ตอนที่ 2
เหตุการณ์เข้าใจผิด
1,384 คำ~7 นาที
เย่เชียนอวี้เดินทอดน่องเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัย เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงวอลเลย์บอลขายาวสีดำ สวมรองเท้าผ้าใบสีขาว มือหนึ่งลากกระเป๋าเดินทาง อีกมือหนึ่งสะพายกระเป๋าเป้สีดำไว้บนบ่า! มุมปากคาบหญ้าหางสุนัขที่ไปเด็ดมาจากไหนก็ไม่รู้ เส้นผมสั้นดูพลิ้วไหวยามต้องสายลมฤดูร้อน
ดวงตาของเขาฉายแววหม่นหมองสามส่วน ยิ้มกวนประสาทสามส่วน และแฝงความดื้อรั้นเอาแต่ใจอีกสี่ส่วน เป็นสัดส่วนที่ลงตัวแบบสุดๆ เขาเดินไปตามทางเดินในมหาวิทยาลัยอย่างไม่รีบร้อน สาวๆ ที่เดินผ่านไปมาต่างก็จ้องมองชายหนุ่มหน้าตาดีสุดกวนคนนี้ตาไม่กะพริบ บางคนถึงกับแสดงสีหน้าเพ้อฝันออกมาอย่างปิดไม่มิด
ทว่ากลับไม่มีสาวคนไหนกล้าเดินเข้าไปขอช่องทางติดต่อ เพราะแค่ได้ยืนอยู่ตรงหน้าเขาก็รู้สึกต่ำต้อยจนไม่กล้าเข้าใกล้ นานๆ ครั้งจะมีสาวมั่นที่ภูมิใจในความสวยของตัวเองเดินเข้ามาขอวีแชท แต่เย่เชียนอวี้ก็ปฏิเสธไปทั้งหมด
เขาเดินคาบหญ้าหางสุนัข ก้มหน้าเล็กน้อย ก้าวเดินไปตามทางเรื่อยๆ มุมปากก็ยกยิ้มมุมปากราวกับราชามังกรผู้โอหังอยู่เป็นระยะ! เดินไปได้พักใหญ่ ท้องฟ้าก็เริ่มมืดสลัวลง เย่เชียนอวี้เงยหน้าขึ้นมองป่าไม้ที่เงียบสงัดเบื้องหน้า มีลมเย็นพัดผ่านจนใบไม้ไหวส่งเสียงซู่ซ่า
Σ(っ °Д °;)っ
“เชี่ยเอ๊ย! โชว์เหนือมากไปหน่อย เผลอเดินมาถึงนี่ได้ไงวะ แล้วที่นี่มันที่ไหนกันเนี่ย!?”
……
“บัดซบเอ๊ย ตัวเอกไร้เทียมทานอย่างกูก็หลงทางจนได้...”
【ยังคงนึกถึงแสงดาวในวันนั้น ความรักในตอนนั้น ทำไมถึงได้ง่ายดายนัก ไม่ใช่ว่าทำไมคนเราตอนยังเด็ก ต้องปล่อยให้คนที่รักที่สุดต้องเจ็บปวด...】
จู่ๆ เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็ดังลั่นก้องไปทั่วป่า! เย่เชียนอวี้วางเป้ลง หยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกง พอเห็นชื่อผู้ติดต่อบนวีแชทก็พบว่าเป็น มู่จื่อโหรว แฟนสาวของเขา
เย่เชียนอวี้ขมวดคิ้วพึมพำกับตัวเอง:
“ยัยเด็กนี่โทรมาทำไม? หรือว่า...”
นึกถึง มู่จื่อโหรว เธอเป็นสาวน้อยที่ชอบตามติดเขาต้อยๆ นิสัยอ่อนหวาน น่ารักน่าเอ็นดู ทั้งคู่รู้จักกันตั้งแต่สมัยมัธยมต้น ก่อนจะสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายเดียวกัน และบังเอิญได้อยู่ห้องเดียวกัน จนกระทั่งเทอมสองของมัธยมปลายปีสอง เธอก็รวบรวมความกล้ามาสารภาพรักกับเย่เชียนอวี้
เย่เชียนอวี้ไม่ได้ปฏิเสธ ทั้งคู่เลยกลายเป็นคู่รักที่น่าอิจฉาที่สุด มู่จื่อโหรวเป็นดาวโรงเรียน ส่วนเย่เชียนอวี้ก็เป็นหนุ่มฮอตอันดับหนึ่ง พอเปิดตัวว่าคบกัน หัวใจของนักเรียนชายหญิงในโรงเรียนก็แตกสลายไปตามๆ กัน นอกเหนือจากความอิจฉาแล้ว ส่วนใหญ่ก็มีแต่ความชื่นชม
สุดท้ายเย่เชียนอวี้สอบติดมหาวิทยาลัยโมตู้ ส่วนมู่จื่อโหรวนั้นจริงๆ แล้วถูกตอบรับเข้าสถาบันจิงตู แต่เธอกลับเลือกเรียนที่วิทยาลัยดนตรีและภาพยนตร์โมตู้เพื่อจะได้อยู่ใกล้ๆ เขา
เย่เชียนอวี้กดรับสายโดยไม่คิดอะไรมาก
“เชียนอวี้...” เสียงหวานนุ่มนวลดังลอดออกมาจากปลายสาย ทำเอาใจคนฟังละลายราวกับดื่มน้ำตาลเข้าไปทั้งถัง
แต่เย่เชียนอวี้ไม่รอให้มู่จื่อโหรวได้พูดต่อ เขาขัดขึ้นมาทันที
(̿▀Ĺ̯̿̿▀ ̿) เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ:
“จื่อโหรว เธอไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ฟังฉันนะ! เราเลิกกันเถอะ!”
พูดจบ เขาก็วางสายวีแชท กดบล็อก แล้วออกจากระบบ ทำเป็นชุดแบบไม่เกิน 2 วินาที คล่องแคล่วจนน่าสงสาร
“……?”
(•ิ_•ิ)?
“กูรู้อยู่แล้วว่าพระเอกนิยายสายเศรษฐีมักจะต้องโดนสวมเขาตอนเริ่มเรื่อง โชคดีนะที่กูอ่านนิยายมาเยอะ เลยชิงตัดหน้าก่อน เลิกก่อนได้เปรียบ ไม่งั้นคงโดนตบหน้าเข้าสักวัน!”
เย่เชียนอวี้หัวเราะหึๆ ก่อนจะยัดโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงแล้วเดินย้อนกลับไปทางเดิม
ในขณะเดียวกัน ที่หอพักนักศึกษาหญิงของวิทยาลัยดนตรีและภาพยนตร์ สาวน้อยวัยประมาณ 17-18 ปีคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนขอบเตียง เธอสวมชุดเดรสสีขาว เผยให้เห็นเท้าที่สวยงามประหนึ่งงานศิลปะสวมรองเท้าแตะสีชมพู เส้นผมสีดำสลวยดุจน้ำตก คิ้วโก่งดั่งคันศร ดวงตากลมโตอ่อนโยน จมูกโด่งรั้น แก้มอมชมพู ริมฝีปากอวบอิ่มดุจเชอร์รี่ ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดดุจหิมะ รูปร่างงดงามไร้ที่ติ
เธอคือ มู่จื่อโหรว สาวน้อยผู้แสนอ่อนโยนกำลังกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนนิ้วซีด ร่างกายสั่นเทา
˚‧º·(˚ ˃̣̣̥᷄≥﹏≤˂̣̣̥᷅ )‧º·˚ ริมฝีปากเบะออก หยดน้ำตาเม็ดใหญ่ร่วงหล่นลงมาดั่งไข่มุกที่ขาดสาย กระทบลงบนชุดเดรสสีขาวจนเกิดรอยด่าง
“ว้าย! จื่อโหรว เธอร้องไห้ทำไมเนี่ย!”
เพื่อนร่วมห้องที่กำลังจัดเตียงได้ยินเสียงสะอื้นก็รีบวางมือจากสิ่งที่ทำ แล้ววิ่งเข้ามาถามไถ่
เพื่อนคนหนึ่งดึงทิชชู่มาซับน้ำตาให้มู่จื่อโหรว แต่น้ำตาก็ยังไหลออกมาไม่หยุด
ซับเท่าไหร่ก็ไม่แห้ง หลินรุ่ยซี เลยถามด้วยความเป็นห่วง:
“จื่อโหรว เกิดอะไรขึ้น? เมื่อกี้ยังยิ้มแย้มอยู่เลย แป๊บเดียวกลายเป็นแมวน้อยขี้แยไปได้ไง?”
≥﹏≤
“ฮือๆๆ ฉันเพิ่งโทรคุยกับแฟน แล้วเขาก็บอกเลิกฉัน ฉันไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ เขาถึงทิ้งฉันไป ทั้งที่... ทั้งที่...”
มู่จื่อโหรวสะอื้นไห้ ริมฝีปากสั่นเครือ พยายามปาดน้ำตาไปพลางพูดไปพลาง สุดท้ายก็ซบหน้าลงกับเข่า ท่าทางน่าสงสารจับใจ
“ผู้ชายบ้าอะไร! มีแฟนสวยขนาดนี้ยังทิ้งลงได้ จื่อโหรวอย่าร้องนะ ผู้ชายแบบนี้อย่าไปสนเลย!”
เพื่อนอีกคนโพล่งขึ้นมาด้วยความโมโห!
“...เชอะ! ไอ้ผู้ชายเฮงซวย!”
เพื่อนคนสุดท้ายกำหมัดแน่น พยายามคิดคำด่าแต่สุดท้ายก็โพล่งได้แค่คำว่า “ไอ้สารเลว” ออกมา
“แต่ว่า... แต่ว่า... ฉันรักเขาคนเดียว ชีวิตนี้ฉันชอบเขาแค่คนเดียว... ฉันชอบเขามาตั้งแต่ ม.ต้นแล้ว... ไม่ได้นะ ฉันต้องไปถามให้รู้เรื่อง!”
มู่จื่อโหรวเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำ รีบเปิดวีแชทพิมพ์ข้อความยาวเหยียดส่งไป แต่กลับขึ้นเครื่องหมายตกใจสีแดง❗️ที่บาดตาเหลือเกิน
เธอพยายามสั่นมือเปิดสมุดโทรศัพท์ กดโทรออกหาเบอร์ที่บันทึกว่า “นี่คือแฟนของฉัน”
แต่เสียงสัญญาณตัดสายดังขึ้น นั่นหมายความว่าเธอโดนบล็อกไปแล้ว!
“ฮือๆๆ... เขาไม่เอาฉันแล้วจริงๆ ด้วย!”
มู่จื่อโหรวสติแตก ร้องไห้ออกมาโฮใหญ่
“จื่อโหรว อย่าร้องนะ ลองใช้มือถือฉันโทรดูสิ!”
หลินรุ่ยซี ยื่นมือถือของตัวเองให้มู่จื่อโหรวพร้อมตบหลังปลอบ
“อื้อ... ขอบใจนะ รุ่ยซี!”
มู่จื่อโหรวเอ่ยขอบคุณ ก่อนจะกดเบอร์ของเย่เชียนอวี้ลงไป
อีกด้านหนึ่ง เย่เชียนอวี้กำลังเดินเล่นเรื่อยเปื่อย พอโทรศัพท์ดังขึ้น เขาหยิบมาดูเห็นว่าเป็นเบอร์แปลก ก็กดรับสายโดยไม่ได้คิดอะไร
“โมชิ โมชิ ใครน่ะ?”
“ฮือ... เชียนอวี้... ทำไมถึงบอกเลิกฉัน ฉันไม่อยากเลิกกับเธอ!”
มู่จื่อโหรวได้ยินเสียงเย่เชียนอวี้ก็รีบพูดออกมาทันที
“?”
“เอ๊ะ? อะไรนะ? อ้าว...”
เย่เชียนอวี้อึ้งไปหลายวินาที ทำเอาไปไม่เป็นเลยทีเดียว
“นี่มันไม่ใช่เปิดฉากแบบโดนสวมเขาหรอกเหรอ? กูทำอะไรลงไปเนี่ย?”
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน