ตอนที่ 5

พระเจ้า! ใครก็ได้ช่วยพวกเราที!!!

1,828 คำ~10 นาที
การที่จางเหยียนขาดการติดต่อไปทำให้ทั้งต้าเซี่ยและแดนหมีขาวต่างตกอยู่ในสภาวะกระวนกระวายใจ การที่นักท่องเที่ยวหลงเข้าไปในสมรภูมิรบเพราะความผิดพลาดของกองทัพถือเป็นเรื่องระดับชาติ หากจัดการไม่ดีอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจนเกิดความเสียหายที่ไม่อาจประเมินค่าได้ แม้ทั้งสองประเทศจะพยายามปิดข่าวและไม่ประกาศเรื่องนี้ต่อสาธารณะ แต่ไม่นานนัก ในโลกโซเชียลต่างประเทศก็มีข่าวเรื่อง [นักท่องเที่ยวต้าเซี่ยหลงเข้าสู่สนามรบ] ปรากฏขึ้นมา ข่าวเหล่านี้จงใจตีไข่ใส่สีถึงความผิดพลาดและความโง่เขลาของกองทัพแดนหมีขาว รวมถึงมีการคาดเดาไปต่างๆ นานาว่าต้าเซี่ยแอบส่งคนเข้าร่วมสงครามครั้งนี้หรือไม่ และด้วยการแชร์อย่างจงใจของพวกชังชาติในประเทศ ข่าวนี้ก็แพร่กระจายเข้าสู่ต้าเซี่ยอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นประเด็นที่ชาวเน็ตถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อน "นักท่องเที่ยวหลงเข้าสนามรบเนี่ยนะ ตลกหรือเปล่า กองทัพแดนหมีขาวจะพลาดอะไรขนาดนั้น" "นั่นดิ ดูยังไงก็เหมือนพวกเราส่งทหารไปมากกว่า แต่มันก็ดีนะ รีบจบสงครามโลกจะได้สงบสุขสักที" "ต้าเซี่ยเกรียงไกร! ต้าเซี่ยไร้เทียมทาน! อัดไอ้พวกลูกน้องฝรั่งให้เละไปเลย!!!" ในขณะที่ชาวเน็ตกำลังเถียงกันจนไฟลุก ก็มีคอมเมนต์หนึ่งถูกดันขึ้นสู่เทรนด์ยอดนิยม "เอิ่มมมมมม ผมว่าผมรู้ว่านักท่องเที่ยวที่หลงไปคนนั้นคือใคร เขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นของผมเอง ชื่อจางเหยียน..." ในคอมเมนต์นั้นอธิบายรายละเอียดว่าจางเหยียนใช้เงินแค่หยวนเดียวสุ่มได้รางวัลค่ายฤดูร้อนที่แดนหมีขาว แต่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เขาเพิ่งจะโพสต์รูปคู่กับทหารแดนหมีขาวลงในโมเมนต์ ตอนแรกชาวเน็ตคิดว่าเขาแค่เกาะกระแส เลยรุมด่าว่าเขาหน้าไม่อาย จนกระทั่ง... คนที่อ้างว่าเป็นเพื่อนร่วมทริปค่ายฤดูร้อนมาคอมเมนต์ต่อท้ายว่า "เขาจริงๆ นั่นแหละ พอเปลี่ยนชุดที่สนามบินเขาก็หายตัวไปเลย พวกเราตามหากันแทบตาย สุดท้ายถึงได้รู้ว่าเขาขึ้นเครื่องบินทหารผิดลำมุ่งหน้าไปสนามรบแล้ว" เพียงก้อนหินก้อนเดียวก็สั่นสะเทือนไปทั้งลำน้ำ ชาวเน็ตต่างตกตะลึงไปตามๆ กัน ที่แท้มีนักท่องเที่ยวต้าเซี่ยหลงเข้าสนามรบจริงๆ ด้วย ส่งผลให้ข่าวนี้พุ่งทะยานสู่ความสนใจในระดับสูงสุด ถึงตอนนี้ทางการจะลงมาห้ามข่าวก็สายเกินไปแล้ว จึงได้แต่ฝืนใจออกแถลงการณ์และระดมกดดันสถานทูตแดนหมีขาวอย่างหนักหน่วง ต้าเซี่ยกดดันสถานทูต สถานทูตกดดันทางการแดนหมีขาว ทางการกดดันกองทัพ และผลจากการกดดันเป็นทอดๆ ในกองทัพก็คือ โทรศัพท์ทหารของอันเดรย์แทบจะระเบิดคามือ มีเหล่านายทหารระดับสูงโทรมาถามไม่หยุดหย่อนว่าเจอตัวจางเหยียนหรือยัง ซึ่งในเรื่องนี้ อันเดรย์ทำได้เพียงตอบกลับอย่างรันทดว่า "ท่านครับ ระหว่างทางเครื่องบินทหารโดนลอบโจมตี ทหารทุกนายต้องโดดร่มหนีตาย เขาก็เป็นหนึ่งในนั้น เกรงว่า... คงจะสละชีพไปนานแล้วครับ" คำตอบแบบนี้สิ่งที่ได้กลับมาจึงมีเพียงคำด่าทอ "ถ้าเขายังมีชีวิตต้องเห็นตัว ถ้าตายต้องเห็นศพ! ถ้าแกหาเขาไม่เจอ ในฐานะผู้รับผิดชอบหลัก เตรียมตัวไปรับคำพิพากษาที่ศาลทหารได้เลย!" ที่จริงอันเดรย์อยากจะหยิบปืนมาเป่าขมับตัวเองไปให้รู้แล้วรู้รอด เพราะเรื่องที่พานักท่องเที่ยวมาสนามรบมันก็เกิดจากนิสัยวู่วามของเขาเอง หากนักท่องเที่ยวที่ชื่อจางเหยียนนั่นตายไปจริงๆ เขาก็คงต้องชดใช้ด้วยชีวิต แต่ในตอนนี้ เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะฆ่าตัวตาย เพราะมีปัญหาที่ใหญ่กว่าต้องจัดการ ตำแหน่งจุดรวมพลถูกเปิดเผย ศัตรูจำนวนมากบุกเข้ามาล้อมปราบอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาต้องนำเหล่าทหารต่อสู้สุดชีวิต ขณะเดียวกัน จางเหยียนและเดตทรีก็มาถึงบริเวณรอบนอกของจุดรวมพลแล้ว ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ในป่าทึบ เสียงปืนเสียงระเบิดดังสนั่นต่อเนื่องราวกับเสียงประทัดในวันเทศกาล พอมองไปไกลๆ จะเห็นว่าเปลวเพลิงจากระเบิดได้ทำให้เกิดไฟป่าขนาดใหญ่ ซึ่งมันอาจจะคลอกทุกคนที่จุดรวมพลให้ตายทั้งเป็นได้เลย เดตทรีเริ่มถอดใจก่อนเพื่อน "เรา... เรากลับกันเถอะ" จางเหยียนขมวดคิ้วมุ่น "จะกลับไปไหน? ไหนสหายบอกว่าถ้ากลับไปสุ่มสี่สุมห้าจะโดนข้อหาหนีทหารไง?" "เรา... เราก็ไปเข้ากับหน่วยอื่นสิ หรือไม่ก็..." สมองของเดตทรีหมุนติ้วอย่างรวดเร็ว พลางยื่นปืนพกกระบอกหนึ่งใส่มือจางเหยียน "เอาเหมือนคราวก่อนไหม สหายยิงผมนัดนึง ผมยิงสหายคืนนัดนึง แล้วเราไปเจอกันบนสวรรค์ จะได้ไม่ต้องมาทนทุกข์ในสงครามบ้าๆ นี่อีก" "ไปไกลๆ เลยไอ้เวร!" จางเหยียนรู้สึกระอาที่คนตรงหน้าไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย เขาตบหัวเดตทรีไปหนึ่งฉาด "ขับต่อไป เข้าไปดูข้างหน้าหน่อย" ด้วยการพรางตัวอยู่ในรถหุ้มเกราะของศัตรู ทั้งคู่จึงกลมกลืนเข้าไปในขบวนของศัตรูได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากขณะนี้กำลังมีการสู้รบกันพัลวัน จึงไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติ ทั้งสองแฝงตัวอยู่ในขบวนรถศัตรูและเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ ไม่นานจางเหยียนก็ต้องขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม เขาเพิ่งรู้สาเหตุที่ทำให้เกิดไฟป่ารุนแรงขนาดนี้ เพราะพวกศัตรูเล่นใช้ปืนพ่นไฟเลยทีเดียว! "ไอ้พวกคนบ้าเอ๊ย!!!" ตอนนี้ไฟเริ่มลามหนักขึ้นเรื่อยๆ พวกศัตรูเริ่มมีความคิดที่จะถอนกำลัง ทหารที่กระจายอยู่ด้านนอกต่างพากันวิ่งกรูกันเข้ามาที่รถหุ้มเกราะ ในระหว่างนั้น มีทหารสองสามคนวิ่งมาที่รถหุ้มเกราะที่จางเหยียนอยู่ และดูท่าทางกำลังจะปีนขึ้นมาบนรถ "ระ... เราจะทำยังไงดีสหาย?" เดตทรีตกใจจนรีบล็อคประตูรถทันที จางเหยียนเองก็ขมวดคิ้วแน่น ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งตัว สิ่งที่เขากลัวไม่ใช่การถูกจับได้ แต่เป็น... ความหวาดกลัวต่อการฆ่าฟันที่คอยกัดกินจิตใจอยู่ตลอดเวลาหลังจากที่การ์ดทดลองเทพสงครามหมดอายุลง ระบบบอกไว้ว่า ต้องสังหารศัตรูให้ครบหนึ่งพันคนก่อน ถึงจะได้รับฉายา 'หัวใจที่เย็นชา' แบบเดียวกับตอนใช้การ์ดเทพสงคราม ซึ่งตอนนั้นจางเหยียนจะไม่มีความหวั่นไหวทางอารมณ์ใดๆ อีก เขากัดฟันกรอด ก่อนจะสั่งการออกไป "เปิดประตูรถ!" ประตูท้ายรถถูกเปิดออก ทหารศัตรูพากันปีนขึ้นมาบนรถทีละคน โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าสิ่งที่รอคอยอยู่คือ... ขุมนรก! ลึกเข้าไปในป่าฝั่งอันเดรย์ สถานการณ์ตอนนี้ย่ำแย่หนัก ทหารบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก เปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำล้อมรอบพวกเขาจากทุกทิศทาง จนต้องถอยไปรวมตัวกันอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง ในสภาพนี้ ถ้าโดนกระสุนปืนใหญ่สักนัด หรือโดรนพลีชีพสักลำ พวกเขาก็คงจบเห่กันหมด "นี่คือเวรกรรมตามที่คนต้าเซี่ยพูดกันหรือเปล่านะ พระเจ้า! ใครก็ได้ช่วยพวกเราที!!!" อันเดรย์ทุบกำแพงถ้ำอย่างแค้นใจ พลางคิดว่าทำไมแต่ละวันมันถึงได้ซวยซ้ำซวยซ้อนขนาดนี้ โครม! ทันใดนั้น เสียงคำรามดังสนั่นก็แว่วมาจากท้องฟ้าด้านนอก ทหารสอดแนมตะโกนเสียงหลง "เครื่องบินรบศัตรูครับ! พวกมันจะทิ้งระเบิดถล่มพวกเราแล้ว!" เมื่อได้ยินดังนั้น เหล่าทหารต่างหน้าถอดสี บ้างก็กอดกลุ่มกัน บ้างก็ขัดคำสั่งหยิบมือถือขึ้นมาติดต่อครอบครัวเป็นครั้งสุดท้าย "โอ้ เกลชาว่า คุณคงไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ผมรักคุณมากแค่ไหน..." "แม่ครับ ผมรักแม่นะ ฝากขอโทษพ่อแทนผมด้วย..." "ปู่ชีวา ฤดูหนาวปีนี้ผมคงไปพักร้อนที่คฤหาสน์ปู่ไม่ได้แล้วละครับ..." อันเดรย์เองก็อยากจะโทรหาลูกสาวใจจะขาด แต่กลับมีสายหนึ่งโทรแทรกเข้ามาเสียก่อน "อันเดรย์! ยังไม่เจอจางเหยียนอีกเหรอ? สมองแกโดนลาเตะหรือไง!!!" เมื่อโดนนายทหารระดับสูงด่ากราด อันเดรย์ก็ฟิวส์ขาดทันที "ไปตายซะ ไอ้เวร! ตอนนี้กูกำลังจะโดนพวกไอ้กันทิ้งระเบิดใส่หัวอยู่ ไม่มีอารมณ์มาฟังมึงพล่ามไร้สาระหรอก!" พูดจบ อันเดรย์กำลังจะกดตัดสาย แต่ในวินาทีต่อมา สายตาของเขาก็ถูกดึงดูดด้วยเหตุการณ์ภายนอก "หือ... นี่มัน..." ระเบิดถูกทิ้งลงมาจริงๆ แต่มันไม่ได้ตกใส่ฝั่งอันเดรย์ กลับพุ่งไปถล่มใส่ฝั่งศัตรูแทน! มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? จากนั้น อันเดรย์และพวกก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนดังระงมตามมาด้วยเสียงปืนกลที่รัวไม่หยุด ในตอนแรกทุกคนยังงงเป็นไก่ตาแตก จนกระทั่งมีรถหุ้มเกราะคันหนึ่งพุ่งพรวดออกมาบนถนนข้างหน้า ฝาปิดด้านบนถูกเปิดออก จางเหยียนยืนตระหง่านกุมปืนกลประจำรถ คอยระดมยิงซ้ำใส่ทหารศัตรูที่เหลือรอดจากการโดนทิ้งระเบิด ด้วยพลังจากฉายา 'กองหน้าทีมชาติ' กระสุนทุกนัดแทบไม่มีคำว่าพลาดเป้า พวกมันเจาะเข้าแสกหน้าศัตรูอย่างแม่นยำยันนัดสุดท้าย อันเดรย์ถึงกับอ้าปากค้าง "พระเจ้า... ข้าเจอเขาแล้ว" นายทหารที่ปลายสายถามอย่างงุนงง "เจอใคร?" "จางเหยียนไง! พระเจ้า... เขาแม่งยังกับเทพเจ้าลงมาจุติเลย!"
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV