ตอนที่ 2

ข้อสงสัยของจางฮ่าว

1,776 คำ~9 นาที
“เมื่อสองปีก่อน ผมเจอจ้าวซินซินที่ไนต์คลับ เธอผลาญเงินผมจนหมดตัว พอถึงทางตันเราเลยตกลงกันว่าจะหันมาทำอาชีพนี้ครับ” “ตอนแรกกะว่าพอได้เงินสักก้อนก็จะเลิก แต่พอเข้าวงการมาแล้ว มันจะเลิกง่ายๆ ได้ยังไง...” หยางเหว่ยเล่าเรื่องราวตลอดสองปีที่ผ่านมาในห้องสอบสวน เศษเสี้ยวความทรงจำค่อยๆ ร่วงหล่นออกมาจากหน้าผากของเขา ถึงแม้หลินมู่จะใช้โควตาเก็บเศษเสี้ยวความทรงจำประจำวันไปแล้ว แต่เขามั่นใจว่าตอนนี้หยางเหว่ยไม่กล้าโกหกแน่นอน นี่เป็นครั้งแรกที่หลินมู่ได้ใช้ฟังก์ชันรวบรวม ข้อมูลจากเศษเสี้ยวความทรงจำนั้นสมจริงมาก มันหลอมรวมเข้าสู่สมองราวกับภาพสไลด์ที่เคลื่อนไหวได้ ด้วยความสามารถนี้ ไม่เพียงแต่จะมีประโยชน์ในการสอบสวนเท่านั้น แม้แต่พยานที่ไม่ยอมพูดความจริงเขาก็จัดการได้ ส่วนการประยุกต์ใช้ด้านอื่นๆ คงต้องรอการพัฒนาต่อไป ความสามารถนี้มันเหนือธรรมชาติเกินไป ทางที่ดีอย่าให้คนอื่นรู้จะดีกว่า ตอนนี้เขาเป็นเพียงตำรวจชั้นผู้น้อย โอกาสที่จะได้สัมผัสคดีใหญ่ๆ มีไม่มากนัก และไม่มีเส้นสายที่จะย้ายไปอยู่กองสืบสวนด้วย เห็นทีต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง เพราะมีเพียงการได้ไปอยู่ที่กองสืบสวนเท่านั้น เขาถึงจะได้คลี่คลายคดีใหญ่จริงๆ เพื่อสะสมแต้มความยุติธรรมและรับรางวัล กองสืบสวนกับสถานีตำรวจท้องที่นั้นอยู่ในระบบเดียวกัน การจะย้ายไปได้ถ้าไม่ใช้เส้นสาย ก็ต้องให้ทางกองสืบสวนมาดึงตัวไปเอง หรือต่อให้เขาอยากได้ตัวแค่ไหน ถ้าสารวัตรเจ้าของพื้นที่ไม่ยอมปล่อยตัวก็ไปไม่ได้อยู่ดี ปัจจุบันสถานีตำรวจถนนซินอันมีตำรวจประจำการอยู่ทั้งหมด 7 นาย นอกจากสารวัตรจางฮ่าว ผู้กำกับฝ่ายการเมืองลู่หมิงเหล่ย และอาจารย์หลิวเจิ้งอี้แล้ว ยังมีตำรวจรุ่นเก๋าอีกสองคนคือหลี่เสียงยวี่และโจวมิ่ง รวมถึงเด็กฝึกงานที่มาพร้อมกับหลินมู่อีกคนคือหยวนจื้อกัง หยวนจื้อกังเรียนจบจากโรงเรียนตำรวจส่วนกลาง ว่ากันว่าทางบ้านมีเส้นสายใหญ่โต หากมีโอกาสได้โยกย้าย ตำแหน่งนั้นคงต้องตกเป็นของเขาก่อนแน่นอน ส่วนหลินมู่ที่จบจากโรงเรียนตำรวจระดับท้องถิ่น โอกาสช่างริบหรี่เหลือเกิน ดูท่าเขาคงต้องพึ่งพาระบบสุดโกงนี้เพื่อสร้างชื่อให้กระฉ่อน จนกองสืบสวนต้องหันมาสนใจ หลังจากนั้นค่อยว่ากันไปทีละก้าว ทางด้านจางฮ่าวและลู่หมิงเหล่ยก็ไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า พวกเขารีบไปสอบสวนจ้าวซินซินทันที พร้อมกับสั่งให้ตำรวจนายอื่นไปค้นที่เกิดเหตุและรื้อชักโครกทุกตัวจนทั่ว ในที่สุดก็พบสมุดบัญชีที่ห่อด้วยกระดาษไขซ่อนอยู่ในถังพักน้ำของชักโครกชั้นหนึ่งจริงๆ เมื่อเผชิญกับหลักฐานมัดตัวขนาดนี้ จ้าวซินซินจึงไม่กล้าปิดบังอีกต่อไป และยอมสารภาพขั้นตอนการกระทำผิดทั้งหมด ...... ห้องทำงานสารวัตร “เหล่าลู่ ฉันรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆ” “แปลกตรงไหน? ฉันว่าก็ดีนะ ต้องบอกว่านายได้เพชรในตมมามากกว่า!” “หลินมู่ต้องรู้อะไรบางอย่างแน่ๆ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ระบุตำแหน่งได้แม่นยำขนาดนั้น เรื่องสมุดบัญชีฉันเชื่อว่าเขาอาจจะเดาได้ แต่ทำไมต้องเป็นในชักโครกล่ะ?” จางฮ่าวทบทวนกระบวนการสอบสวนเมื่อสักครู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหัว หากจะพยายามหาเหตุผลมาอธิบายมันก็พอถูไถไปได้ แต่ลึกๆ เขากลับรู้สึกว่ามันมีบางอย่างไม่ถูกต้อง “นายคิดมากไปเองหรือเปล่า เมื่อกี้ฉันถามมาแล้ว หลินมู่ไม่ได้ร่วมทีมจับกุม และไม่ได้ติดต่อกับผู้ต้องสงสัยคนอื่นเลย ไม่มีปัญหาอะไรหรอก” “เด็กใหม่เก่งขนาดนี้ นายนี่ยังไม่พอใจอีกเหรอ” ลู่หมิงเหล่ยเป็นคนมองโลกในแง่ดี สำหรับเขาแล้ว การยอมรับว่าคนอื่นมีความสามารถถือเป็นเรื่องปกติ ไม่จำเป็นต้องไปสงสัย “เจ้าเด็กนี่มันหัวไวเกินไปจริงๆ ดูไม่เหมือนเด็กเพิ่งเรียนจบเลย” จางฮ่าวพยักหน้า พลางจุดบุหรี่ขึ้นอีกมวนแล้วหยิบประวัติของหลินมู่ออกมาเปิดดูอย่างละเอียด พ่อแม่ของหลินมู่เป็นเกษตรกรขนานแท้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้ซึมซับความรู้ด้านการสืบสวนสอบสวนมาตั้งแต่เด็ก ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยเขาก็ไม่ได้ขยันอะไร ผลการเรียนแต่ละวิชาก็แค่คาบเส้นผ่านมาได้เท่านั้น ดูยังไงก็ไม่ใช่ยอดฝีมือเลยสักนิด จางฮ่าวทบทวนภาพการสอบสวนของหลินมู่อีกครั้ง พอสูบบุหรี่หมดมวน เขาก็ตบขาตัวเองฉาดใหญ่ “นิ่งเกินไป! ใช่ ความรู้สึกมันคือแบบนั้น นิ่งสงบแบบที่คนไม่มีประสบการณ์สอบสวนมาสักยี่สิบปีทำไม่ได้หรอก!” ลู่หมิงเหล่ยกลอกตาใส่เขา “ทำท่าตกอกตกใจไปได้ ทำเอาฉันขวัญเสียหมด ถ้าใครไม่รู้คงนึกว่าฉันทำอะไรนายเข้าให้แล้ว” “เพื่อเป็นการชดเชยความเสียหายทางจิตใจ ชาห่อนี้นายฉันขอละกันนะ!” ไม่รอให้จางฮ่าวได้ทักท้วง ลู่หมิงเหล่ยก็คว้าห่อชาเหมาเฟิงจากเขาเอ๋อเหมยบนโต๊ะแล้วเดินลิ่วออกไปทันที ถึงแม้ราคาจะแค่ยี่สิบหยวน แต่ได้ของฟรีมันก็รู้สึกดีกว่าเป็นไหนๆ จางฮ่าวนึกถึงคำพูดตัวเองเมื่อกี้แล้วก็ขำ หลินมู่อายุแค่ 22 ปี ถ้าเขามีประสบการณ์สอบสวนยี่สิบปีจริง แสดงว่าเขาเริ่มเป็นตำรวจตั้งแต่อายุ 2 ขวบงั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เขาคงคิดมากไปเองจริงๆ นั่นแหละ! เอ๊ะ...? ชาเหมาเฟิงของฉันล่ะ? “เหล่าลู่! นายเอาไปหมดเลยเหรอ? เหลือไว้ให้ฉันสักครึ่งก็ยังดี!” หลินมู่กับหลิวเจิ้งอี้กำลังยุ่งกับการทำรายงานสรุปคดี ทั้งคู่นั่งประจันหน้ากันที่โต๊ะทำงาน บนโต๊ะมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสเนื้อผักกาดดองวางอยู่ตรงหน้าคนละถ้วย สถานีตำรวจถนนซินอันเป็นสถานีขนาดเล็ก คนน้อยแต่งานแยะ ถ้าไม่เขียนรายงานสรุปให้เสร็จภายในวันนั้น วันต่อๆ ไปก็คงไม่มีเวลาเขียน และงานก็จะพอกหางหมูไปเรื่อยๆ “หลินมู่ นายรู้ได้ไงว่าสมุดบัญชีซ่อนอยู่ในชักโครก?” หลิวเจิ้งอี้อดไม่ได้ที่จะถามออกมา “อ๋อ เรื่องนั้นเหรอครับ อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเคยสอนไว้น่ะครับ ว่าคนรุ่นนี้ส่วนใหญ่มักจะเก็บสมุดบัญชีไว้เป็นกระดาษ และชอบซ่อนไว้ไม่ในชักโครกก็บนฝ้าเพดาน” “ผมดูรูปถ่ายในที่เกิดเหตุแล้ว ตรงนั้นไม่มีฝ้าที่พอจะเปิดซ่อนอะไรได้เลย ก็เลยเดาว่าน่าจะเป็นที่ชักโครกครับ” “แค่ลองขู่ดูนิดหน่อยเขาก็ยอมพูดออกมาเองแล้ว เป็นเพราะสภาพจิตใจเขาไม่เข้มแข็งพอเองครับ จะโทษผมไม่ได้นะ” หลินมู่ร่ายคำแก้ตัวที่เตรียมไว้แล้วออกมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับทำท่าทางสบายๆ หลิวเจิ้งอี้เองก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรมากนัก เพราะในสายตาเขา หลินมู่เป็นเด็กต่างจังหวัดที่เพิ่งย้ายมา แถมยังไม่ได้เช่าบ้านพัก พักอยู่ในหอพักของสถานีตำรวจตลอดเวลา ไม่มีทางที่จะไปรู้จักที่อโคจรแบบนั้นได้ ต่อให้ไปจริง ก็คงไม่ไปร้านระดับล่างอย่างของหยางเหว่ยหรอก เขาคงจะคิดมากไปเอง ไม่ว่าจะยังไง ลูกศิษย์คนนี้ก็ทำแต้มให้เขาได้ภูมิใจ ตอนที่จัดสรรลูกศิษย์ เขาอุตส่าห์พยายามแย่งตัวหยวนจื้อกังมาแทบตาย เพราะถ้าได้ดองกับคนมีเส้นสาย อนาคตอาจจะได้ย้ายไปอยู่ในที่ที่ดีกว่า แต่สุดท้ายหยวนจื้อกังก็ถูกสารวัตรรับไปดูแล แถมช่วงสองสามวันมานี้ยังลากลับบ้านอีก ดูไม่เหมือนมาฝึกงานเลยสักนิด เหมือนมาพักร้อนมากกว่า หลินมู่ทำตัวดีแบบนี้ เขาก็พลอยได้หน้าไปด้วย! หลินมู่มองสายตาของอาจารย์แล้วรู้สึกแปลกๆ บอกไม่ถูก แต่ก็ก้มหน้าก้มตาเขียนรายงานต่อ ทันทีที่รายงานเสร็จสิ้น เสียงของระบบก็ดังขึ้นในหัว: 【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ช่วยคลี่คลายคดีหยางเหว่ยจัดหาการประเวณี ระดับคดี: ปานกลาง รางวัลจากระบบ: แต้มความยุติธรรม 100 แต้ม】 【ยินดีด้วย โฮสต์ได้เปิดใช้งานมอลล์ระดับ 1】 “เปิดมอลล์” หลินมู่นึกในใจ หน้าต่างร้านค้าปรากฏขึ้นต่อหน้า มีสินค้าอยู่ 2 รายการ: น้ำยากลายเป็นหิน: 1,000 แต้มความยุติธรรม หลังใช้งานร่างกายจะกลายเป็นหินเป็นเวลา 1 นาที ป้องกันการโจมตีทุกรูปแบบ รวมถึงกระสุนปืน แลกเปลี่ยนค่าสถานะ: 10,000 แต้มความยุติธรรม สามารถเพิ่มค่าพลังเพื่อเสริมแกร่งให้กับโฮสต์ได้ เมื่อเห็นราคาที่แพงหูฉี่ แล้วหันมาดูแต้ม 100 แต้มในมือ หลินมู่ก็ได้แต่นิ่งอึ้ง นี่มันจงใจแกล้งกันชัดๆ! คดีประเวณีระดับปานกลางได้แค่ 100 แต้ม ดูท่าถ้าอยากได้แต้มมากกว่านี้ เขาคงต้องไปทำคดีที่ใหญ่กว่านี้เท่านั้น! ของในระบบตอนนี้ยังแลกไม่ได้ แต่อานุภาพของน้ำยากลายเป็นหินนี่มันร้ายกาจจริงๆ ถ้าเจออันตรายแล้วใช้ทันที เขาแทบจะกลายเป็นอมตะชั่วคราวเลยนะนั่น ส่วนค่าสถานะ คงต้องลองถามระบบดู “ระบบ เพิ่มค่าสถานะยังไง?” 【โฮสต์: หลินมู่, อายุ 22 ปี, ส่วนสูง 178 ซม. พละกำลัง: 2/10 ความเร็ว: 2/10 ความทนทาน: 2/10 ความชำนาญอาวุธปืน: 0/10】
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
AVAV