ตอนที่ 2
พรสวรรค์ระดับสูงสุด
1,700 คำ~9 นาที
จางอวี้เหอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว เมื่อยืนยันแล้วว่าปลอดภัย เขาจึงเรียกหน้าต่างระบบเกมออกมาทันที
เขาต้องขอดูเสียหน่อยว่ารากวิญญาณที่เพิ่งกระตุ้นไปนั้นมีสภาพเป็นอย่างไร
แม้ว่ารากวิญญาณของแต่ละคนจะถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพียงการกระตุ้นพลังที่มีอยู่ ไม่ใช่การสุ่มกาชาแต่อย่างใด
ทว่าความรู้สึกแบบนี้ ทุกคนย่อมเข้าใจดี
เหมือนกับถือตั๋วชิงโชคอยู่ในมือ แม้ว่าผลรางวัลจะถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ตอนที่ได้รับตั๋วมาแล้ว แต่นาทีที่กำลังลุ้นผลการจับรางวัลนั่นแหละคือช่วงเวลาที่ตื่นเต้นที่สุด
“ขออย่าให้เป็นแค่คนธรรมดาที่บำเพ็ญเซียนเลยนะ”
จางอวี้เหอภาวนาในใจพลางเรียกหน้าต่างระบบเกมออกมา
ฉับพลัน แผงข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
ชื่อ: จางอวี้เหอ
สำนัก: ไร้สังกัด
ระดับ: ปุถุชน
รากวิญญาณ: ทอง (ระดับเต๋า), ไม้ (ระดับเต๋า), น้ำ (ระดับเต๋า), ไฟ (ระดับเต๋า), ดิน (ระดับเต๋า), ลม (ระดับเต๋า), สายฟ้า (ระดับเต๋า), น้ำแข็ง (ระดับเต๋า)
กายาพิเศษ: กายาเต๋าฮุนหยวน
โชคชะตา: โชคชะตามหาศาล
ความหยั่งรู้: ???
เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชาดึงปราณ
เวทมนตร์และอิทธิฤทธิ์: ไม่มี
“ให้ตายเถอะ”
เมื่อเห็นรากวิญญาณของตน จางอวี้เหอก็อึ้งจนตัวแข็งทื่อ
“ชาติก่อนฉันกอบกู้กาแล็กซีมาหรือไงเนี่ย?”
รากวิญญาณโดยทั่วไปหมายถึงคุณสมบัติของรากปราณ ยิ่งรากวิญญาณดีเท่าไหร่ ความเร็วในการบำเพ็ญเซียนก็ยิ่งรวดเร็วขึ้นเท่านั้น
ไม่เพียงเท่านั้น ผู้บำเพ็ญที่มีรากวิญญาณชั้นเลิศจะเผชิญกับอุปสรรคในการฝ่าด่านน้อยกว่า ทำให้เลื่อนระดับไปยังขั้นถัดไปได้ง่ายขึ้น
ดังนั้น สิ่งแรกที่จางอวี้เหอจ้องมองคือหัวข้อรากวิญญาณ
ตามคำอธิบายของ ‘อวี่ฝานเทียน’ รากวิญญาณแบ่งออกเป็นหนึ่งถึงเก้าชั้น และเหนือกว่าเก้าชั้นขึ้นไปยังมีระดับปฐพี ระดับสวรรค์ ระดับศักดิ์สิทธิ์ และระดับเต๋า
ระดับหนึ่งถึงสามคือรากวิญญาณชั้นต่ำ ซึ่งทำได้เพียงประคับประคองให้บำเพ็ญเซียนต่อไปได้ แต่โอกาสที่จะไปถึงจุดสูงสุดนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย
ท้ายที่สุด ไม่ใช่ทุกคนที่จะ (ฝืนลิขิตสวรรค์) ได้เหมือนกับ ‘จอมมารฮั่น’
ระดับสี่ถึงหกคือรากวิญญาณชั้นกลาง ซึ่งถือว่าเป็นพรสวรรค์ที่ดีมากในการบำเพ็ญเซียน
หากขยันหมั่นเพียรและมีทรัพยากรมากพอ ผู้บำเพ็ญที่มีรากวิญญาณชั้นกลางย่อมสามารถก้าวไปได้ไกลบนเส้นทางสายเซียน
ระดับเจ็ดถึงเก้าคือรากวิญญาณชั้นสูง
ผู้บำเพ็ญทุกคนที่มีรากวิญญาณชั้นสูงล้วนเป็นยอดคนในยุทธภพเซียน
ขอเพียงมีจิตใจที่มั่นคงและพยายามมากพอ พวกเขาย่อมสามารถสร้างชื่อและมีที่ยืนในโลกเซียนได้อย่างแน่นอน
ส่วนเหนือระดับเก้าขึ้นไปน่ะหรือ?
รากวิญญาณระดับปฐพียังนับว่าหนึ่งในร้อยล้าน ในโลกเซียนหนึ่งแห่งอาจปรากฏเพียงหนึ่งหรือสองคนในรอบหลายสิบปี
ส่วนรากวิญญาณระดับสวรรค์นั้นหมื่นปีจะหาพบสักครั้ง เมื่อปรากฏตัวย่อมอยู่เหนือผู้คนและกลายเป็นยอดฝีมือที่สะเทือนฟ้าดิน
ส่วนรากวิญญาณระดับศักดิ์สิทธิ์และระดับเต๋านั้น มีเพียงในตำนานเท่านั้น เว็บไซต์ของ ‘อวี่ฝานเทียน’ เพียงแค่ลงรายละเอียดไว้นิดหน่อย ส่วนจะมีจริงหรือไม่นั้นยังเป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์
...
จำนวนชนิดของรากวิญญาณนั้นไม่ได้สำคัญนัก
ผู้บำเพ็ญส่วนใหญ่มักมีรากวิญญาณหลายธาตุผสมกัน ขอเพียงมีธาตุใดธาตุหนึ่งที่ดีก็เพียงพอแล้ว
เมื่อเห็นว่าตนมีรากวิญญาณถึงแปดธาตุ และทุกธาตุยังเป็นระดับเต๋า จางอวี้เหอก็อดไม่ได้ที่จะเกาศีรษะด้วยความตื่นเต้น
พรสวรรค์ระดับสูงสุดเช่นเขา ดูเหมือนจะเหนือกว่าคำบรรยายใด ๆ ในเว็บไซต์ ‘อวี่ฝานเทียน’ ไปไกล
“ฮ่า ๆ ๆ บรรลุเต๋ากลายเป็นเซียน เริ่มต้นที่วันนี้แหละ”
ด้วยรากวิญญาณระดับนี้ ความเร็วในการบำเพ็ญจะพุ่งทะยานราวกับขี่จรวดแน่ ๆ
เตรียมตัวบินได้เลย
เขานึกฝันถึงวันที่ตนเองอาจจะได้บินขึ้นสู่แดนเซียน และมีชีวิตอมตะเสพสุขอย่างอิสระ
“อย่าเพิ่งลำพองใจ นี่เพิ่งเริ่มต้น ยังไม่รู้สถานการณ์ดีเลย”
“บางทีนี่อาจจะเป็นแค่เกม หรือแค่ฝันไปจริง ๆ”
จางอวี้เหอพยายามระงับอารมณ์ตื่นเต้นของตัวเองเอาไว้
ถึงอย่างไรเขาก็เพิ่งเข้าเกมมา ความเข้าใจในที่แห่งนี้มีจำกัดอยู่เพียงแค่ข้อมูลเบื้องต้นจากเว็บไซต์
ความจริงจะเป็นไปตามที่เว็บไซต์บรรยายไว้หรือไม่นั้น ยังต้องรอดูกันต่อไป
ผ่านไปครู่ใหญ่ หลังจากสงบจิตสงบใจได้แล้ว จางอวี้เหอก็เบนสายตาไปยังส่วนอื่นของหน้าต่างสถานะ
เมื่อครู่เขามัวแต่มองเรื่องรากวิญญาณ จนไม่ได้สังเกตส่วนอื่นเลย
“เอ๊ะ กายาเต๋าฮุนหยวนนี่มันคืออะไรกันนะ?”
เขานึกย้อนถึงข้อมูลในเว็บไซต์อย่างละเอียด ดูเหมือนจะไม่มีการกล่าวถึงเรื่องกายาพิเศษเลย
“หรือว่าเราจะพิเศษกว่าคนอื่น มีอะไรที่คนอื่นไม่มี?”
“อืม ช่างเถอะ ของพิเศษแบบนี้คงไม่ใช่เรื่องแย่หรอก”
ลองไปดูอย่างอื่นต่อดีกว่า
ค่าโชคชะตา ระดับ: โชคชะตามหาศาล
ตามคำบรรยายในเว็บไซต์ โชคชะตามหาศาลน่าจะเป็นค่าโชคที่สูงที่สุดแล้ว
แต่จางอวี้เหอไม่ได้ให้ความสนใจกับเรื่องนี้มากนัก
เรื่องโชคชะตานี่ดูจะเป็นศาสตร์ลี้ลับ ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า อย่าไปจริงจังมากเกินไป
ขอเพียงไม่ถึงขั้นดวงตกอับหรือซวยซ้ำซวยซ้อนก็พอแล้ว
ความหยั่งรู้: ???
ไอ้นี่มันหมายความว่ายังไงกันนะ?
เมื่อเห็นหัวข้อความหยั่งรู้ จางอวี้เหอก็อดไม่ได้ที่จะเกาศีรษะอีกครั้ง
ในเว็บไซต์ไม่ได้บอกหรอกหรือว่าค่าความหยั่งรู้ของผู้เล่นมีตั้งแต่ 1 ถึง 10?
แล้วไอ้เครื่องหมายคำถามสามตัวของเขานี่มันหมายความว่ายังไงกัน?
“หรือว่าค่าความหยั่งรู้ของฉันมันพุ่งทะลุปรอทไปแล้ว?”
คงไม่ใช่ว่าเป็นพวกความหยั่งรู้เป็นศูนย์หรอกนะ
“อืม อะไรที่ไม่เข้าใจก็ทิ้งไว้ก่อนแล้วกัน”
จางอวี้เหอไม่ได้เก็บมาคิดมาก เขาจึงกวาดสายตาไปที่ส่วนอื่นต่อ
เคล็ดวิชานั้นติดตัวมาแต่เริ่มเกม ตอนที่เขาเข้าเกมมาในหัวก็เหมือนจะมีข้อมูลแปลก ๆ เพิ่มขึ้นมา บอกวิธีบำเพ็ญเซียนให้เขาโดยอัตโนมัติ
น่าจะเป็นเคล็ดวิชาดึงปราณเล่มนี้นี่แหละ
ส่วนเวทมนตร์อิทธิฤทธิ์ ไม่ต้องพูดถึงเลย ตอนนี้เขายังเป็นแค่ปุถุชน ย่อมยังไม่มีอะไรติดตัว
ผ่านไปเนิ่นนาน จางอวี้เหอจึงละสายตาจากแผงหน้าต่างข้อมูลแล้วหันไปสนใจส่วนอื่นของระบบเกม
ระบบเกมของ ‘อวี่ฝานเทียน’ นั้นเรียบง่ายมาก มีเพียงสี่ฟังก์ชันเท่านั้น
หน้าต่างสถานะตัวละคร, ช่องแชท, ตลาดซื้อขาย และตัวเลือกสำหรับออกจากเกม
เขากดเข้าไปดูตลาดซื้อขายพบว่าว่างเปล่า ไม่มีอะไรอยู่เลย
นั่นก็เป็นเรื่องปกติ
ทุกคนเพิ่งเข้าเกมมาตัวเปล่าเล่าเปลือย ไม่มีของจะขาย และไม่มีเงินแม้แต่แดงเดียวที่จะซื้ออะไร
“ลองดูหน่อยดีกว่าว่าทุกคนคุยอะไรกันอยู่”
จางอวี้เหอกดเปิดช่องแชท
ข้อความมากมายรันผ่านหน้าเขาไปอย่างรวดเร็ว
“ให้ตายสิ ทุกคนตื่นเต้นกันขนาดนี้เลยเหรอ พิมพ์รัวกันใหญ่เลย”
ต่างจากเกมทั่วไป ช่องแชทของ ‘อวี่ฝานเทียน’ มีเพียงช่องเดียว
ไม่มีการแบ่งเป็นแชนเนลพื้นที่หรือแชนเนลประเทศเหมือนเกมอื่น
จากการสุ่มสถิติ ผู้เล่นทั่วทั้งโลกที่ผ่านการทดสอบรากปราณมีจำนวนใกล้เคียงกับสิบล้านคน
คนจำนวนมากขนาดนี้มาอัดกันอยู่ในช่องแชทเดียว ต่อให้มีคนพูดมากแค่ไม่กี่คน ข้อความก็ไหลไปเร็วอย่างกับน้ำป่าไหลหลาก
“ให้ตายเถอะ นี่มันไม่ใช่เกมแล้ว เห็นได้ชัดว่าเป็นโลกจริง ๆ”
“ใช่ เทคโนโลยีที่ล้ำเลิศแค่ไหนก็สร้างผลลัพธ์แบบนี้ไม่ได้หรอก”
“พวกนายล้อฉันเล่นหรือเปล่าเนี่ย บำเพ็ญเซียนกันแล้ว ยังจะมาคุยเรื่องวิทยาศาสตร์อะไรกันอีก?”
“เข้ามาแล้วก็คุยกันไปเถอะ จะไปสนใจเรื่องไร้สาระพวกนั้นทำไมล่ะ? รากวิญญาณพวกนายเป็นยังไงกันบ้าง ของฉันแค่รากวิญญาณไฟระดับสี่เอง ฮือ ๆ ๆ...”
“ระดับสี่ก็ดีแล้ว ฉันได้รากวิญญาณระดับสองเนี่ย ไม่อยากจะพิมพ์ต่อเลย”
“รากวิญญาณทองระดับสามแวะมาทักทาย”
“ระดับห้าก็พอถูไถไปได้นะ”
“รากวิญญาณดินระดับหนึ่ง กากเดนชัด ๆ ฉันอยากกลับโลกจริงแล้ว จะบำเพ็ญเซียนไปทำไมฟะเนี่ย”
“อย่าเพิ่งตื่นตระหนก ผู้บำเพ็ญเซียนอย่างเราต้องฝืนลิขิตสวรรค์”
“ฝืนกะผีอะไรล่ะ อยู่ไปงั้น ๆ แหละ ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็ล็อกเอาต์ไปนอนดีกว่า”
“จริงด้วย ยังดีที่มีฟังก์ชันล็อกเอาต์ ไม่งั้นคงกลัวจนตัวสั่นแน่”
“ฮ่า ๆ ๆ ข้าได้รากวิญญาณไฟระดับเจ็ด ใครอยากเกาะขาข้าเชิญทางนี้”
“พี่ชายรากวิญญาณระดับเจ็ด ท่านอยู่ที่ไหน พาข้าบินที...”
...
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน