ตอนที่ 4
ขัดเกลากายขั้นสิบเอ็ด?
1,927 คำ~10 นาที
เมื่อฟังคำพูดของว่านเค่อซานจบ ลี่ชิงซานก็เข้าใจในทันที
คนที่ให้คนชื่ออวี๋เล่ยขึ้นไปทดสอบเป็นคนแรก ต้องเป็นเพราะว่านเค่อซานเลือกมาอย่างพิถีพิถันแน่ ๆ
นอกจากจะใช้เป็นตัวอย่างได้แล้ว ยังถือโอกาสอธิบายความรู้พื้นฐานไปในตัวได้อีกด้วย
ช่างเป็นตัวช่วยที่สมบูรณ์แบบเสียจริง!
“คนต่อไป อู๋เหอ” เสียงของว่านเค่อซานดังขึ้น
นักเรียนชายคนหนึ่งที่มีรูปร่างดูสมส่วนเดินออกไป เขามีสีหน้าประหม่าเล็กน้อยขณะเดินไปยังกำแพงแสงเพื่อเริ่มทำการทดสอบ
เมื่อเทียบกับอวี๋เล่ยแล้ว อู๋เหอถือว่าธรรมดามาก
ความเร็ว: 8.3 เมตร/วินาที
พลังหมัด: 173 กิโลกรัม
ผลคะแนนนี้ ถือว่าเป็นมาตรฐานของนักเรียนสายกีฬาธรรมดาทั่วไปเท่านั้น
ไม่เพียงแค่อู๋เหอ นักเรียนอีกกว่ายี่สิบคนที่ตามมาต่างก็ทำคะแนนได้ทั่วไป
บางคนแย่กว่าอู๋เหอมากเสียด้วยซ้ำ
ทว่าว่านเค่อซานกลับมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้ใส่ใจอะไร เพียงแค่โบกมือให้พวกเขากลับเข้าแถวแล้วเรียกคนต่อไปทดสอบต่อ
“คนต่อไป เจี่ยเจี้ยง”
จ้าวหงโจวตื่นตัวขึ้นมาทันที
“พี่ซาน เจี่ยเจี้ยงกำลังจะขึ้นไปแล้ว”
ลี่ชิงซานพยักหน้าพลางจ้องมองร่างที่อยู่ตรงกำแพงแสง
เจี่ยเจี้ยงเองก็มาจากห้อง 7 เหมือนกัน อย่างน้อยก็เป็นเพื่อนร่วมชั้น
ไม่นานผลการทดสอบของเจี่ยเจี้ยงก็ปรากฏ
ความเร็ว: 9.0 เมตร/วินาที
พลังหมัด: 203 กิโลกรัม
“พี่ซาน ต่อจากเจี่ยเจี้ยงแล้ว จะถึงคิวพวกเราหรือเปล่า?”
จ้าวหงโจวกำหมัดแน่น เหงื่อซึมตามหน้าผาก
ในขณะนั้นเอง เสียงของว่านเค่อซานก็ดังขึ้น
“คนต่อไป ฟางจวี้”
เฮ้อ!
จ้าวหงโจวถอนหายใจโล่งอก ยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก
ลี่ชิงซานหันไปมองเขาพลางถามอย่างประหลาดใจว่า
“นายจะตื่นเต้นอะไรนักหนา?”
“นี่เพิ่งจะเป็นคาบวิถียุทธ์คาบแรก การทดสอบก็เป็นแค่การประเมินพื้นฐาน นายไม่เห็นเหรอว่าครูว่านยังไม่ได้จดคะแนนอะไรเลยสักนิด”
“แต่หลายปีที่ผ่านมา ไม่เคยได้ยินว่าห้องเรียนวิถียุทธ์มีการทดสอบประเมินพื้นฐานมาก่อนเลยนะ!”
จ้าวหงโจวบ่นพึมพำเสียงต่ำอย่างไม่มั่นใจ
“ถ้าผลคะแนนไม่ผ่าน จะถูกไล่ออกหรือเปล่า?”
“วางใจเถอะ พลังของนายกับเจี่ยเจี้ยงพอ ๆ กัน อย่างน้อยก็ถือว่าอยู่ระดับกลางค่อนไปทางบน ต่อให้จะคัดออกก็ยังไม่ถึงคิวนายหรอก”
ลี่ชิงซานตบแขนจ้าวหงโจวเบา ๆ ก่อนจะหันไปมองนักเรียนอีกสองสามคนที่ทดสอบเสร็จแล้วแต่คะแนนรั้งท้าย
พวกเขาทุกคนต่างมีสีหน้ากังวล เห็นได้ชัดว่าคิดไม่ต่างจากจ้าวหงโจว
ลี่ชิงซานส่ายหัวแล้วพูดอย่างใจเย็นว่า
“ห้องเรียนวิถียุทธ์ชั้นมัธยมปลายปีสาม เป็นโอกาสของนักเรียนเก่าทุกคน แค่ลงทะเบียนก็ได้เข้าเรียน นี่เป็นนโยบายที่ทางสหพันธ์กำหนดไว้ เป็นไปไม่ได้ที่จะมาเริ่มไล่คนออกตั้งแต่คาบแรกหรอก”
เมื่อพูดจบ
จ้าวหงโจวกลับยิ่งเครียดกว่าเดิม เขาเม้มปากแน่นพร้อมกับส่งสายตาให้
อืม?
ลี่ชิงซานหันไปมองตามสายตาที่จ้าวหงโจวมอง เห็นว่าว่านเค่อซานกำลังจ้องมาที่เขาด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ระยะขนาดนี้ยังได้ยินอีก?
ลี่ชิงซานนิ่งอึ้ง รีบหุบปากฉับ
เสียงพูดคุยรอบข้างดังไม่น้อย แต่ว่านเค่อซานสามารถจับตัวเขาได้อย่างแม่นยำ ฝีมือของครูคนนี้เหนือกว่าที่เขาจินตนาการไว้จริง ๆ
แต่ยังดีที่เขาไม่ได้พูดอะไรไม่ดีออกไป
“คนต่อไป จ้าวหงโจว”
จ้าวหงโจวสีหน้าเคร่งเครียดทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ก่อนจะเดินออกจากแถวไป
โดนจับได้ โดนเรียกชื่อ
วิธีที่ครูใช้มาแต่โบราณกาลนี่มันได้ผลเสมอจริง ๆ
ลี่ชิงซานทำอะไรไม่ได้ เมื่อจ้าวหงโจวขึ้นไปแล้ว คนต่อไปก็คงถึงคิวเขาพอดี
ไม่นาน จ้าวหงโจวก็ทดสอบเสร็จ
ความเร็ว: 8.9 เมตร/วินาที
พลังหมัด: 210 กิโลกรัม
ผลลัพธ์เป็นไปตามที่ลี่ชิงซานคาดไว้ คือไม่ต่างจากเจี่ยเจี้ยงมากนัก
เมื่อกลับเข้าแถว จ้าวหงโจวก็ดูผ่อนคลายลง กลับมาเป็นฝ่ายปลอบลี่ชิงซานแทน
“พี่ซาน ไม่เป็นไรหรอก ยื่นคอไปให้ฟันฉับเดียวก็จบแล้ว แป๊บเดียวเอง”
นายคิดว่าตัวเองเป็นตัวอะไรกัน?
ลี่ชิงซานกรอกตามองบน ก่อนจะก้าวเดินออกไปเตรียมตัว
“คนต่อไป สยงซิ่วอิ่ง”
ท่าทางของลี่ชิงซานชะงักไป เขากันไปมองว่านเค่อซาน
แผ่นหลังที่ดูแข็งแกร่งดั่งหอคอยเหล็กยังคงยืนตระหง่านอยู่หน้าแถว
“ขอโทษนะคะ ขอทางหน่อย”
เสียงเบา ๆ ดังมาจากข้างหลัง
ลี่ชิงซานถอยกลับมา ยืนทำหน้านิ่ง
เด็กสาวหันมามองเขาแปลก ๆ ก่อนจะเดินออกจากแถวไป
หลังจากนั้น
นักเรียนก็เดินออกไปทดสอบทีละคน แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะถึงคิวลี่ชิงซานเสียที
จงใจชัด ๆ! นี่ต้องเป็นความจงใจแน่นอน!
ลี่ชิงซานนึกถึงรอยยิ้มที่ดูไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่เมื่อครู่ ทำให้เขารู้จักครูสอนวิถียุทธ์คนนี้ลึกซึ้งขึ้นอีกขั้น
เวลาผ่านไป นักเรียนเกือบครึ่งหนึ่งทดสอบเสร็จสิ้นแล้ว
ทว่ายังไม่เห็นใครที่ถึงระดับขัดเกลากายขั้นหนึ่งเลยสักคน แม้แต่คนที่เก่งเฉพาะทางอย่างอวี๋เล่ยก็ยังไม่ใช่
การทดสอบยังคงดำเนินต่อไป นักเรียนเดินออกไปทดสอบและกลับเข้าแถวทีละคน
ในที่สุด
“ความเร็ว 11.1 เมตร/วินาที พลังหมัด 252 กิโลกรัม ขัดเกลากายขั้นหนึ่ง!”
“เหลียงหมิงอวี่! มีคนถึงระดับขัดเกลากายขั้นหนึ่งคนแรกแล้ว!”
เสียงอุทานดังขึ้นไม่ขาดสาย หลายคนเริ่มตื่นเต้น
ภายใต้สายตาของทุกคน
ชายหนุ่มร่างผอมบางคนหนึ่งเดินมาจากอีกฟากของโรงฝึก
เขายืดอกอย่างมั่นใจ เอามือไพล่หลัง ฝีเท้าก้าวช้า ๆ ราวกับกำลังดื่มด่ำกับเสียงเชียร์
เมื่อเดินมาถึงหน้าแถว เหลียงหมิงอวี่หยุดเดิน สายตาจ้องเขม็งไปทางว่านเค่อซาน
ตามหลักแล้ว ในเมื่อมีคนบรรลุขัดเกลากายขั้นหนึ่งคนแรก ครูไม่ควรจะเอ่ยปากชมสักหน่อยหรืออย่างน้อยก็ต้องวิจารณ์อะไรบ้างหรือเปล่า?
“รีบกลับเข้าแถว!”
ว่านเค่อซานขมวดคิ้วแล้วโบกมือ
“คนต่อไป หลิวจิ้งหย่า”
สีหน้าของเหลียงหมิงอวี่แข็งค้าง
ยังดีที่มีหลิวจิ้งหย่าที่เดินออกไปช่วยคลายความอึดอัดให้ ทั้งสองดูเหมือนจะรู้จักกัน
หลังจากพูดคุยกันไม่กี่คำ เหลียงหมิงอวี่ก็กลับเข้าแถว ส่วนหลิวจิ้งหย่าก็เดินไปที่กำแพงแสง
จ้าวหงโจวมองไปทางเหลียงหมิงอวี่ด้วยความตื่นเต้น
“พี่ซาน นี่เหลียงหมิงอวี่ถึงขั้นขัดเกลากายขั้นหนึ่งแล้วเหรอ? ฉันว่าฝีมือพี่ก็ไม่ด้อยกว่าเขาหรอก ต้องถึงขั้นขัดเกลากายขั้นหนึ่งเหมือนกันแน่”
เขาคลุกคลีกับลี่ชิงซานบ่อยครั้ง จึงค่อนข้างมั่นใจในฝีมือของอีกฝ่าย
“น่าจะ... ยังขาดอีกนิดหน่อยมั้ง?”
ลี่ชิงซานนวดขมับพลางตอบอย่างไม่แน่ใจนัก
ตอนที่ดูการทดสอบของเหลียงหมิงอวี่ เขาพิจารณาอย่างละเอียดแล้ว
จากการประเมินในใจ ฝีมือของเขาก็ไม่น่าจะแย่ไปกว่าเหลียงหมิงอวี่จริง ๆ
แต่ว่า...
ลี่ชิงซานกวาดสายตามองไปที่หน้าต่างระบบ
【ระดับ: ขัดเกลากาย 9/100】
การจะบรรลุขัดเกลากายขั้นหนึ่ง มันควรจะเป็น 10/100 ถึงจะถูกไม่ใช่หรือ
เขาเองก็เข้าใจมาตลอดว่าตัวเองเพียงแค่ใกล้จะถึงขัดเกลากายขั้นหนึ่งเท่านั้น
หาก 9/100 ก็ถือว่าถึงขัดเกลากายขั้นหนึ่งแล้ว เช่นนั้นขัดเกลากายขั้นสิบก็ไม่เป็นแค่ 90/100 หรอกหรือ?
แล้วหลอดความคืบหน้าที่เหลือจะทำยังไงต่อ?
เป็นไปได้ไหมว่ายังมีขั้นที่สิบเอ็ด? ขั้นสมบูรณ์พูนสุข?
ที่สำคัญกว่านั้น คือความเร็วและพลังหมัดที่เพิ่มขึ้นจากการขัดเกลากายนั้นไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบเส้นตรง!
ยิ่งเข้าสู่ช่วงหลัง อัตราการเพิ่มก็ยิ่งมากขึ้น!
ขัดเกลากายขั้นสิบ
ความเร็ว: 50 เมตร/วินาที
พลังหมัด: 10 ตัน
ความเร็วและพลังระดับนี้ ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ทั่วไปจะทำได้แล้ว
หากว่ายังมี “ขั้นที่สิบเอ็ด” อยู่จริง
ลี่ชิงซานไม่รู้เลย และไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการว่ามันจะน่าสะพรึงกลัวเพียงใด
“พี่ซาน ดูนั่น!”
เสียงของจ้าวหงโจวดึงสติลี่ชิงซานกลับมาสู่ความจริง เมื่อมองตามนิ้วชี้ไป เขาก็รู้สึกตื่นตัวทันที
“ไอ้น้อง มาถูกทางแล้ว!”
หลิวจิ้งหย่าทดสอบเสร็จและกำลังเดินกลับมา
เหงื่อที่ชุ่มโชกทำให้ชุดวิถียุทธ์แนบไปกับร่างกาย เผยให้เห็นสัดส่วนที่ชัดเจนยามที่เธอเคลื่อนไหว
“พี่ซาน หุ่นแบบนี้ไม่น่าจะเหมาะกับการฝึกวิถียุทธ์เลยนะ”
อืม?
ลี่ชิงซานหันไปมองอย่างฉงน
เห็นจ้าวหงโจวขมวดคิ้วพลางวิจารณ์ว่า
“ตอนทดสอบความเร็ว เกือบจะเสียหลักล้มด้วยซ้ำ แย่กว่าอวี๋เล่ยตั้งเยอะ”
หลังจากพูดจบ จ้าวหงโจวยังหันมามอง ราวกับรอฟังความคิดเห็นจากเขา
เมื่อเผชิญหน้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยสติปัญญาคู่นั้น
ลี่ชิงซานทำหน้าจริงจังแล้วพยักหน้าตอบอย่างมั่นใจ
“นายพูดถูก ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
การทดสอบยังคงดำเนินต่อไป นักเรียนผลัดกันเดินออกไปทดสอบและกลับเข้าแถว
ในจำนวนนั้น มีคนถึงระดับขัดเกลากายขั้นหนึ่งเพิ่มอีกคน
หงเชียน
ความเร็ว: 11.2 เมตร/วินาที
พลังหมัด: 255 กิโลกรัม
ด้วยความที่เห็นบทเรียนจากเหลียงหมิงอวี่ หงเชียนจึงทำตัวถ่อมตนกว่ามาก ไม่กล้าทำตัวเด่นเกินไป
จำนวนคนที่เหลือที่ยังไม่ได้ทดสอบเริ่มน้อยลงเรื่อย ๆ แต่ก็ยังไม่ถึงคิวของลี่ชิงซาน
“สงสัยจะเก็บผมไว้เป็นคนสุดท้ายสินะ”
ลี่ชิงซานเดาความนึกสนุกของว่านเค่อซานออก แต่เขาไม่ได้ใส่ใจแล้ว
สายตายังคงจับจ้องไปที่หน้าต่างระบบ ตรงแถบความคืบหน้าการขัดเกลากาย
ขัดเกลากายขั้นสิบเอ็ด มีอยู่จริงงั้นหรือ?
ในที่สุด
“คนต่อไป ลี่ชิงซาน”
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน