ตอนที่ 1
ระบบขาดทุน
1,717 คำ~9 นาที
ประเทศหัว มณฑลหู เมืองหานเฉิง
ภายในอาคารสำนักงานระดับหรูแห่งหนึ่ง ในห้องทำงานที่คับแคบ มีชายหนุ่มท่าทางกระฉับกระเฉงคนหนึ่งนั่งอยู่กับชายวัยกลางคนศีรษะล้าน
ชายหนุ่มผู้มีนามว่า 'เฉียนจื่อหย่ง' กำลังอยู่ระหว่างการสัมภาษณ์งานครั้งที่ห้าสิบสามของเขา
ชายวัยกลางคนในเก้าอี้บอสผู้มีนามว่า 'ผู้จัดการเฉิน' ทำสีหน้าเคร่งขรึม เขาเอามือลูบเส้นผมที่เหลืออยู่น้อยนิดแล้วก้มมองเรซูเม่ก่อนจะถามขึ้นว่า "คุณรับเงื่อนไขการทำงานล่วงเวลาได้ไหม?"
เฉียนจื่อหย่งถามกลับทันควันว่า "มีค่าล่วงเวลาให้ไหมครับ? ถ้ามีค่าล่วงเวลาให้ ผมทำงานได้ยันฟ้าถล่มดินทลายเลย"
ผู้จัดการเฉินดูจะปรับตัวไม่ทัน ปกติแล้วเด็กจบใหม่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครถามคำถามนี้ตรงๆ แบบนี้
ค่าล่วงเวลาคือค่าจ้างสองเท่า แน่นอนว่าเขาไม่อยากจ่าย
ชายวัยกลางคนขมวดคิ้วด้วยความรำคาญใจแล้วถามต่อว่า "แล้วคุณรับเงื่อนไขการไปทำงานต่างพื้นที่ได้ไหม?"
"ผู้จัดการเฉินครับ มีเบี้ยเลี้ยงสำหรับการไปทำงานต่างพื้นที่ให้ไหมครับ?" เฉียนจื่อหย่งถาม
ผู้จัดการเฉินโดนแทงใจดำเข้าเต็มเปา เขาเริ่มฉุนเฉียว "คนหนุ่มสาวต้องรู้จักความลำบากบ้าง อย่ามัวแต่คิดถึงเรื่องเงินทองนักเลย"
ว่าแล้วผู้จัดการเฉินก็ร่ายยาวเทศนาสั่งสอนชุดใหญ่
เฉียนจื่อหย่งเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายที่ต้องมาฟัง แต่เขาก็ยังคงปั้นหน้ายิ้มรับฟังจนจบ
ในที่สุดเมื่อผู้จัดการเฉินหยุดพูด เฉียนจื่อหย่งจึงถามแย้งเบาๆ ว่า "การที่ให้เงินเดือนผมสูงๆ ก็ไม่ได้ขัดขวางไม่ให้ผมรู้จักความลำบากนี่ครับ..."
ผู้จัดการเฉินถึงกับพูดไม่ออก จึงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "คนหนุ่มสาวอย่าจดจ่ออยู่แต่กับเรื่องเงิน"
เมื่ออีกฝ่ายเอาแต่พูดเรื่องความฝันโดยไม่ยอมแตะเรื่องเงินเลย เฉียนจื่อหย่งก็ลุกขึ้นยืนด้วยความหงุดหงิด "ถ้าคนหนุ่มสาวไม่จดจ่ออยู่กับเรื่องเงิน แล้วจะให้จดจ่ออยู่กับคุณหรือไงครับ?"
"คุณดูดีนักหรือไง?"
จากประสบการณ์การสัมภาษณ์งานมาห้าสิบสองครั้งของเฉียนจื่อหย่ง เงินเดือนสามพันหยวนต่อเดือนของที่นี่ แถมยังอยากให้เขาทำโอทีโดยไม่จ่ายค่าล่วงเวลา อยากให้ไปทำงานต่างพื้นที่โดยไม่จ่ายเบี้ยเลี้ยง แถมค่ารถยังไม่แน่ว่าจะเบิกได้หรือเปล่า
บริษัทห่วยๆ แบบนี้ ใครจะมาก็มาไปเถอะ!
พูดจบเขาก็หันหลังเดินออกจากห้องไป ปิดประตูเสียงดังปัง!
เมื่อเห็นแผ่นหลังของเฉียนจื่อหย่งเดินจากไป สีหน้าของผู้จัดการเฉินก็ดูแย่ลง
คนรุ่นใหม่สมัยนี้หลอกยาก และไม่ค่อยมีความอดทนยอมรับความลำบากเหมือนคนรุ่นก่อนๆ
เขาอดไม่ได้ที่จะพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหยียดหยามว่า "เด็กสมัยนี้ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำจริงๆ!"
ประตูห้องถูกเปิดออกอีกครั้ง เฉียนจื่อหย่งเดินกลับเข้ามา
ผู้จัดการเฉินมีสีหน้าดีใจ "ยังไง? คิดได้แล้วเหรอ?"
เฉียนจื่อหย่งคว้าเรซูเม่บนโต๊ะมาถือไว้ "คืนเรซูเม่ผมมา ผมเสียค่าพิมพ์ตั้งหยวนหนึ่งเลยนะ!"
บริษัทห่วยๆ แบบนี้ยังให้เขานั่งรอตั้งสี่ชั่วโมงอีก!
ขาดทุนย่อยยับเลย!
เขาหยิบเรซูเม่แล้วกระแทกประตูเดินออกไป
...
หน้าตึกสูง เฉียนจื่อหย่งใช้มือถือตรวจสอบการสัมภาษณ์งานครั้งที่ห้าสิบสี่ในช่วงบ่าย
ประกาศรับสมัครงานระบุเงินเดือนสามพันถึงหกพันหยวน ดูท่าจะเป็นงานที่ให้แค่สามพันหยวนอีกตามเคย หวังว่าคงไม่ต้องทำโอทีและงานน่าจะสบายหน่อยนะ
ในวินาทีนั้นเอง ม่านแสงโปร่งใสก็ปรากฏขึ้นในหัวของเขา
【ระบบขาดทุนกำลังผูกมัด... ผูกมัดสำเร็จ】
【เงินห้าล้านหยวนโอนเข้าบัญชีเรียบร้อย】
【โฮสต์: เฉียนจื่อหย่ง】
【เงินระบบ: 5 ล้านหยวน】
【เงินส่วนตัว: 1,211 หยวน】
【กฎของระบบมีดังนี้...】
ระบบ!
เฉียนจื่อหย่งดีใจจนเนื้อเต้น
เขาเล่นเกม อ่านนิยาย มาโดยตลอด ย่อมรู้จัก 'ระบบ' เป็นอย่างดี
ไม่นึกเลยว่าจะมีวันที่เขาได้รับความเมตตาจากระบบบ้าง
เฉียนจื่อหย่งกดเปิดดูกฎของระบบ พบว่ามีเพียงสองข้อสั้นๆ ง่ายๆ
【1: ห้ามทำผิดกฎหมาย】
【2: ยอดเงินที่ขาดทุนจริงของโฮสต์ เมื่อจบวงรอบจะถูกแปลงเป็นเงินส่วนตัวในจำนวนที่เท่ากัน แต่ทุกการกระทำต้องมีความสมเหตุสมผล】
เขากดเปิดดูรอบระยะเวลาของตัวเอง
【รอบระยะเวลา: สามเดือน】
【เงินทุน: 5 ล้านหยวน】
หลังจากอ่านรายละเอียดอย่างถี่ถ้วน เฉียนจื่อหย่งก็เข้าใจวิธี 'รีดนม' ระบบนี้ทันที
ตราบใดที่ภายในสามเดือนเขาสามารถผลาญเงินห้าล้านหยวนของระบบให้หมดด้วยวิธีใดก็ตาม ระบบก็จะมอบรางวัลห้าล้านหยวนให้เขา
ต่อให้ผลาญไม่หมด ขาดทุนเท่าไหร่ ระบบก็จะให้รางวัลเท่านั้น
หาเงินห้าล้านในสามเดือนมันยาก!
แต่ถ้าให้ขาดทุนห้าล้านในสามเดือนล่ะก็ มันง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย!
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือ เงินของระบบห้ามนำมาใช้กับตัวเอง ต้องเป็นการขาดทุนที่สมเหตุสมผล
นั่นหมายความว่าตลอดสามเดือนนี้ เขาต้องใช้ชีวิตด้วยเงิน 1,211 หยวนที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด
จนกว่าจะครบสามเดือนระบบถึงจะสรุปผลให้เขา
พอนึกถึงเงินห้าล้านหยวน เฉียนจื่อหย่งก็รู้สึกเต็มไปด้วยกำลังใจ
ในหัวของเขามีไอเดียดีๆ นับไม่ถ้วนพุ่งเข้ามา ไอเดียไหนๆ ก็สามารถผลาญเงินห้าล้านนี้ได้อย่างง่ายดาย
"เล่นหุ้นเหรอ? วิธีนี้ก็ดี แต่ไม่ค่อยมั่นคงเท่าไหร่ หุ้นต่อให้ตกยังไง ในเวลาสามเดือนก็คงไม่เหลือศูนย์หรอก"
"งั้นก็ทำธุรกิจ การทำธุรกิจน่ะขาดทุนเท่าไหร่ก็ได้ แถมยังควบคุมได้ตลอดเวลา!"
มีระบบอยู่ทั้งที เขาจะไปทำงานห่วยๆ นั่นทำไม? ไปเป็นเจ้าของธุรกิจเองเลยดีกว่า!
แถมยังเป็นประเภทเจ้าของธุรกิจที่แค่ใช้เงินเสพสุข ไม่ต้องเหนื่อยวิ่งวุ่นเองด้วย
เฉียนจื่อหย่งเดินคิดไปพลาง ท้องก็ร้องจ๊อกๆ ขึ้นมา
นี่มันบ่ายแล้ว เขายังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย
เขาเงยหน้ามอง ฝั่งตรงข้ามถนนมีซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ชื่อว่า 'ซุปเปอร์มาร์เก็ตหย่งเหนียน'
ซุปเปอร์มาร์เก็ตแบบนี้ นอกจากขายของแล้วยังมีฟาสต์ฟู้ด ขนมกินเล่น แถมยังมีโรงหนังอีก
ทว่าถึงสภาพแวดล้อมจะดีมาก แต่ของที่ขายก็ราคาแพงหูฉี่
ถ้าหากสามเดือนผ่านไป เขาได้เงินห้าล้านจากระบบแล้ว เขาจะเดินเข้าไปแบบไม่ลังเลเลย
แต่ตอนนี้...
มองเงินพันกว่าหยวนที่น่าเวทนาในกระเป๋า เฉียนจื่อหย่งได้แต่ลูบท้องแล้วเดินหน้าต่อไป
เดินผ่านไปอีกหนึ่งถนน เฉียนจื่อหย่งซื้อข้าวราดแกงราคา 15 หยวนข้างทางมานั่งกินพลางเดินพลาง ในหัวยังคงคิดหาวิธีผลาญเงินห้าล้านหยวนออกไป
เสียงดังอึกทึกข้างหูขัดจังหวะความคิดของเขา
เขาหันไปมองพบว่ามีซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งที่ปิดกิจการไปแล้ว กำลังมีคนช่วยกันขนสินค้าออกมา
ดูท่าซุปเปอร์มาร์เก็ตนี้คงเจ๊งไปแล้ว ซัพพลายเออร์เลยมาขนสินค้าคืน
ที่นี่พื้นที่ไม่ใหญ่มาก ไม่ไกลออกไปมีซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งใหม่ 'ซุปเปอร์มาร์เก็ตหย่งเหนียน' เปิดให้บริการ ดังนั้นซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดกลางๆ แห่งนี้ก็คงถูกเบียดจนอยู่ไม่ได้
ขนาดซุปเปอร์มาร์เก็ตหย่งเหนียนใหญ่กว่าที่นี่สิบเท่า แถมยังมีโซนธุรกิจชั้นบนอีก
ซุปเปอร์มาร์เก็ตนี้จะเอาอะไรไปสู้กับหย่งเหนียนได้?
พอคิดได้แบบนั้น เฉียนจื่อหย่งก็ตื่นเต้นจนหัวใจเต้นรัว
ธุรกิจนี้ต้องเจ๊งแน่ๆ นี่มันคือธุรกิจที่เขาต้องการตอนนี้เลยไม่ใช่เหรอ?
ถือโอกาสตอนที่เขายังไม่ขนของออกไป พนักงานก็ยังอยู่ สินค้าก็ยังอยู่ เขาก็เข้าไปเซ้งต่อเลย จะได้เริ่มขาดทุนได้ทันที
รับพนักงานเพิ่มอีกหน่อย วันๆ หนึ่งขาดทุนสองสามหมื่นหยวนก็ไม่ใช่เรื่องยาก ครบสามเดือนก็ยื่นล้มละลาย จ่ายเงินชดเชยให้พนักงานตามกฎหมาย เงินห้าล้านจากระบบก็เข้ากระเป๋าเขาเต็มๆ
ที่สำคัญที่สุดคือ เขาไม่ต้องลงแรงอะไรเลย ไม่ต้องใช้สมอง ไม่ต้องเหนื่อยกาย พนักงานพวกนี้แหละจะช่วยเขาผลาญเงินไปเอง!
ด้วยความกลัวว่าเจ้าของจะหนีไปก่อน เฉียนจื่อหย่งยังกินข้าวไม่หมดก็รีบวิ่งเข้าไปข้างในทันที
ภายในซุปเปอร์มาร์เก็ตคนเยอะมาก บางคนกำลังทำความสะอาด บางคนกำลังขนสินค้า
เฉียนจื่อหย่งกวาดสายตามองเข้าไปเห็นชายวัยกลางคนใส่สูทผูกไทกำลังสั่งงานอยู่ท่ามกลางฝูงชน จึงรีบพุ่งเข้าไปหา
"เถ้าแก่ครับ ร้านนี้เซ้งต่อไหมครับ?" เฉียนจื่อหย่งถามด้วยความกระตือรือร้น
ชายวัยกลางคนกวาดสายตามองเฉียนจื่อหย่งตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วหยิบซองบุหรี่ออกจากกระเป๋า ดึงออกมาหนึ่งมวนเตรียมจะยื่นให้เฉียนจื่อหย่ง
แต่พอเห็นเฉียนจื่อหย่งยังถือกล่องข้าวอยู่ก็เลยชะงักทำท่าจะเก็บบุหรี่กลับ แต่ก็รู้สึกว่าทำแบบนั้นมันก็ดูไม่ค่อยดี
ในขณะที่เขากำลังลำบากใจ เฉียนจื่อหย่งก็หยิบบุหรี่ไป
"ผมไม่ใช่เจ้าของครับ ผมเป็นแค่ผู้จัดการ เจ้าของอยู่ทางนู้นครับ" ชายวัยกลางคนชี้ไปทางชายร่างท้วมที่ยืนอยู่ข้างๆ
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน