ตอนที่ 5

กายพิเศษ กายหล่อเลี้ยงพฤกษา

1,737 คำ~9 นาที
หลี่ชิงอวิ๋นมองดูคอมเมนต์ที่เต็มไปด้วยการถากถางและดูแคลนเหล่านี้แล้ว เขารู้สึกน้อยใจอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าเขาจะพยายามอธิบายอย่างไร คนพวกนี้ก็ไม่ยอมฟัง แต่เขาคิดว่า ต่อให้เรื่องนี้จะดูเหลือเชื่อแค่ไหน แค่ลองพิสูจน์ดูหน่อยก็น่าจะรู้แล้วไม่ใช่หรือว่าจริงหรือไม่จริง! โลกนี้ยังมีเรื่องประหลาดอีกตั้งมากมาย จะมาปฏิเสธทุกอย่างทิ้งไปหมดเลยได้ยังไงกัน? ถ้าหากเขาเองก็ไม่เชื่อเหมือนคนพวกนี้ เขาคงเลือกที่จะจากโลกนี้ไปแล้ว ในขณะที่เขากำลังรู้สึกสับสนอยู่นั้น หน้าจอไลฟ์สดของเขาก็มีการแจ้งเตือนขอเชื่อมต่อสายเข้ามา [พี่ชายเซียน ส่งคำเชิญขอเชื่อมต่อสตรีมกับคุณ] หลี่ชิงอวิ๋นรีบกดตอบรับทันที ฉู่หยางสังเกตเห็นตั้งแต่ตอนที่หลี่ชิงอวิ๋นเริ่มสตรีมแล้วว่า พ่อหนุ่มคนนี้ดูท่าจะรับมือกับกระแสสังคมแบบนี้ไม่ค่อยไหว เขาเลยคิดว่าควรรีบเชื่อมต่อสายไปหาดีกว่า ขืนปล่อยไว้จนโดนชาวเน็ตถล่มจนจิตใจบำเพ็ญพังทลายขึ้นมา เรื่องมันจะยุ่งยากเอาได้ “ฮัลโหล? ใช่คุณ ‘ดาวตกที่เลือนหาย’ หรือเปล่าครับ? ได้ยินเสียงผมไหม?” หลี่ชิงอวิ๋นตอบกลับด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นทันที “ผมเองครับ! ได้ยินชัดเจนครับ!” ทันทีที่ฉู่หยางได้เห็นหน้าของหลี่ชิงอวิ๋นในจอ แววตาของเขาก็เคร่งขรึมขึ้นมาทันที ในสายตาของเขา ข้อมูลสมรรถภาพทางกายทุกส่วนของหลี่ชิงอวิ๋นปรากฏขึ้นมาราวกับชุดข้อมูลดิจิทัล แม้แต่ตัวเขาเองยังรู้สึกว่ามันน่าทึ่งมาก ‘ดูเหมือนว่าเนตรพินิจนี่ไม่จำเป็นต้องมองเห็นตัวจริงถึงจะใช้งานได้แฮะ’ เมื่อเห็นพี่ชายเซียนนิ่งอึ้งไป หลี่ชิงอวิ๋นจึงร้องเรียกอย่างระมัดระวัง “พี่ชายเซียนครับ? มีอะไรหรือเปล่าครับ?” ฉู่หยางจึงได้สติคืนมา เมื่อกี้เขาเพิ่งกวาดสายตาอ่านข้อมูลร่างกายของหลี่ชิงอวิ๋นอย่างละเอียด “อ๋อ ขอโทษทีครับ พอดีผมเพิ่งตรวจดูอาการของคุณน่ะ ตอนนี้คุณอายุน่าจะเกือบสิบแปดปีแล้วใช่ไหม?” “ใช่ครับ ผมเพิ่งจบมัธยมปลาย และได้รับจดหมายตอบรับเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งแล้วด้วย น่าเสียดายที่...” พอพูดถึงตรงนี้ แววตาของหลี่ชิงอวิ๋นก็หม่นแสงลง ฉู่หยางยิ้มแล้วมเอ่ยว่า “เท่าที่ผมดู จริงๆ แล้วถ้าไม่มีเคล็ดวิชาชิงมู่ ชีวิตของคุณคงเหลืออยู่อีกไม่นาน แต่คุณโชคดีนะที่คว้าอนาคตเอาไว้ได้” แววตาของหลี่ชิงอวิ๋นกลับมามีความหวังอีกครั้ง “แล้วอีกนานไหมครับกว่าผมจะหายดี?” ตอนแรกเขาคิดว่าฉู่หยางจะบอกว่าอย่างน้อยก็หนึ่งเดือนหรืออะไรทำนองนั้น แต่คาดไม่ถึงว่าฉู่หยางจะเพียงแค่ยิ้มบางๆ แล้วพูดออกมาว่า “ถ้าอยากหายขาดน่ะเหรอ วันเดียวก็พอแล้ว” “อะไรนะครับ? แต่ผมทำตามวิธีการฝึกนั่นแล้ว ผลลัพธ์มันไม่ได้ยอดเยี่ยมขนาดนั้นนี่ครับ!” ฉู่หยางส่งเสียงเดาะลิ้นอย่างอัศจรรย์ใจ “ก่อนจะเห็นตัวจริงของคุณ ผมก็ไม่ทันสังเกตเหมือนกันว่า จริงๆ แล้วคุณเป็นผู้ที่มี ‘กายพิเศษ’” “กายพิเศษ?” ตาของหลี่ชิงอวิ๋นเป็นประกายขึ้นมาทันที แม้เขาจะเป็นเด็กเรียนดีที่เป็นแบบอย่างของโรงเรียน แต่เขาก็เคยอ่านนิยายออนไลน์มาบ้าง เขาจึงรู้ว่าพวกที่มีกายพิเศษนั้นล้วนเป็นอัจฉริยะในนิยายทั้งสิ้น อย่างเช่น ‘กายศักดิ์สิทธิ์โบราณกาล’ อะไรพวกนั้น นี่มันต้นแบบตัวเอกชัดๆ! เมื่อเห็นท่าทางตื่นเต้นของหลี่ชิงอวิ๋น ฉู่หยางก็ยิ้มพลางกล่าวว่า “อย่าเพิ่งตื่นเต้นเกินไป กายพิเศษของคุณคือ ‘กายหล่อเลี้ยงพฤกษา’ มันมีความเข้ากันได้สูงมากกับปราณวิญญาณธาตุไม้” “ผมเดาว่าตั้งแต่เด็กจนโต คุณคงชอบไปคลุกคลีอยู่ในป่าใช่ไหม? ในที่ที่มีต้นไม้ใบหญ้าเขียวชอุ่ม คุณจะรู้สึกสดชื่นทั้งกายและใจโดยไม่รู้ตัว จริงหรือเปล่า?” หลี่ชิงอวิ๋นชะงักไป มันเป็นแบบนั้นจริงๆ เขาชอบกลิ่นอายอันสดชื่นของพืชพรรณมาตั้งแต่เด็ก เวลาได้เข้าไปอยู่ในป่าที่อุดมสมบูรณ์ จิตใจของเขาจะสงบลงมาก ตอนที่ไม่สบายใจ เขาก็จะแอบไปนั่งเล่นในป่าคนเดียว แล้วความกลัดกลุ้มใจก็จะหายไปอย่างรวดเร็ว แต่เขาคิดมาตลอดว่านั่นเป็นความรู้สึกที่ใครๆ ก็เป็นกัน เลยไม่ได้ใส่ใจนัก ทว่าความจริงแล้ว คนส่วนใหญ่ไม่ได้มีความรู้สึกที่ชัดเจนขนาดนั้น แม้แต่ตอนเรียน เขายังชอบไปที่ป่าเล็กๆ ในโรงเรียน นั่งบนม้านั่งหินตั้งใจทำโจทย์ เพราะในสภาพแวดล้อมแบบนั้น เขาจะรวบรวมสมาธิได้ง่ายและจดจ่อได้ดีเป็นพิเศษ การที่เขาสอบติดมหาวิทยาลัยปักกิ่งได้ ปัจจัยนี้เองก็มีส่วนสำคัญอย่างมาก ฉู่หยางพูดต่อ “การฝึกเคล็ดวิชาชิงมู่ของคุณตอนนี้ ยังเรียกไม่ได้ว่าเข้าขั้นพื้นฐานเสียด้วยซ้ำ วิชานี้คือการดูดซับปราณวิญญาณจากพฤกษาเพื่อมาเสริมสร้างร่างกายตัวเอง แน่นอนว่าสถานที่ที่มีต้นไม้หนาแน่นย่อมส่งผลดีต่อการฝึกของคุณมากกว่า หากคุณไปฝึกเคล็ดวิชาชิงมู่ในป่าดิบชื้น ความเร็วในการฝึกของคุณจะเพิ่มขึ้นจากตอนนี้หลายสิบเท่าเลยล่ะ ต่อให้ลองไปที่ป่าเล็กๆ ในเมืองดู ความเร็วก็ยังจะมากกว่าที่คุณฝึกอยู่ในโรงพยาบาลตอนนี้ถึงสิบเท่า” หลี่ชิงอวิ๋นยิ่งตื่นเต้นหนักเข้าไปอีก แม้จะไม่ใช่กายพิเศษประเภททำลายล้างสวรรค์ถล่มปฐพี แต่อย่างน้อยที่สุด เขาก็โชคดีมากแล้ว! ไม่มีอะไรจะสำคัญไปกว่าการรักษาโรคให้หายก่อน ถ้าเขารักษาตัวจนหาย พ่อแม่ของเขาก็ไม่ต้องคอยกังวลกับค่ารักษาพยาบาลที่แสนแพงอีกต่อไป พอคิดถึงตรงนี้ น้ำตาก็ไหลออกมา “ขอบคุณครับพี่ชายเซียน พี่คือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตผมไว้! หลังจากผมหายดีแล้ว ผมจะต้องหาโอกาสไปตอบแทนพี่ให้ได้แน่นอนครับ!” การแสดงออกทางอารมณ์ที่จริงใจเช่นนี้ ไม่มีร่องรอยของการเสแสร้งเลยแม้แต่น้อย พวกชาวเน็ตในห้องสตรีมเห็นภาพนี้เข้าก็พากันงงเป็นไก่ตาแตก นี่มันคือการแสดงจริงๆ เหรอ? ดูไม่เหมือนเลยแฮะ! แต่พอนึกย้อนกลับไปถึงบทสนทนาเมื่อกี้ บัดซบเถอะ... ถ้าใครไม่รู้คงนึกว่ากำลังนั่งฟังนิยายเซียนทางวิทยุอยู่แน่ๆ! “เชี่ยเอ๊ย เกือบโดนไอ้สองคนนี้หลอกเข้าให้แล้ว!” “มีกายหล่อเลี้ยงพฤกษาด้วยเหรอ? ถ้างั้นข้าก็มีกายศักดิ์สิทธิ์โบราณกาลเหมือนกันโว้ย! เว็บนิยายเสียดายแย่เลยที่พวกแกไม่ไปเขียนนิยายขาย!” “มองโลกแคบไปแล้วน้องชาย นี่มันความสูญเสียครั้งใหญ่ของรางวัลออสการ์ต่างหาก การแสดงระดับนี้ ชิงรางวัลนำชายยอดเยี่ยมได้สบายๆ เลยนะเนี่ย” “กดรายงานแม่มเลย นัดกันมาเล่นละครตบตาชัดๆ!” “...” บทสนทนาระหว่างฉู่หยางและหลี่ชิงอวิ๋นมันดูเหนือธรรมชาติเกินไป ย่อมไม่มีใครยอมเชื่ออยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เซวี่ยเชี่ยนเวยที่ซุ่มดูอยู่ในห้องสตรีมของหลี่ชิงอวิ๋นกลับมีสีหน้าแปลกไป เมื่อกี้ตอนที่หลี่ชิงอวิ๋นโชว์สมุดประวัติการรักษา เธอแอบเห็นชื่อและโรงพยาบาลที่เขาอยู่ เธอเลยไหว้วานให้เลขาช่วยตรวจสอบดูคร่าวๆ คาดไม่ถึงเลยว่านี่จะเป็นผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะสุดท้ายตัวจริง “หลี่ชิงอวิ๋น อายุ 18 ปี สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้คะแนนอันดับ 5 ของมณฑลเสฉวน แต่กลับป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย” ของจริงย่อมหนีความจริงไปไม่พ้น เซวี่ยเชี่ยนเวยจึงรู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่มะเร็งปอดระยะสุดท้ายก็รักษาได้? แถมยังรักษาด้วยการบำเพ็ญเซียนอีก? ปกติเธอเกลียดพวกสตรีมเมอร์ขี้หกเป็นที่สุด แต่ดูจากท่าทางของหลี่ชิงอวิ๋นแล้ว ก็ดูไม่เหมือนคนโดนหลอกเลยสักนิด! ดังนั้น เธอจึงกดส่ง ‘ซูเปอร์ร็อกเก็ต’ ให้หลี่ชิงอวิ๋นทีเดียว 10 ลำรวด เมื่อเห็นเอฟเฟกต์จรวดพุ่งทะยานขึ้นหน้าจอไม่หยุด หลี่ชิงอวิ๋นก็ถึงกับอึ้งกิมกี่ ช่องคอมเมนต์ระเบิดขึ้นมาทันที “เฮ้ย! นั่นมันคุณหนูเซวี่ยนี่หว่า!” “พี่สาวคนงาม มองมาทางนี้หน่อยครับ!” “ประจบคนรวยเข้าไว้!” “น่าแค้นใจชะมัด! ไอ้เด็กนี่ทำบุญด้วยอะไรถึงเข้าตาคุณหนูเซวี่ยได้วะ!” “...” ของขวัญราคาแพงนั้นมีพลังในการดึงดูดคนมหาศาล จำนวนคนดูในห้องสตรีมของหลี่ชิงอวิ๋นพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น หนึ่งหมื่น... สองหมื่น... สามหมื่น... เพียงไม่นาน จำนวนคนดูก็แตะระดับสองแสนคน ซึ่งเทียบเท่ากับความนิยมสตรีมเมอร์ระดับกลางๆ เลยทีเดียว หลี่ชิงอวิ๋นที่เคยเห็นภาพแบบนี้เสียเมื่อไหร่ เขารู้สึกตกใจจนทำตัวไม่ถูก รีบพูดขึ้นว่า “อย่า... อย่าครับ! อย่าส่งของขวัญเลย! ถ้าจะส่งรบกวนไปส่งให้พี่ชายเซียนเถอะครับ ผม... ขอบคุณสำหรับของขวัญจาก ‘คุณหนูเซวี่ย’ นะครับ แต่ผมเริ่มกลัวแล้ว ผมขอลงสตรีมก่อนนะ...”
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV