ตอนที่ 2

เราไม่เหมาะสมกัน

1,561 คำ~8 นาที
“หวงเจิ้งผิง วันนี้ฉันจะฆ่าแกให้ได้!” ชูเฉินตะโกนก้อง ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปซัดหมัดใส่ใบหน้าของหวงเจิ้งผิงอย่างจัง “ชูเฉิน อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ!” ฟางฉิงอวี้กรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก แต่ชูเฉินในตอนนี้ไม่ได้สนใจคำพูดของเธอแม้แต่น้อย เขาซัดหมัดเข้าที่หน้าของหวงเจิ้งผิงอีกครั้งจนอีกฝ่ายล้มลงไปกองกับพื้น ก่อนจะขึ้นคร่อมแล้วระดมหมัดใส่ใบหน้าของศัตรูไม่ยั้ง จนหวงเจิ้งผิงต้องร้องโหยหวนออกมา “ชูเฉิน ไอ้สวะ แกกล้าต่อยฉันงั้นเหรอ?” “วันนี้ฉันต้องฆ่าแกให้ได้!” นัยน์ตาของชูเฉินแดงก่ำ สติสัมปชัญญะของเขาขาดผึงไปโดยสมบูรณ์ เมื่อเห็นหวงเจิ้งผิงตกอยู่ในอันตราย ฟางฉิงอวี้ที่ตื่นตระหนกสุดขีดก็คว้าแจกันบนโต๊ะข้างเตียง แล้วใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีฟาดลงไปที่หัวของชูเฉิน “เพล้ง!” แจกันแตกกระจาย ชูเฉินรู้สึกเจ็บแปลบที่ศีรษะ ความมึนงงแล่นเข้าสู่สมอง พร้อมกับเลือดอุ่นๆ ที่ไหลอาบลงมาตามใบหน้า เมื่อหวงเจิ้งผิงเห็นชูเฉินได้รับบาดเจ็บ จึงฉวยโอกาสนี้ผลักชูเฉินลงกับพื้น ก่อนจะคว้าของหนักขึ้นมาแล้วฟาดใส่หัวของเขาซ้ำๆ ทุกครั้งที่ฟาดลงไปจะมีเสียงอู้อี้ดังขึ้น ราวกับกำลังจะทุบกะโหลกของชูเฉินให้แตกละเอียด “ไอ้สวะ บอกให้รู้ไว้ก็ได้นะว่าบ้านหลังเก่าที่แกอยู่น่ะ ฉันเป็นคนสั่งให้คนอื่นปั่นราคาขายให้แกเอง ฮ่าๆๆๆ……” หวงเจิ้งผิงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งในขณะที่ยังคงทำร้ายชูเฉินไม่หยุด หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง... สติของชูเฉินเริ่มพร่าเลือน ดวงตาของเขาค่อยๆ ปิดลงและหมดสติไปในที่สุด เมื่อชูเฉินลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาพบว่าฟางฉิงอวี้กำลังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอกำลังดื่มด่ำกับสเต็กและไวน์แดงด้วยท่าทางสง่างาม บนใบหน้าเปื้อนยิ้มแห่งความพึงพอใจ “ฟางฉิงอวี้” ชูเฉินโกรธจนเลือดขึ้นหน้า เขาตบโต๊ะลุกขึ้นยืน สายตาของเขาเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ จ้องเขม็งไปที่หญิงสาวตรงหน้า เสียงตบโต๊ะดังสนั่นราวกับฟ้าผ่ากลางร้านอาหาร บรรยากาศที่เคยเงียบสงบและหรูหราถูกทำลายลงในพริบตา ลูกค้าคนอื่นๆ รอบข้างต่างหันมามองด้วยความตกตะลึง ฟางฉิงอวี้สะดุ้งสุดตัว สเต็กที่กำลังจ่ออยู่ที่ปากร่วงลงบนโต๊ะอาหาร เธอเบิกตากว้าง แล้วกระซิบด่าชูเฉินด้วยความไม่พอใจ “ชูเฉิน นายเป็นบ้าอะไร!” ในขณะเดียวกัน พนักงานเสิร์ฟก็รีบวิ่งเข้ามา “คุณลูกค้าครับ มีอะไรให้ผมช่วยเหลือไหมครับ?” ชูเฉินยืนนิ่งงัน ความคิดในหัวพุ่งพล่านราวกับคลื่นลมมรสุม เขาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น เขายังจำได้แม่นว่าเขาเพิ่งตายด้วยน้ำมือของคู่รักนรกอย่างฟางฉิงอวี้และหวงเจิ้งผิง เหตุใดตอนนี้ถึงกลับมาอยู่ที่นี่ได้? เขาหันมองรอบๆ ด้วยความสับสน พยายามหาคำตอบ ภาพตรงหน้าคือสถานที่ที่แสนคุ้นเคย... ร้านอาหารรัวม่าน เมื่อสิบปีก่อน ที่แห่งนี้คือจุดเริ่มต้นที่เขาได้เป็นแฟนกับฟางฉิงอวี้อย่างเป็นทางการ ตอนนั้นเขารู้สึกดีใจจนแทบคลั่ง คิดว่าในที่สุดเขาก็สามารถชนะใจนางในฝันได้ ทว่าเขากลับคาดไม่ถึงเลยว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของฝันร้าย หลังจากนั้นเขาก็ต้องเผชิญกับโชคร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เจ้านายที่บริษัทบีบให้ลาออก เปลี่ยนสายไปทำเซลล์ก็เจอแต่ทางตัน คิดจะลงทุนทำธุรกิจก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า ในชาติก่อนเขาคิดมาตลอดว่าเป็นเพราะความสามารถของตัวเองไม่ถึง แต่ตอนนี้เขาถึงได้รู้ความจริงว่า ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของหวงเจิ้งผิงที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง ที่น่าแค้นใจไปกว่านั้นคือ ในนาทีสุดท้าย ฟางฉิงอวี้กลับช่วยหวงเจิ้งผิงฆ่าเขา! เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ไฟแค้นในใจชูเฉินก็ลุกโชนขึ้นมาทันที เขาอยากจะฉีกร่างของฟางฉิงอวี้ออกเป็นชิ้นๆ ให้สาแก่ใจ! ทว่าเขาไม่สามารถยืนยันได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเป็นเรื่องจริงหรือความฝัน ถ้าหากนี่คือความจริง การฆ่าฟางฉิงอวี้จะทำให้เขาต้องติดคุก แต่ถ้าเป็นฝัน ทำไมทุกอย่างถึงได้สมจริงนัก? หรือว่าเขาเกิดใหม่ย้อนเวลากลับมาเมื่อสิบปีก่อน? ชูเฉินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ นั่งลง พยายามควบคุมอารมณ์ให้สงบ “ไม่มีอะไรครับ ผมแค่เหม่อไปนิดหน่อย” “ได้ครับคุณลูกค้า ถ้ามีอะไรเรียกผมได้ตลอดนะครับ” พนักงานมองชูเฉินแวบหนึ่งก่อนจะเดินจากไป ลูกค้าโต๊ะข้างๆ ต่างมองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม ดูเหมือนพวกเขาจะไม่พอใจที่เขาทำตัวเสียมารยาทเมื่อครู่ “นายนี่มันยังไงกัน สเต็กของฉันร่วงลงโต๊ะหมดแล้ว” ฟางฉิงอวี้มองเศษสเต็กบนโต๊ะด้วยความเสียดาย พลางบ่นอุบอิบอย่างไม่พอใจ เธอวางท่าเหนือกว่าชูเฉินมาตลอด และพูดจาโดยไม่เกรงใจเขาเลยสักนิด “ไม่เป็นไร” ชูเฉินโบกมือปฏิเสธ ก่อนจะถามขึ้นว่า “คืนนี้เธอเรียกฉันออกมามีธุระอะไรหรือเปล่า?” ฟางฉิงอวี้พอนึกถึงจุดประสงค์ในคืนนี้ ก็ยิ้มหวานแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากมากินข้าวเย็นกับนายเฉยๆ” พูดจบเธอก็หั่นสเต็กเข้าปากแล้วเคี้ยวอย่างสง่างาม เมื่อเห็นรอยยิ้มที่งดงามนั้น หากเป็นชูเฉินในชาติก่อนคงต้องเคลิบเคลิ้มไปกับมันอย่างแน่นอน ทว่าในตอนนี้ เขาไม่มีความคิดจะอยู่อีกแม้แต่วินาทีเดียว เขาลุกขึ้นยืนทันที “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว งั้นฉันกลับก่อนนะ พอดีที่บริษัทมีงานต้องสะสาง” เห็นชูเฉินกำลังจะกลับ ฟางฉิงอวี้ก็เริ่มลนลาน เธอรีบร้องเรียก “เดี๋ยวสิ!” พอรู้ตัวว่าทำตัวเสียอาการ เธอก็แสร้งกระแอมไอแล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “สเต็กยังกินไม่หมดเลยนะ” ชูเฉินมองสเต็ก ไวน์แดง และอาหารราคาแพงบนโต๊ะที่ถูกกินไปแล้วครึ่งหนึ่งด้วยสายตาเรียบเฉย เห็นได้ชัดว่าฟางฉิงอวี้ไม่ได้เรียกเขามาเพื่อกินข้าวด้วยกันเฉยๆ แต่เรียกมาเพื่อให้เขาเป็นคนจ่ายเงินต่างหาก เมื่อคิดได้ดังนั้น ไฟโทสะก็พลุ่งพล่านอยู่ในใจ ชาติก่อนเขาเป็นไอ้โง่ที่ยอมจ่ายเงินให้ฟางฉิงอวี้ และดีใจจนเนื้อเต้นที่ได้มีโอกาสร่วมโต๊ะอาหารกับนางในฝัน แต่ตอนนี้เขาเกลียดจนอยากจะฆ่าผู้หญิงเลวคนนี้เสีย เดี๋ยวนี้ เขาไม่อยากอยู่ร่วมโต๊ะกับเธออีกต่อไป ชูเฉินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามควบคุมอารมณ์ “ฉันไม่หิว” แล้วเขาก็หันหลังเดินจากไป ฟางฉิงอวี้เห็นว่าชูเฉินจะไปจริงๆ ก็ร้อนรน กัดริมฝีปากแน่น เธอแสร้งทำสีหน้าจริงใจแล้วพูดเบาๆ ว่า “ชูเฉิน มาเป็นแฟนกับฉันไหม?” ชูเฉินชะงัก เป็นไปตามคาด เหมือนกับชาติก่อนเปี๊ยบ ฟางฉิงอวี้มักจะนัดเขามาแบบกะทันหัน และลงเอยด้วยการให้เขาเป็นคนรับผิดชอบทุกอย่างเสมอ ชาติก่อนเขาดีใจจนตัวลอย ดื่มเหล้าเข้าไปเยอะมาก ควักเงินเก็บเกือบทั้งหมดจ่ายค่าอาหารไปอย่างป๋า แล้วก็เมาจนไม่ได้สติ ตื่นมาอีกทีวันรุ่งขึ้นก็พบว่าตัวเองนอนแก้ผ้าอยู่บนเตียงเดียวกับฟางฉิงอวี้ ไม่ถึงเดือน เธอก็บอกว่าท้อง จากนั้นเขาก็ต้องรับผิดชอบชีวิตเธออย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ในชาตินี้ เขาจะไม่มีวันปล่อยให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเด็ดขาด เขาจึงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เราไม่เหมาะสมกัน” “อะไรนะ?” ฟางฉิงอวี้เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ชูเฉินคนที่ตามจีบเธอมาสี่ปี และยอมทำตามคำสั่งเธอทุกอย่าง จะกล้าปฏิเสธเธอ “ฉันบอกว่าเราไม่เหมาะสมกัน เธอไปหาผู้ชายคนอื่นมาเป็นแฟนเถอะ” ชูเฉินพูดซ้ำอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังขึ้น ลูกค้าหลายโต๊ะต่างหันมามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น เริ่มพากันซุบซิบและชี้ไม้ชี้มือมาที่พวกเขา
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV