ตอนที่ 2
ลากแกไปตายด้วยกัน กับการวิ่งหนีสุดชีวิต
1,745 คำ~9 นาที
【ปืนพก LV2: 0/10】
【ปืนพก P226 กึ่งอัตโนมัติ ระยะหวังผล 50 เมตร กระสุนหนึ่งนัด ขาดรางยุทธวิธี ศูนย์หน้าหาย เกลียวลำกล้องสึกหรออย่างหนัก ใช้งานได้ พลังทำลายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย】
นอกจากการเลื่อนระดับแล้ว คำอธิบายของปืน P226 กระบอกนี้ก็เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย
จากที่เคยใช้งานไม่ได้ กลายเป็นพลังทำลายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
“ซับซ้อนขนาดนี้เลยเหรอ?”
เสิ่นเป่ยพึมพำกับตัวเอง “สมกับเป็นโลกพลังงานที่มีพลังพิเศษ ไม่สนกฎทางฟิสิกส์พื้นฐานจริงๆ”
เสิ่นเป่ยตั้งใจจะอัปเกรดอีกครั้ง เขาจึงถอดชิ้นส่วนปืนพกทั้งหมดออกแล้วประกอบใหม่ แต่ที่น่าเสียดายคือครั้งนี้ค่าประสบการณ์ไม่เพิ่มขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว
เสิ่นเป่ยกระตุกยิ้มที่มุมปาก แค่นี้จบแล้วเหรอ?
“ดูท่าทางจะมีหนทางอัปเกรดอื่นที่ต้องลองผิดลองถูกดู”
ความคิดหลากหลายแล่นเข้ามาในหัวของเขา
“ครบหนึ่งนาทีแล้ว รีบไสหัวออกไปได้แล้ว!”
ตอนนี้เซียวหลงเริ่มอดใจไม่ไหวและเร่งเร้า
เสิ่นเป่ยครุ่นคิดในใจว่าจะทำลายสถานการณ์นี้อย่างไรดี ความดุร้ายของพวกหมาป่าเน่าภายนอกนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาจะรับมือไหว แต่ในตอนนี้ คนที่อยู่ตรงข้ามต่างก็ยกปืนพกและปืนไรเฟิลเล็งมาที่เขา หากเขาอืดอาดเพียงเสี้ยววินาที พวกมันคงสาดกระสุนใส่เขาจนพรุนเหมือนรังผึ้งแน่
ทันใดนั้น เสิ่นเป่ยก็พบความทรงจำหนึ่งในหัวของร่างเดิม นั่นคือเหตุการณ์ก่อนที่เซียวหลงจะพาคนเข้ามาในถ้ำ เขาได้ส่งคนไปประจำการเป็นพลสังเกตการณ์ที่ด้านบนของภูเขา
ตามหลักแล้ว หากมีสัตว์ร้ายหรืออันตรายใดเข้าใกล้ถ้ำ พลสังเกตการณ์ควรจะเป็นคนแรกที่ตรวจพบและส่งสัญญาณเตือนให้คนในถ้ำรีบหนีออกไป เพื่อไม่ให้ถูกปิดล้อม
แต่ความจริงคือ หลังจากที่ทุกคนถูกพวกหมาป่าเน่าล้อมไว้ พวกเขากลับไม่ได้รับสัญญาณเตือนผิดปกติจากพลสังเกตการณ์เลย
นั่นหมายความได้เพียงสถานการณ์เดียว
ราชาหมาป่าได้ลอบโจมตีพลสังเกตการณ์จากด้านหลังอย่างไร้สุ้มเสียง!
นี่คือสาเหตุที่ร้ายแรงที่สุดที่ทำให้พวกเขาทุกคนติดกับ
แต่พลสังเกตการณ์คนนั้นเป็นพลแม่นปืน และเขามี บาเร็ตต์ M95 ติดตัวมาด้วย!
สีหน้าของเสิ่นเป่ยเปลี่ยนไป เขาครุ่นคิดถึงตำแหน่งเดิมของพลสังเกตการณ์คนนั้น
ดี ดี ดี.
อยากให้ฉันตายเพื่อให้พวกแกมีชีวิตรอดต่อไปงั้นสินะ?
เสิ่นเป่ยแสยะยิ้มในใจ แผนการหนึ่งผุดขึ้นมา
จากนั้น เสิ่นเป่ยก็เดินไปที่ปากถ้ำอย่างช้าๆ ท่ามกลางสายตาของทุกคน
นี่เป็นครั้งแรกที่เสิ่นเป่ยได้มองดูโลกใบนี้ เมฆสีเทาจางๆ บนท้องฟ้าเปลี่ยนรูปร่างไปเรื่อยๆ เผยให้เห็นท้องฟ้าสีครามที่สวยงามอย่างน่าประหลาด แสงอาทิตย์ที่ร้อนแรงดั่งเปลวเพลิงสาดส่องลงมาบนผืนดินที่แห้งแตกเพราะความร้อนระอุ
ที่ไกลออกไป
ฝูงหมาป่าเน่าตัวกำยำกำลังเดินตรวจตราไปมา น้ำลายของพวกมันหยดลงบนโขดหินที่ร้อนระอุจนเกิดเสียงฉ่าและไอสีขาวพวยพุ่งออกมา แม้พวกมันจะหิวโหยแต่ก็ยังคงหยุดอยู่ห่างจากปากถ้ำออกไปห้าร้อยเมตร ดูเหมือนพวกมันจะรู้ดีว่าหากเกินระยะนี้ไป ความแม่นยำและพลังทำลายของปืนไรเฟิลอัตโนมัติจะลดลงอย่างมาก
ในหุบเขามีฝูงหมาป่าเน่ามากกว่าสามร้อยตัวกำลังจับตาดูอยู่ หากออกไปจากที่กำบังของถ้ำ หมาป่าที่ว่องไวเหล่านี้เพียงแค่ล้อมเข้ามาจากสี่ทิศทาง การจู่โจมเพียงครั้งเดียวก็สามารถฉีกร่างทั้งทีมจนเป็นชิ้นๆ
แต่ในเมื่อทุกคนไม่อยากเสียเวลา เสิ่นเป่ยจึงถูกผลักออกมาเป็น “เครื่องเซ่นสังเวย”
เสิ่นเป่ยสังเกตดูสักพัก ในฝูงหมาป่าเน่าเขาก็พบหมาป่าตัวหนึ่งที่แตกต่างออกไป ร่างกายขนาดใหญ่ ขนสีดำสนิทเงางามนั้นหาได้ยากในหมู่หมาป่าเน่า แต่ที่น่าตกใจที่สุดคือหมาป่าตัวนี้ยืนด้วยสองขา!
แม้บางครั้งราชาหมาป่าจะลงมาเดินสี่ขา แต่ส่วนใหญ่แล้วมันกลับยืนตัวตรง ใช้เสียงเห่าหอนที่สูงต่ำต่างกันและอุ้งเท้าหน้าในการสั่งการฝูงหมาป่า
เสิ่นเป่ยเงี่ยหูฟัง หัวใจสั่นไหวอย่างรุนแรง
ราชาหมาป่าตัวนี้ส่งเสียงออกมาได้ไม่ต่ำกว่าสามสิบพยางค์! หากเสียงเหล่านี้สามารถนำมาผสมกันได้ มันก็แทบจะไม่ต่างจากภาษาเลย นี่คือหมาป่าเน่าจริงๆ งั้นหรือ?
เสิ่นเป่ยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วหันกลับไปมองเซียวหลงและคนอื่นๆ
เซียวหลงกดเสียงต่ำอย่างอดทนอดกลั้น น้ำเสียงแหบพร่า “ลงมือสิ! มัวรออะไรอยู่!”
เสิ่นเป่ยกระตุกยิ้ม “แค่อยากบอกลาพวกแกเป็นครั้งสุดท้ายน่ะ”
“ไม่ต้องหรอก แค่ทำหน้าที่ของแกให้เสร็จก็พอ”
“อ้อ ได้สิ”
เปรี้ยง!
รูเลือดปรากฏขึ้นบนหน้าผากของเซียวหลงทันที กระสุนเจาะทะลุศีรษะของเขาและระเบิดออกทางท้ายทอย
เพียงชั่วพริบตา
เลือดสีแดงและเศษสมองสาดกระจายไปทั่วพื้น ของเหลวผสมเลือดจำนวนมากกระเด็นใส่หน้าของคนอื่นๆ
สติของเซียวหลงดับวูบไปทันที เขาไม่มีแม้แต่โอกาสจะส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะล้มลงขาดใจตายคาที่
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำเอาทุกคนตะลึงงันไปตามกัน
เสิ่นเป่ยเก็บปืนพกที่มีควันกรุ่นออกมา ใบหน้าเผยรอยยิ้มแห่งความสะใจ “แม่งเอ๊ย ให้ปืนพังๆ มา แล้วยังจะอยากให้กูไปตายอีก นัดสุดท้ายนี่กูขอให้มึงไปตายก่อน!”
ลูกผู้ชายที่ไหนเขาเก็บความแค้นไว้ข้ามคืนกันล่ะ จัดการให้จบตั้งแต่วันนี้เลย!
ในขณะเดียวกัน เสิ่นเป่ยก็ได้รับความประหลาดใจ ยิงไปหนึ่งนัด ค่าประสบการณ์กลับเพิ่มขึ้น!
【ปืนพก LV2: 1/10】
...
ในตอนนี้ คนอื่นๆ ในถ้ำไม่คาดคิดเลยว่าเหตุการณ์จะพลิกผันเกินความคาดหมายไปไกล
ทั้งที่ปืนพกกระบอกนั้นอยู่ในสภาพชำรุดเสียหาย แล้วทำไมถึงยังยิงกระสุนออกมาได้?
ต่อให้ยิงได้จริง ทำไมเสิ่นเป่ยถึงยอมใช้กระสุนนัดสุดท้ายอันมีค่าไปปลิดชีพเซียวหลง!
“เชี่ย! ปืนนั่นมันพังชัดๆ!”
“เหลือเชื่อ เป็นไปได้ยังไงที่ยิงออกมาได้?”
“โว้ย! พวกมึงจะสมองกลับหรือไง! มัวมานั่งคิดเรื่องปืนดีปืนพังอยู่ทำไม! ยิงมันดิ! จัดการไอ้สารเลวนั่นให้เละ!”
...
เมื่อคนอื่นๆ ในถ้ำตั้งสติได้และหยิบปืนขึ้นมาเพื่อจะยิงใส่เสิ่นเป่ยที่ปากถ้ำ ร่างของเขาก็หายวับไปเสียแล้ว
ความโกรธแค้นและคำด่าทอพุ่งพล่านออกมาจากพวกมันอย่างบ้าคลั่ง
ในเวลานี้ เสิ่นเป่ยวิ่งสุดฝีเท้า เขาไม่ได้วิ่งตรงพุ่งเข้าหาฝูงหมาป่า แต่เขาเค้นพลังกายทั้งหมดที่มีเลี้ยวไปทางซ้าย
ทิศทางนี้นอกจากจะช่วยให้พ้นจากสายตาคนในถ้ำ และไม่ต้องโดนยิงแก้แค้นแล้ว สิ่งสำคัญกว่านั้นคือมันช่วยให้เขาสามารถไปถึงยอดเขาเพื่อคว้าปืนไรเฟิลซุ่มยิงมาได้โดยเร็ว
หากปราศจากผู้มีพลังพิเศษ การจะฝ่าฝูงหมาป่าเน่ากว่าสามร้อยตัวไปได้นั้นเป็นเรื่องเพ้อฝัน ราวกับการเอาไข่ไปกระทบหิน มีแต่จะรนหาที่ตาย
หนทางเดียวที่จะพลิกสถานการณ์ได้มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น นั่นคือปืนไรเฟิลซุ่มยิงบนยอดเขานั่น!
ในวินาทีนี้ เมื่อราชาหมาป่าเห็นร่างของเสิ่นเป่ยพุ่งออกมา มันก็ไม่ได้สั่งให้หมาป่าทุกตัวบุกเข้าใส่พร้อมกัน ราวกับจะเข้าใจว่าเสิ่นเป่ยเป็นเหยื่อล่อที่มนุษย์ส่งออกมา
ราชาหมาป่าตัวยืนตัวตรง ส่งเสียงเห่าหอนประสานงานสั่งการฝูงหมาป่า ส่งหมาป่าเน่าไม่กี่ตัวออกไปไล่ล่า พร้อมกับรักษาความเป็นระเบียบของฝูงหมาป่าที่เหลือ
ในยามจำเป็น มันยังคงเดินสองขา แต่ไม่เคยอยู่ที่เดิมนานๆ ส่วนใหญ่แล้วมันจะแฝงตัวอยู่ในฝูงหมาป่า
นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกที่เป็นหมาป่าแล้ว ทุกอิริยาบถของมันดูเหมือนผู้บัญชาการมนุษย์ที่เยือกเย็น โหดเหี้ยม และเจ้าเล่ห์ไม่ผิดเพี้ยน
โฮ่ง——
โฮ่ง——
เสิ่นเป่ยเหลือบมองไปด้านหลัง หมาป่าเน่าสองสามตัวกำลังพุ่งเข้ามา ความเร็วของพวกมันสูงจนเศษหินบนพื้นกระเด็นหายไป ราวกับรถสปอร์ตที่เหยียบคันเร่งเต็มสูบ!
“ชิบหายแล้ว!”
เสิ่นเป่ยประเมินพวกสัตว์อสูรในโลกนี้ต่ำเกินไป หมาป่าเน่าพวกนี้เร็วเสียจนชวนให้ขนหัวลุก!
เสิ่นเป่ยกัดฟันเค้นพลังกายอีกครั้ง หัวใจสูบฉีดเลือดไปทั่วร่างจนถึงขีดจำกัด กระทั่งโพรงจมูกทนการเคลื่อนไหวรุนแรงไม่ไหวจนเลือดพุ่งกระฉูด!
เสิ่นเป่ยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ในนาทีเป็นนาทีตายนี้ เขาอยากจะงอกขาออกมาสักแปดขาเพื่อหนีเอาตัวรอด!
เพียงไม่กี่อึดใจ ระยะห่างของทั้งสองฝ่ายก็สั้นลงเรื่อยๆ
หมาป่าเน่าตัวที่เร็วที่สุดพุ่งเข้ามาใกล้เสิ่นเป่ยจนเหลือระยะไม่ถึงยี่สิบเมตรในพริบตา!
เสิ่นเป่ยถึงกับสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากหมาป่าเน่า ราวกับมีภาพหลอนว่ากำลังถูกกระชากถอยหลัง
ในที่สุด
ในสายตาของเสิ่นเป่ยก็ปรากฏโขดหินเล็กๆ สูงไม่ถึงสามเมตร เหมือนกำแพงที่ขวางอยู่เบื้องหน้า
เสิ่นเป่ยย่อตัวแล้วกระโดดขึ้น
สองแขนเหยียดออก นิ้วมือเกาะขอบโขดหิน อาศัยแรงส่งจากการวิ่ง กลิ้งตัวขึ้นไปข้างบน
เขาหันไปมองทางด้านซ้าย
ศพที่ถูกกัดกินจนไม่เหลือชิ้นดี...
และปืนบาเร็ตต์ M95!
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน