ตอนที่ 5

เกิดเหตุระทึก! คลาวด์เซอร์เวอร์ล่มสลาย

1,745 คำ~9 นาที
สัญชาตญาณบางอย่างบอกกับหลิ่วเฟยเฟยว่า ลู่ก่วนน่าจะซ่อนไม้เด็ดอะไรบางอย่างไว้ เธอเลยอยากจะลองผลักดันเขาดูสักหน่อย เพื่อดูว่าเขาจะเป็น 'ม้าฝีเท้าดี' อย่างที่เธอสงสัยจริงหรือเปล่า อีกอย่าง เด็กฝึกงานในบริษัทถ้าไม่รีบแสดงฝีมือเสียตอนนี้ แล้วจะเอาโอกาสที่ไหนไปบรรจุเป็นพนักงานประจำกันเล่า! นักศึกษาลู่ก่วนจะมามัวแต่ปล่อยจอยแบบนี้ไม่ได้นะ! ... อีกด้านหนึ่ง หัวหน้าหวังกำลังนั่งจิบชาพูดคุยเรื่อยเปื่อยกับเหล่าเพื่อนร่วมงานและผู้บริหาร เขาจิบชาเข้าหนึ่งอึกก่อนจะถอนหายใจออกมา “วัยรุ่นสมัยนี้เนี่ย แข่งกันทำแต้มเอาเป็นเอาตายจริงๆ เลยนะ” “เดิมทีภารกิจทดสอบระบบคัตโอเวอร์คืนนี้ ผมไม่ได้กะจะให้เด็กฝึกงานทำหรอก” “แต่เด็กฝึกงานที่ชื่อหลิ่วเฟยเฟยนั่นสิ เป็นฝ่ายเดินมาเสนอตัวขอรับงานนี้ไปทำเองเลย” “แถมเธอยังบอกอีกว่า ลู่ก่วนก็อยากจะทำโอทีเพื่อแสดงฝีมือเหมือนกัน จะได้มีโอกาสบรรจุเป็นพนักงานประจำมากขึ้น” “เพียงแต่เขาสันโดษไปหน่อย เลยไม่กล้าเข้ามาพูดด้วยตัวเอง” เพื่อนร่วมงานข้างๆ หัวเราะเบาๆ “แหม วัยรุ่นนี่มันช่างมีไฟกันจริงๆ เลยนะครับ...” “ฮัดชิ้ว!” จู่ๆ ลู่ก่วนก็จามออกมาเสียงดังสนั่น ไม่รู้ว่าใครแอบนินทาเขาอยู่ข้างหลังหรือเปล่า ช่างเป็นวันที่ซวยจริงๆ เป็นแค่เด็กฝึกงานแท้ๆ แต่ดันต้องมาทำโอที! ไอ้พวกนายทุนหน้าเลือดเอ๊ย! เวลาสามทุ่มตรง ทางฝั่ง 'ท่านลูกค้าผู้เป็นพระเจ้า' และแผนกต่างๆ ของบริษัทได้เริ่มดำเนินการคัตโอเวอร์ระบบ (Cutover) การคัตโอเวอร์หมายถึงกระบวนการที่ระบบเครือข่ายทำงานมาได้ระยะหนึ่งแล้วจำเป็นต้องมีการปรับปรุง อัปเกรด หรือย้ายโอนระบบไปยังสภาพแวดล้อมใหม่ ในขณะเดียวกัน การดำเนินการเหล่านี้จะต้องทำบนระบบที่กำลังมีการรับส่งข้อมูลจริงอยู่ด้วย ดังนั้น งานนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง หากผิดพลาดเพียงขั้นตอนเดียว อาจส่งผลให้ธุรกิจของบริษัทเป็นอัมพาตได้เลย เช่น ซอฟต์แวร์หรือเว็บไซต์ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ด้วยเหตุนี้ กิจกรรมการคัตโอเวอร์ส่วนใหญ่จึงมักทำกันในช่วงกลางดึกหรือเช้ามืด เพื่อให้กระทบต่อผู้ใช้งานน้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม สำหรับภารกิจคัตโอเวอร์ของบริษัทใหญ่ระดับนี้ โดยปกติแล้วแผนกวิศวกรระบบจะมีแผนสำรองเตรียมไว้เสมอ จึงไม่น่าจะเกิดปัญหาใหญ่โตอะไร สิ่งที่ลู่ก่วนต้องรับผิดชอบคือการทดสอบระบบภายในแบบอัตโนมัติในระหว่างกระบวนการคัตโอเวอร์ เขามองไปรอบๆ บรรยากาศช่างเงียบเหงาและเย็นยะเยือก พนักงานแผนกอื่นแทบจะกลับบ้านกันหมดแล้ว เหลือเพียงพวกเขาสองสามคนจากแผนกทดสอบที่ยังต้องนั่งหน้าเศร้าเฝ้าจออยู่ที่โต๊ะทำงาน แสงไฟสว่างจ้าจากตึกสำนักงานในย่านธุรกิจ (CBD) สะท้อนออกมาดูหรูหราตระการตา คนที่เดินผ่านไปมาข้างนอกอาจจะนึกอิจฉาสภาพแวดล้อมการทำงานของพวกพนักงานออฟฟิศเหล่านี้ แต่มีเพียงคนที่อยู่ข้างในเท่านั้นที่รู้ดีว่า แสงไฟพวกนี้คือสัญญาณของการทำงานล่วงเวลาที่หนักหนาสาหัสจนแทบกระอักเลือด “อย่าทำหน้าอมทุกข์แบบนั้นสิ รับกาแฟสักหน่อยไหม?” หลิ่วเฟยเฟยซื้อกาแฟกลับมาแล้ววางลงบนโต๊ะของลู่ก่วน ปกติเธอชอบโต้รุ่งดูอนิเมะอยู่แล้ว เลยฝึกวิชา 'เซียนอมตะ' จนชินกับการนอนดึก ตัดภาพมาที่ลู่ก่วน ใบหน้าของเขาซีดเผือด แววตาหม่นหมองไร้ชีวิตชีวา สภาพเหมือนคนที่เพิ่งโดนปู้ยี่ปู้ยำจนหมดรูปยังไงยังงั้น... “เธอนี่ก็เป็นคนดีเหมือนกันนะเนี่ย” ลู่ก่วนไม่เกรงใจ เอื้อมมือไปหยิบกาแฟมาดื่มทันที “ไว้เงินเดือนออกเมื่อไหร่ ฉันจะเลี้ยงมื้อใหญ่เธอแน่นอน” หลิ่วเฟยเฟยเม้มริมฝีปากพลางอมยิ้ม “เลิกขายฝันให้ฉันเถอะน่า ประโยคนี้ฉันฟังมาไม่ต่ำกว่าสิบรอบแล้วมั้ง” ลู่ก่วนเบะปาก “เธอต้องเชื่อใจฉันสิ” “เหอะ คำพูดผู้ชายน่ะ เชื่อได้ที่ไหนกัน” “บางทีฉันก็แอบสงสัยนะว่าเธอเป็นคุณหนูใหญ่ที่มาลองใช้ชีวิตลำบากหรือเปล่า” “ทำไมดูเหมือนคนไม่เดือดร้อนเรื่องเงินเลยสักนิด” ลู่ก่วนชวนคุยอู้งานไปเรื่อยเพื่อฆ่าเวลา หลิ่วเฟยเฟยใจกระตุกวูบ แต่ยังแสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือ “เปล่าซะหน่อย คุณไม่เคยได้ยินเหรอว่า 'เลี้ยงลูกชายต้องให้ลำบาก เลี้ยงลูกสาวต้องให้สุขสบาย' น่ะ” ทันใดนั้น ลู่ก่วนก็เบิกตากว้าง “งั้นทำไมเธอถึงชอบเอาของกินมาฝากฉันบ่อยๆ ล่ะ?” “หรือว่าเธอคิดจะใช้กฎลับกับฉัน...” “ฉันยังเป็นหนุ่มน้อยบริสุทธิ์อยู่นะ อย่ามาใช้มุกนี้กับฉันเชียว!” ในใจของเขา หลิ่วเฟยเฟยที่เป็นสาวสวยสไตล์พี่สาวแบบนี้ดูยังไงก็ไม่น่าจะขาดแคลนแฟนหนุ่ม หลิ่วเฟยเฟยที่เพิ่งจิบกาแฟเข้าไปถึงกับสำลักเกือบพ่นออกมา พี่ชาย... คุณนี่ช่างมโนเก่งจริงๆ... เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปทีละนิด ภายในออฟฟิศมีเพียงเสียงรัวคีย์บอร์ดของเหล่าพนักงานที่ตรากตรำทำงาน ในขณะที่ลู่ก่วนกำลังทำหน้าทุกข์ระทมพลางตัดพ้อต่อโชคชะตาที่อยุติธรรมอยู่นั้น จู่ๆ ที่แผนกวิศวกรระบบข้างๆ ก็เกิดเสียงฝีเท้าสับสนวุ่นวายและเสียงโต้เถียงกันดังลั่น ที่หน้าประตู เหล่าพนักงานเทคนิคต่างพากันวิ่งวุ่นไปมาในทางเดินด้วยท่าทางลนลาน บ้างก็หอบโน้ตบุ๊กวิ่งหน้าตั้งไปตามทาง ความวุ่นวายนั้นส่งผลให้คนจากแผนกอื่นๆ เริ่มทำตัวไม่ถูก รวมถึงพวกของลู่ก่วนด้วย “เกิดอะไรขึ้นน่ะ?!” “ทำไมแต่ละคนทำหน้าเหมือนไปกินอึมาอย่างนั้นแหละ...” ทุกคนเริ่มหันไปซุบซิบกัน หลิ่วเฟยเฟยขมวดคิ้วมุ่น สังหรณ์ใจไม่ดี เมื่อครู่เธอเห็นผู้บริหารระดับ P7 เดินตรงไปยังแผนกวิศวกรระบบ ตำแหน่ง P7 ในบริษัทหวาเฟยถือว่าไม่ต่ำเลย เป็นระดับผู้บริหารระดับสูงที่มีเงินเดือนรายปีเริ่มต้นที่หลักล้านหยวน โดยปกติแล้ว เรื่องทั่วไปจะปล่อยให้พนักงานระดับล่างจัดการ การที่ผู้บริหารระดับ P7 ต้องลงมาดูด้วยตัวเอง แสดงว่าแผนกวิศวกรระบบต้องเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นแน่นอน! “ดูเหมือนการคัตโอเวอร์ของแผนกวิศวกรระบบจะมีปัญหาเข้าแล้ว...” หลิ่วเฟยเฟยมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงจันทร์ยามดึกสาดส่องลงมาอย่างเงียบเชียบ ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เหล่าพวกชอบโต้รุ่งในภูมิภาคหัวหนานต่างพากันสบถด่าและกรีดร้องระงม “เชี่ยเอ๊ย! ไอ้บ้าตัวไหนมันดึงสายแลนกูออกวะ?!” “ไม่สิ เว็บอื่นยังเข้าได้นี่หว่า นี่ไม่ใช่ปัญหาที่เน็ตฉันแล้ว เป็นที่ฝั่งออฟฟิเชียลนั่นแหละที่มีปัญหา!” “เหลือเชื่อจริงๆ เลยว่ะ กว่าจะเติมเงินสุ่มกาชาได้ แต่ดันโดนเตะออกจากระบบก่อนที่ไอเทมจะออกเนี่ยนะ! ชดเชย! ต้องไปเรียกร้องให้ทางออฟฟิเชียลชดเชยเดี๋ยวนี้เลย!” “...” เสียงโอดครวญดังระงมไปทั่วโลกออนไลน์ บางคนเจอปัญหาหน้าชำระเงินขัดข้อง บางคนเจอปัญหาในส่วนของเกม เหล่าพนักงานเทคนิคของบริษัทอินเทอร์เน็ตคู่ค้าต่างๆ ต่างพากันตรวจสอบสถานการณ์อย่างเร่งด่วน หากบั๊กนี้ไม่ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว ทุกวินาทีที่ผ่านไปหมายถึงความเสียหายมหาศาลนับแสนนับล้าน! แต่สุดท้ายพวกเขากลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า ปัญหาไม่ได้มาจากฝั่งตนเอง แต่มาจากทาง 'หวาเฟย' ผู้ให้บริการระดับองค์กรนั่นเอง! อินเทอร์เฟซที่หวาเฟยให้บริการล่มไปแล้ว!!! ส่งผลให้บริษัทอื่นๆ ที่ใช้อินเทอร์เฟซทางเทคนิคนี้ได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน... ในตอนนั้นเอง เหล่าโปรแกรมเมอร์หัวล้านต่างพากันอุทานเสียงหลง “บริษัทใหญ่อย่างหวาเฟยเนี่ยนะจะเกิดปัญหา พนักงานพวกนั้นทำงานกินแรงกันอยู่หรือไงกัน?!” ส่วนบรรดาผู้จัดการแผนกที่ได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจต่างก็โกรธจนต้องเด้งตัวออกจากเตียงกลางดึกเพื่อมาทำงานด่วน “รีบติดต่อหัวหน้าฝ่ายเทคนิคของบริษัทหวาเฟยเดี๋ยวนี้ เราต้องการคำอธิบายที่เหมาะสม!!!” ชั่วพริบตาเดียว ราวกับคลื่นยักษ์ที่โถมเข้ามา สายโทรศัพท์จากตัวแทนจำหน่ายและคู่ค้าจำนวนมากโทรเข้าหาเหล่าผู้บริหารของหวาเฟยพร้อมๆ กัน เสียงกริ่งโทรศัพท์ดังระงมไปทั่วทางเดินและห้องทำงานอย่างไม่หยุดหย่อน ... “พวกคุณสรุปจะแก้ปัญหาได้ไหม???” “บอกเวลาซ่อมแซมที่แน่นอนมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!” ภายในห้องควบคุมอุปกรณ์ของแผนกวิศวกรระบบ ขณะนี้เครื่องจักรจำนวนมากกำลังกะพริบไฟสีแดงพรึ่บพรั่บ ผู้คนนับสิบยืนล้อมเครื่องจักรขนาดใหญ่ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ข้างๆ กันนั้น มีหัวหน้าแผนกระดับ P7 ยืนหน้าดำคร่ำเครียด พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ของตัวเองอย่างถึงที่สุด แต่เห็นได้ชัดว่าเขาคุมมันไม่อยู่ สุดท้ายก็ระเบิดอารมณ์ออกมาจนได้ พนักงานเทคนิคคนหนึ่งที่ร่วมในการคัตโอเวอร์กัดฟันพูดด้วยริมฝีปากที่สั่นเทา “คาดว่า... น่าจะ... ประมาณ... ต้องใช้เวลาซ่อมบำรุงอีกห้าชั่วโมงถึงจะแก้ไขปัญหาได้ครับ” ห้าชั่วโมงนั่นคือการคาดการณ์แบบเข้าข้างตัวเองที่สุดแล้ว ในความเป็นจริง พวกเขาก็ไม่มั่นใจในฝีมือตัวเองเหมือนกัน เพราะคนที่อยู่ในเหตุการณ์ส่วนใหญ่ มีประสบการณ์การทำงานไม่ถึงสามปีด้วยซ้ำ...
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV