ตอนที่ 5
ภารกิจที่กำลังดำเนินไป
1,991 คำ~10 นาที
หุบเขาน้ำเต้า ส่วนนอก
ผู้เล่นมือใหม่สามคนถือขวานหินคนละเล่ม พลางกวาดสายตามองหาต้นไม้ที่เหมาะสม
“จะว่าไป ขวานหินนี่มันตัดต้นไม้ได้จริงๆ เหรอ?” คาไลโดสโคปยังคงเคลือบแคลงในอาวุธในมือ
“จะคิดมากไปทำไม อย่าลืมสิว่านี่มันก็แค่เกม!” เจิ้นเซ่อหนีอู๋จุ้ยควงขวานหินเล่น “บางทีพอเราจามขวานลงไป ต้นไม้อาจจะหักโค่นลงมาเองเลยก็ได้ เหมือนในพวกเกมแนวแซนด์บ็อกซ์นั่นไง”
“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าพวกเขาจะทำเกมออกมาได้สมจริงขนาดนั้น ถึงขั้นที่ต้องมานั่งจามขวานทีละครั้งเพื่อตัดไม้จริงๆ!”
ระหว่างที่คุยกัน ทั้งสามก็มาถึงป่าละเมาะในหุบเขาชั้นนอก
ต้นไม้ในป่านี้ไม่ได้หนามากนัก เมื่อตัดลงมาและนำไปแปรรูปอีกหน่อยก็น่าจะเหมาะสำหรับทำรั้วพอดี
“ดูฉันนี่!”
เจิ้นเซ่อหนีอู๋จุ้ยเหวี่ยงขวานหินในมือ จามลงบนลำต้นไม้เต็มแรง
ต้นไม้ไม่ได้หักโค่นลงมาง่ายๆ อย่างที่เขาจินตนาการไว้ แรงสะท้อนกลับทำเอาเขาถึงกับมือสั่นและง่ามมือชาหนึบ
พอมองไปที่ลำต้น ก็เห็นเพียงรอยสับยาวประมาณสามเซนติเมตร และลึกไม่ถึงครึ่งเซนติเมตรเท่านั้น
เจิ้นเซ่อหนีอู๋จุ้ยเบิกตากว้าง ก่อนจะจามลงไปอีกสองขวาน
“บ้าเอ๊ย หรือว่าต้องให้เราจามขวานทีละเปรี้ยงจนกว่าต้นไม้จะหักจริงๆ? แค่เกมเองนะ จำเป็นต้องทำออกมาให้สมจริงขนาดนี้เลยเหรอ?” เจิ้นเซ่อหนีอู๋จุ้ยมองรอยแผลบนลำต้นไม้อย่างไม่อยากจะเชื่อ
“หน้าเว็บหลักก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นเกมเสมือนจริงที่มีความสมจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะงั้นคงไม่เหมือนเกมแนวแซนด์บ็อกซ์ที่แค่เอาขวานไปเหวี่ยงใส่สองสามทีแล้วต้นไม้จะหักลงมาหรอก”
เฟิงฮัวเสวี่ยเยว่ที่มีรอยยิ้มประดับใบหน้าดูจะไม่แปลกใจเท่าไรนัก เขาเดินเข้าไปสำรวจรอยแผลบนลำต้นไม้ใกล้ๆ
“พูดตามตรงนะ ดูเปลือกไม้นี่สิ แล้วก็น้ำยางที่ซึมออกมาหลังจากที่สับลงไป รายละเอียดของเกมนี้มันจะดีเกินไปแล้วนะ? ตอนเด็กๆ ฉันเคยเอาขวานที่บ้านไปลองจามต้นไม้ดู มันเหมือนกับแบบนี้ไม่มีผิดเพี้ยนเลย!” เฟิงฮัวเสวี่ยเยว่อุทานด้วยความทึ่ง
“สมจริงจริงๆ นั่นแหละ ใบไม้ทุกใบ ยอดหญ้าทุกต้น ดูเหมือนของจริงเปี๊ยบ” คาไลโดสโคปพลอยอุทานตามไปด้วย “เทคโนโลยีนี่มันสุดยอดชะมัด บริษัทเกมที่เก่งระดับนี้ ทำไมก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยได้ยินชื่อเลยนะ?”
“จะสนไปทำไมล่ะ ยิ่งเกมสมจริงเท่าไร เราก็ยิ่งเล่นสนุกเท่านั้น!”
“ตัดไม้กันต่อเถอะ!”
ทั้งสามคนเริ่มออกแรงเหวี่ยงขวาน เริ่มต้นมหาภารกิจตัดไม้
หากเป็นในโลกแห่งความเป็นจริง ให้พวกเขามาตัดไม้นั้น อย่าว่าแต่ขวานหินหยาบๆ เลย ต่อให้ใช้ขวานเหล็กกล้าชั้นดี พวกเขาก็คงไม่ยอมทำแน่ๆ
เอาเวลาแบบนั้นไปไถหน้าจอดูคลิปสั้นไม่ดีกว่าเหรอ?
แต่ในโลกของเกม พวกเขากลับทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง
ก็นี่มันภารกิจนี่นา มีรางวัลเป็นค่าประสบการณ์เชียวนะ!
...
หลินเฟิงนำผู้เล่นมือใหม่สองคนออกมาที่นอกหุบเขา
ทั้งสามคนถือหอกหินคนละด้าม สะพายธนูไม้หยาบๆ ไว้ที่หลัง และที่เอวก็เหน็บลูกธนูไม้คุณภาพต่ำไว้สองสามดอก
“ตามข้ามาให้ดี!”
หลินเฟิงกำหอกในมือแน่น ย่อตัวลงต่ำแล้วค่อยๆ เคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง
ดวงตาทั้งสองคู่กวาดมองไปรอบข้างอย่างตื่นตัว
ทุ่งหญ้านอกหุบเขานี้ ส่วนใหญ่จะมีแต่สัตว์ป่าขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งค่อนข้างปลอดภัย
แต่แน่นอนว่าก็ไม่อาจตัดความเป็นไปได้ที่จะมีสัตว์กินเนื้อขนาดใหญ่หลงเข้ามาหาอาหารได้เช่นกัน
หากเจอสัตว์ป่าขนาดใหญ่ ด้วยพลังต่อสู้ของพวกเขาสามคนในตอนนี้ ทางเลือกเดียวคือต้องรีบหนีทันที
ถ้าเจอตัวเร็วก็น่าจะพอมีโอกาสรอดชีวิตอยู่บ้าง
ผู้เล่นทั้งสองคนเดินตามหลังเขาพลางมองสำรวจรอบตัวด้วยความอยากรู้อยากเห็น และกระซิบกระซาบคุยกันเบาๆ
“เกมนี้ใจดีชะมัด เราออกมาตีมอนสเตอร์ครั้งแรกก็มี NPC นำทางให้ด้วย นี่ถือเป็นเควสต์สอนผู้เล่นใหม่หรือเปล่า?”
“ก็น่าจะใช่นะ ไม่รู้เหมือนกันว่า AI ของมอนสเตอร์ในเกมนี้จะเป็นยังไง แล้วจะมีพวกแถบเลือดโชว์อยู่บนหัวบ้างไหม”
“ไม่น่าจะมีนะ ขนาดตัวละครผู้เล่นอย่างเรายังมีแค่สเตตัสพื้นฐานสี่อย่างเลย ไม่มีค่าพลังชีวิต (HP) หรือมานา (MP) โชว์ด้วยซ้ำ ฉันเดาว่าเพื่อความสมจริง ทีมงานคงไม่เซตระบบแถบเลือดขึ้นมาหรอก ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นหรือมอนสเตอร์ ถ้าโดนจุดสำคัญก็คงจอดทันที!”
“ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็สมจริงขึ้นเยอะเลย ตอนเห็นโฆษณาเด้งขึ้นมา ฉันยังนึกว่าบริษัทเกมโฆษณาเกินจริงเสียอีก นึกไม่ถึงเลยว่าจะทำออกมาได้เหมือนจริงขนาดนี้!”
“เดี๋ยวพอออฟไลน์ไปแล้ว ฉันจะไปโพสต์อวยเกมนี้ในกลุ่มให้ระเบิดไปเลย จะชวนพวกพ้องให้มาเล่นด้วยกันให้หมด!”
“ใช่ๆ ฉันเองก็ต้องรีบไปป้ายยาเพื่อนๆ หน่อยแล้ว เกมเพิ่งเริ่มช่วงโคลสเบตา (Closed Beta) จำนวนโควต้าน่าจะมีจำกัด ถ้าช้ากว่านี้เดี๋ยวจะแย่งที่นั่งไม่ทัน”
หลินเฟิงที่เดินนำหน้าได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ก็รู้สึกปลาบปลื้มใจ
สมแล้วที่เป็นผู้เล่นที่ข้าเลือกมาเองกับมือ รู้จักช่วยโปรโมตเกมให้ด้วย ดีจริงๆ!
“ชู่!”
หลินเฟิงหันกลับมาส่งสัญญาณให้ทั้งคู่เงียบเสียง
ต้าชิ่งและจิ่วกั้วซานสวินหยุดคุยทันที
มีสถานการณ์เหรอ?
“ทางนั้น ตามข้ามา!”
หลินเฟิงนำทั้งสองคนย่อตัวลงต่ำ อาศัยพงหญ้าพรางตัวไปหลบอยู่หลังโขดหินใหญ่
ฝั่งตรงข้ามโขดหิน บนลานหญ้า มีกวางป่าตัวหนึ่งกำลังเล็มหญ้าอยู่อย่างสบายอารมณ์
“ดูเหมือนวันนี้โชคจะเข้าข้างนะ”
หลินเฟิงเผยรอยยิ้มออกมาบางๆ
กวางป่าถือเป็นหนึ่งในเหยื่อที่เหล่านักล่าโปรดปรานที่สุด
ในบรรดาสัตว์ป่ามากมาย กวางป่าจัดอยู่ในประเภทสัตว์ขนาดกลางถึงใหญ่ และในกลุ่มนั้น กวางป่าถือว่าเป็นสัตว์ที่มีอันตรายต่ำที่สุดและล่าได้ง่ายที่สุดด้วย
กวางป่าโตเต็มวัยหนึ่งตัวจะมีน้ำหนักประมาณสองร้อยจิน หากหักหนังและกระดูกออกแล้ว จะได้เนื้อกวางประมาณหนึ่งร้อยจิน
ถ้านำไปทำเนื้อแห้ง แล้วหาผลไม้ป่ามากินแกล้มด้วย ก็น่าจะเพียงพอให้พวกเขาประทังชีวิตไปได้อีกสิบกว่าวัน!
“หัวหน้าเผ่า จะเอายังไงดีครับ ใช้ธนูยิงเลยไหม?”
ต้าชิ่งหยิบธนูลงมาจากหลัง ท่าทางอยากรู้อยากลองเต็มที
“ธนูพวกนี้สร้างความเสียหายหนักหนาให้มันไม่ได้หรอก ถ้ามันเริ่มวิ่ง พวกเราตามมันไม่ทันแน่”
หลินเฟิงส่ายหน้า
ธนูที่เหลืออยู่ในคลังของเผ่านั้นคุณภาพแย่มาก
ยิงสัตว์ตัวเล็กๆ ยังพอไหว แต่ถ้าจะยิงกวางป่า แค่ลูกธนูเจาะทะลุหนังมันไปได้ก็ถือว่าบุญโขแล้ว
“ข้าจะลองพุ่งหอกใส่ดูก่อน น่าจะทำให้มันบาดเจ็บหนักได้ ถ้ามันยังวิ่งหนีไปได้อีก พวกเจ้าค่อยรีบตามไปซ้ำ”
หลินเฟิงพูดจบก็ยืนตัวตรง โผล่พ้นโขดหินออกมาครึ่งตัว
หลังจากเลเวลอัปเป็นเลเวล 4 ค่าสถานะความว่องไวของเขาแตะระดับ 13 แต้มแล้ว ความเร็วของเขาตอนนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่ากวางป่าเลย
ถ้าจะวิ่งไล่ก็พอไหว
แต่การวิ่งไล่กวางป่าที่กำลังหนีสุดชีวิตในที่โล่งแจ้งนั้นไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดนัก เพราะอาจจะไปดึงดูดสัตว์ป่าที่แข็งแกร่งกว่าเข้ามาได้ง่ายๆ
การโจมตีเพียงครั้งเดียวให้บาดเจ็บสาหัสจนมันหนีไม่รอดจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
มือขวาของเขาหยิบหอกหินขึ้นมา ชูขึ้นเหนือศีรษะ ถ่ายเทน้ำหนักไปด้านหลังเพื่อรวบรวมพละกำลัง
กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งแน่น ร่างกายของเขาตอนนี้เปรียบเสมือนคันธนูชั้นดีที่ถูกง้างจนสุด
ฟึ่บ!
หอกหินพุ่งออกไปราวกับลูกศรยักษ์
เสียงแหวกอากาศดังขวับ กวางป่าที่กำลังกินหญ้าสะดุ้งเงยหน้าขึ้นมาอย่างตื่นตัว แต่ในวินาทีถัดมา มันก็ถูกหอกหินพุ่งทะลวงเข้าร่างกาย!
กวางป่าร้องครางออกมาครั้งหนึ่ง ก่อนจะล้มลงจมกองเลือด
ไนซ์!
หลินเฟิงอดไม่ได้ที่จะกำหมัดฉลองให้กับการโจมตีที่สวยงามของตัวเอง
ค่าพละกำลัง 5 แต้ม คือมาตรฐานของชายฉกรรจ์เผ่ามนุษย์ทั่วไป
แต่หลังจากเลเวลอัปมาถึงเลเวล 4 ค่าพละกำลังของเขาพุ่งขึ้นไปถึง 13 แต้ม ซึ่งมากกว่าคนปกติถึงสองเท่าตัว!
ประกอบกับประสบการณ์การเอาชีวิตรอดในโลกหม่านหวงหลายปีที่ผ่านมา เขาได้ออกล่ากับเหล่านักล่าในเผ่าบ่อยครั้ง จนฝึกฝนทักษะการพุ่งหอกได้แม่นยำราวจับวาง
การรวมกันอย่างสมบูรณ์แบบของเทคนิคและพละกำลัง ทำให้เขาสามารถล้มกวางป่าได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว!
“ท่านหัวหน้าเผ่า ไนซ์มากครับ!”
“สุดยอดไปเลย!”
ผู้เล่นทั้งสองคนต่างปรบมือให้หลินเฟิง
ดูเหมือนว่าการล่าสัตว์ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรขนาดนั้นนี่นา
“พวกเจ้าช่วยกันแบกกวางตัวนี้ แล้วเรากลับเผ่ากัน”
หลินเฟิงเอ่ยสั่ง
“กลับเผ่าเลยเหรอครับ ไม่ล่าต่อแล้วเหรอ?”
ผู้เล่นทั้งสองรู้สึกแปลกใจ
พวกเขาเพิ่งจะได้ตื่นตาตื่นใจกับการที่ NPC หัวหน้าเผ่าล้มกวางได้ในทีเดียว กำลังนึกอยากจะลองสัมผัสประสบการณ์การล่าด้วยตัวเองอยู่พอดี
นี่จะกลับแล้วเหรอ? ยังไม่จุใจเลย!
“กวางป่าตัวเดียวก็เพียงพอสำหรับอาหารวันนี้แล้ว การล่าต่อไปอาจทำให้เราโชคร้ายเจอสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งเข้า ถ้าเป็นแบบนั้น ดีไม่ดีแม้แต่กวางตัวนี้เราก็อาจจะรักษาไว้ไม่ได้”
หลินเฟิงกล่าวเตือน
การเป็นคนต้องไม่โลภ
โดยเฉพาะในโลกหม่านหวงแห่งนี้
“ก็ได้ครับ”
แม้ผู้เล่นทั้งสองจะรู้สึกขัดใจอยู่บ้าง แต่ก็ตัดสินใจทำตามคำสั่งของหัวหน้าเผ่า
หัวหน้าเผ่ามีอำนาจในการแบนไอดี การขัดคำสั่งเขาดูจะไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดนัก
อีกอย่าง ขอแค่ยังล็อกอินเข้าเกมได้ โอกาสที่จะได้ล่าสัตว์อย่างอิสระก็คงมาถึงในไม่ช้าอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน