ตอนที่ 1

ใครเป็นคนทำ

1,685 คำ~9 นาที
“จวินนี นี่คือน้องชายของลูก ส่วนนี่คือ... น้าหว่านเจวียน พ่อหวังว่าลูกจะเข้ากับพวกเขาได้ดีนะ ต่อไปนี้พวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว...” ชายตรงหน้าพร่ำบ่นอะไรออกมาอีกยืดยาว แต่ซือจวินนีที่กำลังปวดหัวแทบระเบิดกลับไม่ได้ยินอะไรชัดเจนเลย เธอทำเพียงจ้องมองเด็กเปรตที่ยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งกำลังชูนิ้วกลางใส่เธออย่างอวดดีด้วยสายตาว่างเปล่า เธอกำลังมึนตึ้บ... และไม่เข้าใจเลยว่า... ตอนนี้มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น!? พ่อเหรอ? สิ่งมีชีวิตประเภทนี้... มีตัวตนอยู่จริงในโลกของเธอด้วยเหรอ? แถมยังมีน้องชายกับน้าอะไรนั่นอีก ตลกชะมัด ซือจวินนีพยายามควบคุมสีหน้าอย่างสุดความสามารถ ไม่ให้ความสับสนงุนงงของตัวเองแสดงออกมา แต่ในสายตาของผู้ชายคนนั้น เขากลับคิดว่าลูกสาวคงจะยอมรับความจริงไม่ได้จนช็อกไปแล้ว ถึงได้ไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ อยู่นานสองนาน ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากพูดต่อ ซือจวินนีก็ขยับตัวกะทันหัน “แค็กๆ... เอ่อ คือว่า ขอเงินหน่อย!” ไอ้พ่อคนนี้จะเป็นใครหรือสถานการณ์จะเป็นยังไงก็ช่างเถอะ แต่ซือจวินนีสัมผัสได้ว่าตอนนี้กระเป๋าตัวเองว่างเปล่าและถังแตกสุดๆ เพราะฉะนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำคือขอเงิน ไม่ผิดตัวแน่ ชายคนนั้นอึ้งไปจริงๆ เขาทำหน้าเหลอหลา เดิมทีเขาคิดว่าลูกสาวจะอาละวาดร้องไห้โฮ เพราะเคยได้ยินแม่ของเธอพูดว่าเด็กคนนี้ขี้แยมาตั้งแต่เด็ก หรืออย่างน้อยเขาก็คิดว่าเธอจะไม่ยอมรับความจริงเรื่องครอบครัวใหม่ แต่ที่ไหนได้... เธอกลับแบมือขอเงินกันดื้อๆ ซะอย่างนั้น!? ชายหนุ่มลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโอนเงินให้ 1,000 หยวน จังหวะนั้น ผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ ก็โพล่งขึ้นมา “พี่หมิง จวินนียังเด็ก พี่จะตามใจให้เธอใช้อุปนิสัยใช้เงินมือเติบแบบนี้ไม่ได้นะ” ซือจวินนีตวัดสายตาคมกริบจ้องขวับไปทันที จนผู้หญิงคนนั้นถึงกับเข่าอ่อนยวบ พอได้สติเธอก็หน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย ไม่นึกเลยว่าตัวเองจะโดนเด็กเมื่อวานซืนขู่จนขวัญหนีดีฝ่อ ขนาดตอนที่เด็กเปรตนั่นชูนิ้วกลางใส่ ซือจวินนียังไม่มีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนี้เลย แต่มาขัดลาภขัดทางรวยกันแบบนี้ มันก็เหมือนตบหน้ากันชัดๆ ใครมันจะไปทนไหว! ชายคนนั้นสัมผัสได้ถึงบรรยากาศมาคุในบ้านทันที จึงรีบพูดจาประนีประนอม “น้าเขาก็พูดเพราะหวังดีกับลูกนะ” ซือจวินนีเกือบจะอ้าปากด่าสวนไปแล้ว แต่พอเห็นว่าเขากดโทรศัพท์โอนเพิ่มมาให้อีก 1,000 หยวน... เธอก็รู้สึกขึ้นมาทันทีว่า คำด่าพวกนั้น... เก็บไว้ในใจก็ได้ ไม่จำเป็นต้องพ่นออกมาหรอก “เอาละ ไม่เช้าแล้ว ลูกรีบไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เป็นการปลุกพลังครั้งแรกของลูก ต้องรักษาสภาพร่างกายให้ดี โอกาสสำเร็จจะได้สูง น้ากับน้องเขายังไม่ได้กินข้าว เดี๋ยวพ่อจะพาเขาลงไปหาอะไรกินข้างล่าง ลูกจะไปด้วยไหม?” “ไม่ไปค่ะ เอาเป็นว่าพ่อโอนค่าข้าวมาให้ฉันแทนแล้วกัน เดี๋ยวฉันสั่งเดลิเวอรี่เอา!” ซือจวินนีตอบกลับอย่างฉะฉาน พอเห็นทั้งสามคนทำหน้าเอ๋อ เธอก็เริ่มใจเสียเล็กน้อย หรือว่าโลกนี้จะมีอะไรที่ต่างออกไป... แต่มันคงไม่ถึงขั้นไม่มีเดลิเวอรี่หรอกมั้ง? โชคดีที่ชายคนนั้นโอนมาให้อีก 500 หยวน “งั้นลูกก็... หาอะไรดีๆ กินแล้วกัน” ซือจวินนี่ยิ้มกว้างอย่างจริงใจ “ไม่มีปัญหาค่ะ!” ในจังหวะที่ทั้งสามคนหันหลังกลับ ซือจวินนีก็แอบยื่นเท้าออกไปเงียบๆ เด็กเปรตนั่นสะดุดกึ่งล้มกึ่งคลานทันที พร้อมเสียงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด ซือจวินนีรู้สึกว่าเสียงเข่ากระแทกพื้นดังปึ้กนั่นช่างไพเราะเหลือเกิน “นี่ยังไม่ถึงเทศกาลเลย ทำไมต้องกราบกรานกันขนาดนี้ด้วยล่ะ! รีบลุกขึ้นเถอะ ฉันไม่มีแต๊ะเอียจะให้หรอกนะ” “แม่! อีตัวแสบคนนี้มันแกล้ง...” เด็กเปรตยังพูดไม่ทันจบ ซือจวินนีก็ฟาดฝ่ามือเข้าที่หน้าไปฉาดใหญ่! “ด่าใครว่าอีตัวแสบ! ปากเหม็นแบบนี้ แม่ไม่สั่งไม่สอนหรือไง!” สงสัยเป็นเพราะมีเงินในกระเป๋าตั้ง 2,500 หยวน ซือจวินนีเลยมีความมั่นใจขึ้นมาหน่อย ลงไม้ลงมือได้เด็ดขาดสุดๆ จนผู้ใหญ่สองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ตั้งตัวไม่ติด “พี่หมิง ดูลูกสาวพี่สิ! จ้วงจ้วง มา... ให้แม่ดูซิ โถ หน้าแดงหมดเลย! เข่าก็บวมด้วย!” ผู้หญิงคนนั้นร้องห่มร้องไห้ปานจะขาดใจ พลางถลึงตาใส่ซือจวินนีอย่างอาฆาต ซือจวินนีไม่สนใจสักนิด จะจ้องก็จ้องไปเถอะ จ้องไปเงินก็ไม่กระเด็นออกจากกระเป๋าฉันหรอก มีปัญญามาตบฉันคืนให้ได้ก่อนเถอะ! ผู้หญิงคนนั้นพยายามเมินสีหน้าท้าทายของซือจวินนี แม้จะโกรธจนตัวสั่นแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่านั้น เธอถึงกับรีบเก็บสีหน้าดุร้าย เปลี่ยนเป็นทำตาแดงก่ำเหมือนจะร้องไห้หันไปมองพ่อของเด็ก ชายคนนั้นมองรอยนิ้วมือบนหน้าลูกชาย เห็นชัดว่าโทสะใกล้จะระเบิดเต็มที แต่พอคิดว่าพรุ่งนี้คือวันปลุกพลังของซือจวินนี เขาก็จำต้องสะกดกลั้นไว้ ถ้าหากเธอปลุกพลังได้ระดับ B... หรือสูงกว่านั้น การที่ลูกชายโดนตบสักฉาดก็ถือว่าไม่ขาดทุน เผลอๆ ในอนาคตครอบครัวอาจจะต้องพึ่งพาซือจวินนีให้ช่วยค้ำจุนด้วยซ้ำ เพราะยังไงซะ ระดับพรสวรรค์ของแม่ซือจวินนีก็ไม่ได้ต่ำเลย ถ้าพรุ่งนี้เธอปลุกพลังไม่สำเร็จ หรือระดับพรสวรรค์ต่ำเกินไป ค่อยให้ลูกชายตบคืนทีหลังก็ยังไม่สาย “จ้วงจ้วง ลูกไปซนใส่พี่เขาอีกแล้วใช่ไหม! รีบขอโทษพี่เขาเดี๋ยวนี้!” จ้วงจ้วงไม่นึกเลยว่าพ่อที่เคยรักและตามใจตัวเองมาตลอด นอกจากจะไม่ช่วยทวงความยุติธรรมให้แล้ว ยังบังคับให้เขาขอโทษนังตัวแสบคนนี้อีก เขาจึงยิ่งร้องไห้ฟูมฟายหนักเข้าไปใหญ่ “พี่หมิง... พี่...” “พอเถอะ เรื่องแค่นี้เอง นานๆ ทีครอบครัวเราจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา อย่าให้เรื่องขี้ผงพวกนี้มาทำให้เสียบรรยากาศเลย ไปเถอะ” พูดจบ ชายคนนั้นก็เดินนำออกไปทันที อย่าว่าแต่สองแม่ลูกที่นั่งอยู่บนพื้นเลย แม้แต่ซือจวินนีเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อ เธอกะว่าคืนนี้อาจจะต้องนอนข้างถนนซะแล้ว ไม่นึกเลยว่าเรื่องมันจะ... จบลงง่ายๆ แบบนี้ ช่างเป็นผู้ชายที่แยกแยะผิดชอบชั่วดี (ไม่มีน้ำยา) ได้ยอดเยี่ยมจริงๆ ซือจวินนีชูนิ้วโป้งให้แผ่นหลังของเขาอย่างจริงใจสุดๆ ไอ้เด็กหมีนั่นยังคงดิ้นพราดๆ ร้องโวยวายไม่เลิก ซือจวินนีเลยเดินไปหยิบมีดในครัวมาชูขึ้นเหนือหัว แล้ววิ่งเข้าใส่เด็กนั่นทันที ทำเอาทั้งคู่ตกใจจนรีบตะเกียกตะกายหนีออกจากบ้านไปแทบไม่ทัน ซือจวินนีไม่ได้ตามไปติดๆ เธออยากจะสืบให้รู้ก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ จึงรีบลงกลอนประตู แถมยังล็อกตายไว้อีกชั้น ทันใดนั้น เธอก็รู้สึกว่าโลกทั้งใบสงบสุขขึ้นมาทันตา “เช้ด ประตูเก็บเสียงเหรอเนี่ย? คงไม่ใช่ถูกๆ มั้ง?” ซือจวินนีรินน้ำดื่มพลางรีบเช็กดูว่าในตัวมีเงินอยู่เท่าไหร่เป็นอย่างแรก ในบัตรมีเงินรวมทั้งหมด 4,050 หยวน นี่คือรวมกับ 2,500 หยวนที่เพิ่งได้มาแล้ว ซือจวินนีส่ายหัวอย่างปลงตก อุตส่าห์ทะลุมิติมาทั้งที ทำไมไม่ได้อยู่ในร่างคนรวยกว่านี้หน่อยนะ ซือจวินนีสำรวจไปรอบๆ ห้องนี้เป็นแบบ 3 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น ตกแต่งสไตล์มินิมอลแบบฝรั่งเศส ดูดีไม่เบาเลย อย่างน้อยก็ดีกว่ากระท่อมไม้หลังเดิมของเธอเยอะ ซือจวินนีมั่นใจว่าตัวเองทะลุมิติมาแน่ๆ เพียงแต่เธอไม่มีความทรงจำหลงเหลืออยู่เลย มันเลยลำบากและมืดแปดด้านไปหมด เธอจึงมุ่งหน้าไปที่ห้องหนังสือเป็นที่แรก... ประตูล็อกอยู่ แต่ซือจวินนีหาลวดเหล็กเส้นเล็กๆ มาเขี่ยๆ เพียงไม่กี่ครั้งก็เปิดออกได้อย่างง่ายดาย ห้องหนังสือนั้นกว้างขวางและดูภูมิฐาน ผนังด้านหนึ่งเป็นชั้นหนังสือสูงตั้งแต่พื้นจรดเพดาน ซือจวินนีไล่สายตามองชื่อหนังสือเพียงไม่กี่เล่ม ก็รู้สึกว่าโลกแนวแฟนตาซีนี้มัน... น่าปวดหัวชะมัด 《ประวัติศาสตร์นวศักราชฉบับสมบูรณ์》, 《สารานุกรมสัตว์กลายพันธุ์》, 《บันทึกสัตว์อสูร》, 《ชีวประวัติหวังฉิน: ผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของมวลมนุษย์》, 《วิชาเภสัชศาสตร์》, 《ทฤษฎีอิทธิพลของพรสวรรค์เหนือธรรมชาติที่มีต่อวิวัฒนาการของมนุษย์》.... หนังสือชุดนี้กำลังท้าทายทุกความรู้ความเข้าใจในสมองของซือจวินนีอย่างรุนแรง ทะลุมิติมาทั้งทีแต่ไม่ให้ความทรงจำมาด้วย เรื่องเฮงซวยพรรค์นี้ ใครเป็นคนทำเนี่ย!
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV