ตอนที่ 5
เดี๋ยวจะแสดง 'ฝีมือการขับขี่' ให้ดู
1,992 คำ~10 นาที
เมื่อดึงสติกลับมาและมองใบหน้าจิ้มลิ้มของเฉินซูถิง อันซินก็อดไม่ได้ที่จะนำเธอไปเปรียบเทียบกับพนักงานขายโรเล็กซ์คนก่อนหน้านี้ จากนั้นเขาก็แสดงท่าทีว่าช่วงเวลานี้เขาสะดวกพอดี
พนักงานขายโรเล็กซ์: ??? สรุปคือฉันไม่คู่ควรเหรอ?
อย่างไรก็ตาม มื้อเย็นก็ต้องกิน แต่รถก็ต้องซื้อเหมือนกัน
“ถ้าจะไปทานข้าว ตอนนี้ยังเร็วไปหน่อย พอดีผมตั้งใจจะไปซื้อรถสักคัน คุณไปเป็นเพื่อนผมหน่อยแล้วกัน” อันซินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เฉินซูถิงลังเลเพียงครู่เดียวก็พยักหน้าตอบ “ตกลงค่ะ งั้นฉันขอไปลางานกับผู้จัดการก่อนนะ”
การลางานครั้งนี้ ผู้จัดการหญิงไม่มีทางไม่นัดอนุมัติอยู่แล้ว
แถมตอนที่เฉินซูถิงกำลังจะเดินออกมา เธอยังแอบยัด ‘ของชิ้นเล็กๆ’ บางอย่างใส่มือเฉินซูถิงอีกด้วย
เมื่อเฉินซูถิงก้มลงมองสิ่งที่อยู่ในมือ ใบหน้าของเธอก็แดงซ่านขึ้นมาทันที
เพราะมันคือถุงยางอนามัยไซส์เล็กแบบบางเฉียบ แถมยังเป็นรุ่นที่มีผิวสัมผัสแบบเกลียวอีกด้วย!
“ผู้จัดการคะ ฉันไม่ได้...”
เฉินซูถิงพยายามจะอธิบายด้วยความลนลาน
ทว่าผู้จัดการหญิงไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พูดอะไร แล้วรีบผลักเธอออกจากห้องทำงานทันที
เฉินซูถิงยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกอยู่ตรงนั้น
ใจหนึ่งก็อยากจะขว้างไอ้ลูกโป่งใบเล็กนี่ทิ้งไป แต่อีกใจก็กลัวว่าจะมีคนเห็นเข้า
สุดท้ายเธอก็ได้แต่เม้มปากแน่น อาศัยจังหวะที่กลับไปเปลี่ยนชุดในห้องแต่งตัว ยัดมันลงในกระเป๋าใบเล็กของเธอ
เมื่อเฉินซูถิงกลับมาหาอันซินอีกครั้ง เธอไม่ได้สวมชุดยูนิฟอร์มพนักงานแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นชุดเดรสยาวสีเหลืองอ่อน
แม้จะไม่มีถุงน่องสีดำที่ผู้ชายหลงใหล
แต่ชุดเดรสยาวชุดนี้ เมื่อบวกกับผมยาวสลวยพาดผ่านหน้าอกและใบหน้าที่ดูเรียบร้อยอ่อนหวาน กลับทำให้เธอดูเป็นคุณหนูที่งดงามยิ่งกว่าเดิม
จะบอกว่าเป็น ‘ที่สุดของความใสซื่อแต่ยั่วใจ’ ก็คงไม่เกินจริงนัก
เมื่อเห็นเช่นนั้น อันซินก็เริ่มรู้สึกคาดหวังกับมื้อค่ำในคืนนี้ขึ้นมาบ้างแล้ว
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่เร่าร้อนของอันซิน เฉินซูถิงก็เริ่มทำตัวไม่ถูก
มือที่ถือกระเป๋าใบเล็กอยู่บีบแน่นจนข้อนิ้วเริ่มขาวซีด
หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอก็ถามอันซินเสียงเบา “คุณอันคะ เราจะไปที่ไหนกันดี?”
คำถามนี้ทำเอาอันซินชะงักไปเหมือนกัน
เขารู้แค่ว่าอยากซื้อรถ แต่ยังไม่ได้คิดเลยว่าจะซื้อรถรุ่นไหนดี
เขานิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะหันไปถามเฉินซูถิง “คุณมีรถรุ่นไหนที่ชอบเป็นพิเศษไหม?”
เฉินซูถิงอึ้งไปเล็กน้อย
ถึงแม้เธอจะไม่รู้ว่าทำไมอันซินถึงถามแบบนี้ แต่เธอก็ลองนึกดูแล้วตอบว่า “มาสด้า (Mazda) มั้งคะ”
ก่อนหน้านี้เธอเคยถูกใจรุ่นอาเทนซา (Atenza) ของมาสด้าอยู่เหมือนกัน
เพียงแต่ตอนนั้นกระเป๋าตังค์แฟบไปหน่อย เลยทำได้แค่แอบมอง
มาสด้าเหรอ?
มาสด้าที่เขาว่ากันว่าขับแล้วรถจะติดน่ะเหรอ?
แล้วมาสด้านี่มันมีรถรุ่นที่ราคาหลักล้านหยวนด้วยเหรอ?
“แล้วรถหรูล่ะ? คุณไม่มีแบรนด์รถหรูที่ชอบบ้างเลยเหรอ?” อันซินถามต่ออย่างไม่ค่อยพอใจนัก
เฉินซูถิงนึกอีกครั้ง “มาเซราติ (Maserati) ค่ะ ฉันว่าดีไซน์รถของมาเซราติสวยดี”
มาเซราติ?
ดวงตาของอันซินเป็นประกายขึ้นมาทันที ตัวเลือกนี้ไม่เลวเลย
แถมมาเซราติยังมีฉายาว่าเป็น ‘รถตัวร้าย’ อีกด้วย
อันซินรู้สึกว่าชื่อนี้มันเหมือนกำลังเป็นลางบอกเหตุบางอย่าง
โดยไม่ลังเลอีกต่อไป อันซินพาเฉินซูถิงนั่งแท็กซี่ไปยังโชว์รูมมาเซราติ
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในร้าน อันซินก็ไม่เกรงใจ ถามพนักงานขายสาวที่เดินมาต้อนรับตรงๆ ว่ามีรถราคาประมาณ 4 ล้านหยวนไหม
หืม? ทำไมเจอแต่พนักงานขายผู้หญิงอีกล่ะ?
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นคือพนักงานคนนี้สวยสู้เฉินซูถิงไม่ได้
ถึงแม้เฉินซูถิงจะรู้ว่าอันซินมีฐานะมั่งคั่ง
แต่การที่เขาเดินดุ่มๆ เข้ามาถามหารถราคา 4 ล้านหยวนตั้งแต่วินาทีแรก ก็ทำเอาเธอตกใจไม่น้อย
ไม่ต้องพูดถึงพนักงานขายมาเซราติคนนั้นเลย
ทว่าหลังจากความตกใจผ่านไป ก็ตามมาด้วยความยินดี
เพราะในสายตาของพนักงานขายมาเซราติ ลูกค้าที่บอกงบประมาณมาโต้งๆ แบบนี้ มีโอกาสสูงมากที่จะมาซื้อจริงๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเธอเป็นคนที่ตาถึง
แวบแรกที่เธอสังเกตเห็นนาฬิกาบนข้อมือของอันซิน
เธอก็จำได้ทันทีว่านั่นคือ โรเล็กซ์ เรนโบว์ เดย์โทนา (Rolex Rainbow Daytona) มูลค่านับล้านหยวน
ดังนั้นเธอจึงไม่สงสัยเลยว่าอันซินจะมีปัญญาจ่ายเงิน 4 ล้านหยวนจริงหรือไม่
“มีค่ะ มีแน่นอน!”
พนักงานขายมาเซราติพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น
จากนั้นก็นำทางอันซินไปยังโซนจัดแสดงใจกลางโชว์รูมด้วยความตื่นเต้น
ตรงนั้นมีรถสปอร์ตสีน้ำเงินดีไซน์โฉบเฉี่ยว งานประณีต และดูดุดันจอดตระหง่านอยู่
“คุณคะ ลองดูรุ่น MC20 นี้หน่อยเป็นยังไงบ้าง? รุ่นนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ V6 ให้กำลังสูงสุดถึง 630 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 2.9 วินาทีเท่านั้น แถมอุปกรณ์ตกแต่งทั้งคันยังเป็นระดับท็อปอีกด้วยค่ะ”
“ที่สำคัญที่สุดคือรถคันนี้มีรถพร้อมส่งทันทีค่ะ เดิมทีมีลูกค้าอีกท่านจองไว้ แต่เนื่องจากเหตุผลส่วนตัวบางอย่างทำให้เขาไม่สามารถมารับรถได้ จึงต้องการโอนสิทธิ์การจองนี้ ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 3.58 ล้านหยวนค่ะ”
“เอาคันนี้แหละ รูดบัตรทำเรื่องเลย!”
พอได้ยินว่ามีรถพร้อมส่ง อันซินก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
“คะ?”
คราวนี้กลายเป็นพนักงานขายมาเซราติที่ไปไม่เป็น
ถึงแม้ในใจจะเตรียมตัวปิดการขายครั้งนี้ไว้แล้ว แต่เธอก็ไม่คิดว่าจะมันจะง่ายดายขนาดนี้
นอกจากจะไม่ขอทดลองขับแล้ว แม้แต่การต่อราคาสักนิดก็ไม่มี
ต่อให้ซื้อเสื้อผ้าสักตัวยังไม่เร็วขนาดนี้เลย!
นับประสาอะไรกับการซื้อรถหรูมูลค่ากว่าสามล้านหยวน
ในทางกลับกัน เฉินซูถิงเริ่มจะคุ้นชินกับการกระทำที่น่าตกตะลึงของอันซินเสียแล้ว
“ได้ค่ะๆ คุณผู้ชายรอสักครู่นะคะ”
หลังจากอึ้งไปไม่กี่วินาที
พนักงานขายมาเซราติก็รีบดึงสติกลับมา และเริ่มจัดการเดินเรื่องเอกสารให้อันซินด้วยความตื่นเต้น
[คุณได้ใช้จ่ายไป 3.58 ล้านหยวน ได้รับแคชแบ็ก 7.16 ล้านหยวน ยอดการใช้จ่ายคงเหลือ 2.2 แสนหยวน]
“คุณอันคะ ยินดีด้วยนะคะที่คุณได้เป็นเจ้าของรถมาเซราติที่ทรงเกียรติ”
ไม่นานนัก พนักงานขายก็จัดการธุระเสร็จสิ้น
เธอถือซองเอกสารกลับมา
จากนั้นก็ยืนอยู่ตรงหน้าอันซิน โน้มตัวลงอย่างนอบน้อมเพื่อยื่นซองเอกสารให้
ทว่าจังหวะที่โน้มตัวลงนั้น องศามันกว้างเกินไปหน่อย
สรุปคือ อะไรที่ควรเห็นและไม่ควรเห็น อันซินก็ได้เห็นไปหมดแล้ว
อืม...
ก็ ‘เด็ด’ อยู่ แซ่บใช้ได้เลย!
แต่ว่า...
อันซินเหลือบมองเฉินซูถิงที่อยู่ข้างๆ
เขารู้สึกว่าเฉินซูถิงน่าจะ ‘เด็ด’ กว่าพนักงานคนนี้เยอะ
หลังจากลองหยั่งเชิงดูเล็กน้อย
เมื่อเห็นว่าอันซินไม่มีท่าทีตอบสนอง พนักงานขายสาวก็นึกเสียดายอยู่ในใจ
แต่เธอก็เตรียมใจไว้ก่อนแล้ว
เพราะข้างกายของอันซินยังมีเฉินซูถิงที่สวยกว่าเธออยู่ทั้งคน
พนักงานขายมาเซราติรีบปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ
“คุณอันคะ ทางเราเตรียมพิธีส่งมอบรถไว้ให้คุณด้วย ไม่ทราบว่าคุณมีความต้องการพิเศษอะไรไหมคะ?”
อันซินปฏิเสธทันที “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมมีธุระต่อ”
พนักงานขายไม่เซ้าซี้ พาอันซินไปรับรถ
ในตอนนี้ มาเซราติ MC20 คันใหม่เอี่ยมจอดรออยู่ที่หน้าโชว์รูมแล้ว
ตัวรถสีน้ำเงินบูลูอินฟินิโต (Blu Infinito) ส่องประกายระยิบระยับล้อกับแสงแดด
อันซินเปิดประตูแบบปีกนก (Butterfly Doors) แล้วก้าวเข้าไปนั่งในห้องโดยสาร
ในใจของเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น
เพราะของเล่นชิ้นใหญ่ขนาดนี้ ผู้ชายคนไหนบ้างที่จะไม่ชอบ
ในขณะเดียวกัน เฉินซูถิงที่นั่งลงบนเบาะข้างคนขับก็มีอาการตื่นเต้นไม่แพ้กัน
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแอบเซลฟี่ไปหลายรูป
แต่ไม่กล้ากดโพสต์ลงในวีแชท
อย่าหาว่าเธอทำตัวเหมือนคนไม่เคยเห็นโลกเลย
เพราะเธอไม่เคยนั่งรถสปอร์ตมาก่อนจริงๆ โดยเฉพาะรถสปอร์ตที่ราคาแพงขนาดนี้
อันซินสตาร์ทรถด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ เตรียมจะปลดเบรกมือแล้วเหยียบคันเร่งออกไป
แต่ทว่าในจังหวะที่เท้ากำลังจะวางลงบนคันเร่ง เขาก็ชะงักไปทันควัน
เฉินซูถิงที่รัดเข็มขัดนิรภัยอยู่ข้างๆ กำลังตั้งตารอสัมผัสแรงดึงจากการออกตัวของรถสปอร์ตในตำนาน แต่ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ยังไม่เห็นอันซินขยับรถเสียที
เธอหันไปมองอันซินด้วยความฉงน
“มีอะไรหรือเปล่าคะคุณอัน?”
เห็นเพียงสีหน้าที่ดูปั้นยากของอันซิน ผ่านไปครู่หนึ่งเขาถึงตอบออกมาด้วยความกระอักกระอ่วนว่า “คือ... ผมลืมไปว่าตัวเองยังไม่มีใบขับขี่น่ะครับ”
ความประมาทเป็นเหตุแท้ๆ
อันซินลืมไปเสียสนิทว่า ใบขับขี่ของเขานั้นเพิ่งจะได้มาตอนอยู่ปีสามในชาติที่แล้ว
ส่วนตอนนี้ เขาเพิ่งจะเป็นแค่ว่าที่เฟรชชี่ปีหนึ่ง แน่นอนว่าเขายังไม่มีใบขับขี่
ในฐานะพลเมืองดีที่เคารพกฎหมาย
อันซินจะไม่มีทางขับรถโดยไม่มีใบขับขี่อย่างเด็ดขาด
เมื่อได้ยินคำตอบของอันซิน เฉินซูถิงก็อึ้งไปก่อน
จากนั้นเธอก็อดไม่ได้ที่จะหลุดขำออกมา
“มันน่าขำขนาดนั้นเลยเหรอครับ?” อันซินถามอย่างเคืองๆ
“ปะ... เปล่าค่ะ!”
เฉินซูถิงพยายามกลั้นหัวเราะสุดชีวิต แต่รอยยิ้มที่มุมปากนั้นปิดไม่มิดเลยจริงๆ
อันซินอดไม่ได้ที่จะกรอกตาใส่
ในใจแอบคิดว่า: ‘กล้าหัวเราะเยาะฉันงั้นเหรอ เดี๋ยวคืนนี้จะแสดง ‘ฝีมือการขับขี่’ ให้ดูจนจุกเลยคอยดู!’
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน