ให้พวกเขา เงินชดเชย n+1 มีแค่บริษัทดีๆ เท่านั้นแหละที่ให้ ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับนี้ปกติไม่ค่อยจะมีหรอก แต่เฉียนจื่อหย่งตั้งใจจะจ่าย ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในขอบเขตที่ระบบอนุญาต …… ภายในห้องทำงานเถ้าแก่ เฉียนจื่อหย่งที่กินจนอิ่มแปล้กำลังนอนเหยียดกายอย่างสบายใจอยู่บนเตียง เถ้าแก่หลี่เกรงใจเขาเกินไปจริงๆ ถึงขั้นต้องเลี้ยงข้าวเขาตั้งมื้อใหญ่ เขาปฏิเสธไม่ได้ เลยจำใจกินไปพันกว่าหยวน เนื้อแกะนั่นเคี้ยวหนึบได้ใจมาก จนถึงตอนนี้เฉียนจื่อหย่งยังรู้สึกนึกถึงรสชาติอยู่เลย “หัวละห้าร้อยนี่มันหรูหราจริงๆ!” เฉียนจื่อหย่งขยับปากลิ้มรสความอร่อยในจินตนาการ พอนึกถึงว่าอีกสามเดือนข้างหน้าเขาจะมีเงินห้าล้านหยวน มื้อละห้าร้อยแค่นี้เขาก็ดูจะกินไหวอยู่ พอนึกถึงว่าจากนี้ไปจะได้กินแต่อาหารดีๆ ไม่ต้องทนกินข้าวกล่องอีกต่อไป เฉียนจื่อหย่งก็รู้สึกมีไฟขึ้นมาเต็มเปี่ยม “ก๊อกๆ” เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้เขาตื่นจากภวังค์ “เข้ามา” เฉียนจื่อหย่งลุกขึ้นนั่ง ชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบเดินเข้ามา เขาคือผู้จัดการซูเปอร์มาร์เก็ต “จูต้าเฉียง” “ผู้จัดการจู เชิญนั่งครับ!” เฉียนจื่อหย่งรีบเชื้อเชิญคนเข้ามา จูต้าเฉียงเดินเข้ามาอย่างระมัดระวังก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ “ไม่กล้าๆ เรียกว่าเสี่ยวจูดีกว่าครับ” จูต้าเฉียงรีบพูดทันที เถ้าแก่คนก่อนไม่พอใจเขามาก ถ้าไม่ใช่เพราะซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้เจ๊ง เขาคงถูกไล่ออกไปนานแล้ว เขาไม่รู้ว่าเถ้าแก่คนใหม่นี้จะคิดยังไงกับเขาบ้าง? ตอนนี้หางานทำยากจะตายไป ยิ่งตำแหน่งผู้จัดการเงินเดือนหนึ่งหมื่นหยวนแบบนี้ยิ่งหายาก เขาอายุมากแล้ว ข้างบนก็มีพ่อแม่ ข้างล่างก็มีลูก ทุกอย่างในบ้านต้องพึ่งพาเขาคนเดียว ถ้าออกจากที่นี่ไปจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าจะไปทำมาหากินที่ไหน เฉียนจื่อหย่งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง “อยู่ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตนี้สบายดีไหม?” จูต้าเฉียงหยิบบุหรี่ออกจากกระเป๋าและยื่นให้เฉียนจื่อหย่งอย่างนอบน้อม เฉียนจื่อหย่งส่ายหน้า “ผมไม่สูบบุหรี่ครับ” จูต้าเฉียงพูดเบาๆ “เถ้าแก่ครับ ผมอยู่ที่นี่สบายดีครับ พนักงานทุกคนก็ขยันขันแข็งและรักใคร่สามัคคีกันดี เพียงแต่ธุรกิจของร้านย่ำแย่ลงทุกวัน ทุกเดือนมีแต่ขาดทุนครับ” ได้ยินแบบนั้น เฉียนจื่อหย่งก็ดีใจจนออกนอกหน้า ขาดทุนดีสิ! เฉียนจื่อหย่งพยักหน้าแล้วทำหน้าจริงจัง “เรื่องสภาพของซูเปอร์มาร์เก็ตผมรู้ดี ผมมีวิธีจัดการของผม คุณไม่ต้องไปยุ่ง แค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก็พอ” จูต้าเฉียงนั่งตัวตรง “รับทราบครับเถ้าแก่ คุณสั่งมายังไงผมจะทำตามนั้น ผมไม่มีทางทำอะไรโดยพลการแน่นอน” เห็นจูต้าเฉียงว่าง่ายแบบนี้ เฉียนจื่อหย่งก็พอใจมาก “ผู้จัดการจู ผมมอบหมายให้คุณดูแลซูเปอร์มาร์เก็ตไปเลยนะ ช่วงนี้ผมยุ่งมาก ถ้าเจออะไรติดขัดในร้าน ก็ใช้วิธีเดิมปรึกษาหารือกับพนักงานแล้วแก้ไขไปตามสถานการณ์เถอะ” เฉียนจื่อหย่งกำชับเพิ่ม “รับทราบครับ” จูต้าเฉียงพยักหน้า เฉียนจื่อหย่งหยิบบัตรธนาคารใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วส่งให้จูต้าเฉียง “นี่เป็นบัญชีนิติบุคคลของซูเปอร์มาร์เก็ต ในนี้มีอยู่สองล้านหยวน ไม่รู้ว่าจะพอไหม?” ใบอนุญาตประกอบธุรกิจเขาจ้างคนไปทำมาให้ เพราะเป็นกิจการเจ้าของคนเดียวขั้นตอนเลยเร็วมาก เงินทุนจดทะเบียนจ่ายจริงสองล้าน ชื่อร้านว่า ‘ซูเปอร์มาร์เก็ตเฟยหวง’ หมายถึง ‘ทะยานดั่งนกฟีนิกซ์’ (เฟยหวง) จูต้าเฉียงรับบัตรธนาคารไปมือสั่นระริก เสียงของเขาสั่นเครือ “ให้บัตรธนาคารผมเลย แบบนี้จะดีหรือครับ!” เขารู้จักเถ้าแก่คนนี้ได้แค่วันเดียว ทำไมถึงได้ไว้ใจเขาขนาดนี้! เถ้าแก่ไม่กลัวเขาเชิดเงินหนีหรือไง? เฉียนจื่อหย่งยิ้มพลางตบไหล่จูต้าเฉียง “ผมเชื่อใจคุณ” ได้ยินคำพูดของเฉียนจื่อหย่ง ชายร่างใหญ่ใจเด็ดอย่างจูต้าเฉียงถึงกับน้ำตาคลอเบ้า แล้วเริ่มสะอื้นออกมา “หยุดเลย ไม่ต้องมาดราม่า ไปทำงานไป!” เฉียนจื่อหย่งไล่จูต้าเฉียงออกไป “ในที่สุดก็ไปสักที!” เฉียนจื่อหย่งถอนหายใจยาว ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มๆ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเข้าเกมที่ไม่ได้เล่นมานาน “เล่นสักตาก่อน เดี๋ยวคืนนี้จะนอนเร็ว พรุ่งนี้จะได้ตื่นเช้า!” เฉียนจื่อหย่งบอกตัวเองอย่างหมายมั่น ก่อนจะกดเริ่มเล่นอย่างสบายใจ ตัวละครหานซิ่นของเขาฝีมือระดับเทพ แต่ทว่าวันนี้เพื่อนร่วมทีมดูจะไม่ค่อยเป็นใจ แม้เขาจะพยายามสุดชีวิตและทำเงินในเกมเป็นอันดับหนึ่งทุกตาทุกรอบ แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นความพ่ายแพ้อยู่ดี เขาโกรธจนด่าเพื่อนร่วมทีมยับ ส่วนเพื่อนร่วมทีมก็ด่าสวนกลับมา ทำเอาเขาตื่นตัวเต็มตาสุดๆ ลากยาวไปจนถึงตีสาม เฉียนจื่อหย่งถึงได้ยอมนอน เที่ยงวันรุ่งขึ้นเฉียนจื่อหย่งถึงได้ตื่น เห็นซูเปอร์มาร์เก็ตกำลังวางสินค้ากันอยู่ เลยออกไปซื้อข้าวกล่องไม่อร่อยๆ มากินก่อนจะหยิบมือถือมาลุยเกมต่อ ต่อเนื่องกันสามวัน เฉียนจื่อหย่งยังคงรักษาความกระตือรือร้นในการ “ทำงาน” อย่างหนักหน่วง แพ้บ้างชนะบ้าง แร็งค์ก็ไม่ขยับเลยสักนิด ทำเอาเขาหัวร้อนสุดๆ ที่น่าหัวร้อนกว่านั้นคือ ตอนเที่ยงวันที่สามเขากำลังออกไปซื้อข้าว แล้วเห็นว่าซูเปอร์มาร์เก็ตเปิดทำการแล้ว! ความเร็วนี้มันจะเร็วไปไหมเนี่ย! เฉียนจื่อหย่งรีบเปิดมือถือเช็ก พบว่าในบัญชีเงินทุนยังมีเหลืออีกเจ็ดแสนกว่าหยวน ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดห้าพันตารางเมตร ใช้งบวางสินค้าไปแค่ล้านกว่าหยวนเนี่ยนะ? เห็นสินค้าวางเต็มชั้นวางของเก่าๆ ในร้าน เฉียนจื่อหย่งถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก “เถ้าแก่!” เห็นเฉียนจื่อหย่งกำลังเดินตรวจร้าน จูต้าเฉียงก็รีบวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหา “ผู้จัดการจู นี่มันเรื่องอะไรกัน?” เฉียนจื่อหย่งชี้ไปที่สินค้าบนชั้นแล้วถาม “ของพวกนี้ใช้เงินไปแค่ล้านกว่าหยวนเองเหรอ?” เดิมเขากะจะใช้เงินสองล้านในการสต็อกสินค้า เพื่อให้ซูเปอร์มาร์เก็ตมีของไม่พอขาย แล้วเป็นตัวขัดขวางการทำกำไร ไม่คิดเลยว่าร้านจะเปิดทำการได้ราบรื่นขนาดนี้ “เถ้าแก่ครับ ซัพพลายเออร์ส่วนใหญ่ให้เราวางของก่อนจ่ายเงินทีหลังครับ มีแค่เจ้าใหญ่ๆ เท่านั้นที่ต้องใช้เงินสดหมุนเวียน” จูต้าเฉียงอธิบาย “อย่างนี้นี่เอง!” เฉียนจื่อหย่งพยักหน้า พลางถอนใจในใจว่าทำไมการทำธุรกิจสมัยนี้มันถึงได้แข่งขันกันดุเดือดขนาดนี้ ถึงขั้นยอมให้ติดหนี้ก่อนเพื่อจะเอาสินค้าเข้ามาวางขายในร้านเรา “ใช่ครับ” จูต้าเฉียงพูดต่อ “เดือนนี้ซูเปอร์มาร์เก็ตเราได้ค่าธรรมเนียมการจัดวางสินค้ามาหนึ่งแสนหยวนด้วยครับ” “ค่าธรรมเนียมการจัดวางสินค้าคืออะไร?” เฉียนจื่อหย่งเกาหัว ทำไมซูเปอร์มาร์เก็ตยังไม่ทันเปิด ก็มีเงินเข้ามาก่อนแล้วตั้งแสนนึง? “ก็คือการที่ซัพพลายเออร์ต้องการวางสินค้าไว้ในตำแหน่งที่เด่นที่สุดบนชั้นวาง ก็ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้เราไงครับ นี่แหละคือค่าธรรมเนียมการจัดวางสินค้า” จูต้าเฉียงอธิบายอย่างใจเย็น สีหน้าของเฉียนจื่อหย่งแย่ลงทันที มันจะแข่งกันดุเดือดไปไหนเนี่ย! เขาไม่ได้ตั้งใจจะให้ร้านมีกำไร ถ้าซัพพลายเออร์พวกนี้ขายของไม่ได้สักชิ้น ค่าธรรมเนียมการจัดวางสินค้าพวกนี้ก็เท่ากับขาดทุนเปล่าๆ ไม่ใช่เหรอ? ไม่ได้! เขาขาดทุนได้ แต่ซัพพลายเออร์ห้ามขาดทุนเด็ดขาด! “เงินจำนวนนี้เราห้ามรับ เราต้องปฏิบัติกับทุกคนให้เท่าเทียมกัน!” เฉียนจื่อหย่งสั่งจูต้าเฉียงด้วยท่าทีจริงจังให้นำเงินไปคืนซัพพลายเออร์ “เอ่อ……” แววตาของจูต้าเฉียงเต็มไปด้วยความสงสัย ไม่ว่าจะเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ที่ไหนเขาก็เก็บค่าธรรมเนียมนี้กันทั้งนั้น เถ้าแก่มีเงินวางอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่กลับไม่ยอมเอา มันดูไม่สมเหตุสมผลเลย เฉียนจื่อหย่งสอนด้วยความหวังดี “ผู้จัดการจู การที่เราเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตนั้น มีสิ่งที่ควรทำและสิ่งที่ไม่ควรทำ” “เงินส่วนไหนที่ควรได้ เราก็เอาทุกบาททุกสตางค์ แต่เงินส่วนไหนที่ไม่ควรได้ เราห้ามโลภเด็ดขาด เข้าใจไหม?” เขาต้องปรามจูต้าเฉียงไว้หน่อย อย่าขยันหาเงินมาให้เขาบ่อยนัก เฉียนจื่อหย่งก็รู้ดีว่าโทษจูต้าเฉียงไม่ได้ เพราะซูเปอร์มาร์เก็ตสมัยก่อนก็เก็บค่าธรรมเนียมนี้เหมือนกัน ไม่ใช่สิ่งที่จูต้าเฉียงทำโดยพลการ “รับทราบครับ” จูต้าเฉียงตัวสั่นสะท้าน รู้สึกประทับใจจนแทบพูดไม่ออก ในใจพร่ำท่องคำว่า ‘มีสิ่งที่ควรทำและสิ่งที่ไม่ควรทำ’ ซ้ำไปซ้ำมา เฉียนจื่อหย่งตบไหล่จูต้าเฉียงเพื่อเป็นกำลังใจ “ตั้งใจทำงานนะ เดี๋ยวจะพาไปกินของอร่อยๆ อยู่ดีกินดีกับฉันเอง!” จูต้าเฉียงดีมาก สั่งอะไรก็ทำตามหมด เฉียนจื่อหย่งเตรียมการไว้หมดแล้ว รอให้ซูเปอร์มาร์เก็ตเจ๊งเมื่อไหร่ เงินก้อนที่สองจากระบบโอนเข้ามาเมื่อไหร่ เขาจะให้จูต้าเฉียงเป็นผู้จัดการร้านเดิม แล้วไปเปิดสาขาใหม่ที่อื่น เพื่อปั่นเงินจากระบบต่ออีกยาวๆ
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV