ตอนที่ 1

วันแห่งการตื่นรู้และจุติใหม่!

1,995 คำ~10 นาที
สุสานมรณะ คือดันเจี้ยนระดับ S แห่งแรกที่ปรากฏขึ้นบนโลกใบนี้หลังจากวันแห่งการตื่นรู้มาถึง และเป็นสถานที่ที่เก่าแก่ที่สุดในบรรดาดันเจี้ยนระดับ S ทั้งหมด จวบจนปัจจุบันยังไม่มีใครสามารถพิชิตมันได้ เคยมีผู้แข็งแกร่งจำนวนนับไม่ถ้วนต้องจบชีวิตลง ณ ที่แห่งนี้ “ซูหมิง อย่าดิ้นรนให้เสียเวลาเลย ส่งเศษเสี้ยวเทพศาสตราออกมาเดี๋ยวนี้!” “ฉายาเทพสังหารของเจ้าถึงคราวอับจนแล้ว!” “ซูหมิง! ยอมจำนนเสียเถอะ เจ้าเป็นวีรบุรุษของมนุษยชาติ ข้าจะให้เจ้าจากไปอย่างสบายที่สุด!” “บอกมาว่าเจ้าซ่อนมันไว้ที่ไหน บางทีเราอาจจะไว้ชีวิตร่างของเจ้าให้สมบูรณ์!” …… ซูหมิงในชุดคลุมสีดำขาดวิ่น ผมเผ้ายุ่งเหยิงยืนตระหง่านอยู่ที่ขอบเหวของสุสานมรณะ เบื้องหลังของเขาคือหน้าผาสีดำมืดมิดที่มีหมอกทมิฬล่องลอยอยู่ ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้งราวกับจะฝังกลบโลกทั้งใบเอาไว้ หากเงี่ยหูฟังดีๆ จะได้ยินเสียงโหยหวนราวกับวิญญาณอาฆาตดังออกมาจากเบื้องล่าง ทั่วร่างของซูหมิงอาบไปด้วยโลหิตและเต็มไปด้วยบาดแผล ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจะสิ้นใจ ทว่าแรงกดดันที่แผ่ออกมากลับยังคงน่าเกรงขาม ดวงตาของเขาทอดมองคนเหล่านั้นอย่างไม่ละสายตา ในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่มีใครกล้าก้าวเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว เขาเพียงแค่ถอยหลังอีกก้าวเดียวก็จะตกลงไปในสุสานมรณะ ดันเจี้ยนระดับ S ที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในประวัติศาสตร์ เทพศาสตราจะถูกฝังไปพร้อมกับเขา และตัวเขาเอง… ก็จะต้องดับสูญเช่นกัน ความน่าเกรงขามนี้เองที่ทำให้เขายื้อกับคนกลุ่มนั้นไว้ได้นาน “ซูหมิง ส่งเทพศาสตรามาเถอะ! ข้าจะเห็นแก่ความสัมพันธ์ฉันพี่น้องในอดีต จะไม่ฆ่าเจ้า!” จางถัง ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว เขาคือหนึ่งในสิบผู้แข็งแกร่งที่สุดของอาณาจักรหลงกั๋วในปัจจุบัน และเป็นสหายเก่าของซูหมิง “และจะ… แค่ทำลายพลังฝึกฝนทั้งหมดของเจ้าเท่านั้น!” ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มเย็นเยียบ แววตาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ซูหมิงใบหน้าเย็นชา ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโกรธแค้นที่สุมอยู่ในอก ขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกเกลียดชังอย่างสุดซึ้ง ตั้งแต่อายุสิบแปดปี เขาถือว่าอีกฝ่ายเป็นพี่น้องร่วมตาย เคียงบ่าเคียงไหล่กันมานับปี ทุกครั้งที่เกิดการต่อสู้เขาจะเป็นคนออกหน้าเสมอ ทรัพยากรที่หามาได้เขาก็แบ่งให้อีกฝ่ายครึ่งหนึ่ง กล่าวได้ว่าหากไม่มีซูหมิง ก็ไม่มีจางถังในวันนี้! ทว่าวันนี้จางถังกลับวางแผนลับหลังเพื่อหักหลังเขา เพียงเพราะต้องการแย่งชิง 'แหวนย้อนวิถี' เทพศาสตราสูงสุดในมือเขา ซึ่งเป็นของรางวัลที่ซูหมิงได้มาจากการลุยสุสานมรณะเพียงลำพัง ใช้ชีวิตเข้าแลก แม้กระทั่งสังหารสัตว์อสูรระดับเทพที่ไม่มีใครเคยจัดการได้มาก่อน! ว่ากันว่ามันสามารถย้อนกฎเกณฑ์ หรือแม้กระทั่งสร้างเนื้อหนังขึ้นมาใหม่ได้ ซูหมิงคาดไม่ถึงเลยว่าทันทีที่เขาได้เทพศาสตรามาและก้าวออกจากสุสานมรณะ เขาจะถูกจางถังซุ่มโจมตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัส! จางถังพาจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลจางมาด้วยกันหลายคนและลงมือพร้อมกัน จนซูหมิงตกอยู่ในสภาพปางตาย แม้จะมีวิชาตัวเบาของนักฆ่าอันดับหนึ่งของโลก เขาก็ไม่สามารถหนีรอดไปได้ ซูหมิงสัมผัสได้ว่าพลังชีวิตในกายกำลังไหลออกไปอย่างรวดเร็ว “ก่อนตาย ข้ามีคำถามเดียว” ซูหมิงสายตาคมกริบ กวาดมองรอบข้าง เสียงสั่นเครือ “ใครเป็นคนเปิดเผยเรื่องนี้!?” เขาไม่ได้บอกใครเรื่องนี้เลยนอกจากแฟนสาว จางถังรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร? ในตอนนั้นเอง หญิงสาวในชุดขาวก็เดินออกมาจากกลุ่มคน “ข้าเอง” นางกล่าวด้วยท่าทีเรียบเฉย เมื่อเห็นนาง ดวงตาของซูหมิงก็สั่นไหวรุนแรงราวกับคลื่นพายุ “เหรินเสี่ยวหม่าน!?” เขาแทบจะร้องตะโกนออกมา คนรักที่คบหาดูใจกันมานานกว่าสิบปี! ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซูหมิงมอบความไว้วางใจให้แก่นางอย่างไม่มีเงื่อนไข ประคบประหงมราวกับสุนัขรับใช้ ไม่เคยลังเลที่จะใช้สมบัติล้ำค่ามากมายเพื่อยกระดับพรสวรรค์ที่แสนธรรมดาของนางให้ขึ้นมาอยู่ในจุดนี้ คาดไม่ถึงว่าคนที่หักหลังเขาจะเป็นนางจริงๆ!? ก่อนหน้านี้ซูหมิงเคยคาดเดาถึงความเป็นไปได้นี้ แต่เขาก็ปฏิเสธมันไปเองเพราะไม่อยากจะเชื่อ ทว่าในนาทีนี้ ความหวังพังทลายลงสิ้น หัวใจของเขาแทบแตกสลาย ด้วยความโกรธแค้นที่ถึงขีดสุด ดวงตาของเขาดั่งมีเพลิงลุกโชน ในท้ายที่สุดเขาก็แหงนหน้าหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!!” พอนึกย้อนกลับไป เขารู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองทุ่มเทไปตลอดหลายปีนั้นช่างน่าขันเหมือนตัวตลก! “ซูหมิง ถ้าเจ้ากลับตัวตอนนี้ยังทันนะ ส่งแหวนย้อนวิถีมาให้ข้า” นางมองซูหมิงด้วยสายตาที่ดูเหมือนจะอาลัยอาวรณ์ความหลัง แต่มีเพียงซูหมิงเท่านั้นที่เห็นแววตาเหยียดหยามและสมเพชที่ซ่อนอยู่ในนั้น รวมถึงความสะใจที่นางอดกลั้นมานานหลายปี! “เจ้า… หักหลังข้ามานานแล้วสินะ?” ในวินาทีนี้ จิตใจของซูหมิงกระจ่างแจ้ง เขาเพิ่งจะมองเห็นธาตุแท้ของผู้หญิงคนนี้ได้ชัดเจน เหรินเสี่ยวหม่านยิ้มเยาะ “หึ หลังจากผ่านมาหลายปี ในที่สุดเจ้าก็มองออกเสียที!” นางเดินเข้าไปหาจางถังด้วยท่าทางยั่วยวน ก่อนจะซุกตัวเข้าสู่อ้อมกอดของเขา “บอกความจริงให้ก็ได้ ที่ข้าคบกับเจ้าตั้งแต่แรก ก็เป็นเพียงภารกิจที่พี่จางมอบหมายมาเท่านั้น! ใครจะไปคิดว่าเจ้ามีพรสวรรค์ระดับเก้าดาว อนาคตสดใส ข้าเลยยอมเสียสละให้เจ้าไปช่วงหนึ่ง!” เหรินเสี่ยวหม่านกล่าวในอ้อมกอดของจางถัง ซูหมิงเห็นภาพนั้นก็รู้สึกปวดใจจนแทบกระอักเลือด พี่น้องที่เคยร่วมเป็นร่วมตายและผู้หญิงที่เขารักที่สุดกลับคบชู้สู่ชายและหักหลังเขา นี่คือการทำลายศักดิ์ศรีอย่างรุนแรงที่สุดสำหรับผู้ชายคนหนึ่ง เมื่อเห็นภาพการสมคบคิดอันน่ารังเกียจนี้ ซูหมิงก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้า มุมปากมีคราบเลือดไหลออกมา เขาเค้นคำพูดทีละคำ “วันนี้ต่อให้ข้าต้องตาย พวกเจ้าก็ไม่มีวันได้เทพศาสตรานี้ไป!” พูดจบเขาก็กำลังจะก้าวถอยหลังลงไปในสุสานมรณะ เขายอมตายพร้อมกับเทพศาสตรา ดีกว่าปล่อยให้พวกคนโฉดชั่วได้รับไป ในวินาทีนั้น จางถังกลับหัวเราะเบาๆ “ฮ่าๆ ที่เรายอมให้เจ้ามีชีวิตอยู่ถึงตอนนี้ ก็เพื่อให้เจ้าถ่วงเวลาจนเราวางค่ายกลพันธนาการได้สำเร็จต่างหาก! ทุกคน ลงมือ!” จอมเวทระดับสูงสุดหลายคนเริ่มร่ายค่ายกลพร้อมกัน ทันใดนั้นร่างของซูหมิงก็ถูกผนึกไว้จนขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิดเดียว! แม้จะถอยกลับไปในสุสานมรณะก็ทำไม่ได้อีกต่อไป! เหล่าผู้คนพากันร่ายทักษะโจมตีใส่ซูหมิง ทันใดนั้นท้องฟ้าก็สว่างวาบไปด้วยแสงหลากสี ซูหมิงไร้ทางต้านทานจนสิ้นหวัง แต่ในวินาทีนั้นเอง ร่างหนึ่งก็พุ่งออกมาจากด้านหลังของกลุ่มคนอย่างกล้าหาญ! หญิงสาวดวงตาดุจดวงดาวในมือถือเคียวเล่มยักษ์ สวมชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ “ซูหมิง อย่าเพิ่งยอมแพ้!!” นางตะโกนขึ้นพร้อมเหวี่ยงเคียวสร้างเกราะป้องกันรูปหัวกะโหลกสีเทาปกป้องซูหมิงไว้ แต่มันก็ทนการโจมตีอันมหาศาลได้เพียงชั่วครู่ก็แตกสลาย นางไม่รีรอตัดสินใจก้าวออกไปกางแขนใช้ร่างตัวเองบังซูหมิงไว้! ในวินาทีต่อมา ร่างของนางก็ถูกลำแสงนับพันทำลายจนแหลกสลาย ละอองเลือดกระจายราวกับดอกไม้ร่วงหล่น เลือดอุ่นๆ สาดกระเซ็นมาโดนใบหน้าของซูหมิง เขาเบิกตากว้างมองหญิงสาวตรงหน้า นางคือเพื่อนร่วมโต๊ะสมัยเรียนและเพื่อนร่วมรบที่รู้จักกันมาหลายปี ชื่อว่า จี้เหยา สมัยเรียนนางเคยสารภาพรักกับซูหมิงหลายครั้ง แต่ซูหมิงที่รักเพียงเหรินเสี่ยวหม่านได้ปฏิเสธนางมาตลอด และเมื่อระดับพลังของทั้งคู่ห่างกันมากขึ้น สุดท้ายก็ต้องแยกทางกันไป ใครจะไปคิดว่าในวาระสุดท้ายของชีวิต คนที่ปกป้องเขาจะเป็นนาง? “หึ ไอ้ขยะนั่นก็มาตายด้วยเหมือนกัน!” จางถังหัวเราะเยาะพร้อมฟาดอาวุธลงมาอย่างรุนแรงจนมิติแตกสลาย แต่ช่วงเวลานั้นซูหมิงได้รับโอกาสอันมีค่าจากการที่เขาใช้ 'วิชาตัวเบาซ่อนเทพ' หลุดพ้นจากค่ายกลพันธนาการ เขาคว้าตัวนางไว้แล้วถอยหลังก้าวเข้าไปในสุสานมรณะ แม้วิญญาณดับสูญ แต่เขาก็ไม่ยอมให้พวกเศษสวะได้เทพศาสตราไป! หมอกมรณะปกคลุมรอบด้าน ราวกับคนละโลก “จี้เหยา เจ้ามาทำไม!?” ซูหมิงกอดร่างหญิงสาวไว้ในอ้อมแขน ในยามที่ความตายมาถึง นางกลับฉีกยิ้มด้วยความพึงพอใจ “ซูหมิง… ข้า… ข้า……” ร่างของนางถูกหมอกดำกลืนกินหายไปในอากาศโดยที่คำพูดสุดท้ายยังไม่จบลง ในวินาทีนั้นดวงตาของซูหมิงก็ว่างเปล่า ที่แท้มีเพียงนางคนเดียวที่รักเขามาโดยตลอด แม้จะต้องยอมสละชีวิตเพื่อเขาก็ไม่เสียดาย เขาใช้เวลาทั้งชีวิตกว่าจะเข้าใจว่าใครคือคนที่ควรค่าแก่การทะนุถนอมที่สุด! ความเสียใจ ความโกรธแค้น ความเกลียดชังถาโถมเข้ามาในหัวใจ “เหรินเสี่ยวหม่าน!!! จางถัง!!!” สองชื่อนี้ถูกเค้นออกมาจากไรฟัน “หากชาติหน้ามีจริง ข้าจะฉีกร่างพวกเจ้าเป็นหมื่นๆ ชิ้น!!” สติสัมปชัญญะของซูหมิงเริ่มเลือนหาย ตกสู่ความมืดมิด ร่างกายถูกหมอกมรณะกัดกร่อนจนเปื่อยยุ่ย ก่อนหน้านี้เขาใช้ทุกกลยุทธ์จนถึงขีดสุดจึงเข้าไปสำรวจสุสานมรณะได้ แต่ตอนนี้เขาอยู่ในสภาพปางตายจึงไม่สามารถทำเช่นเดิมได้อีก เทพสังหาร ซูหมิง จบชีวิตลงในสุสานมรณะ ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็น ในเสี้ยววินาทีนั้น แสงสีฟ้าครามจางๆ ได้ส่องประกายขึ้นจากฝ่ามือของเขา มันคือแหวนที่ไร้รูปร่าง เมื่อซูหมิงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เขากลับพบว่าตัวเองอยู่ในโรงเรียนมัธยมปลาย กลับมายัง… วันแห่งการตื่นรู้ในวัยสิบแปดปี!
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV