ตอนที่ 1
ลาออกแล้วโว้ย กลับบ้านเราดีกว่า
1,647 คำ~9 นาที
ลาออกแล้วโว้ย กลับบ้านเราดีกว่า
เจียงหนานโจวรู้สึกว่าช่วงนี้ชีวิตของเขาซวยสุดๆ
เขาเป็นพนักงานบริษัทธรรมดาคนหนึ่ง หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยก็เข้าทำงานในองค์กรใหญ่แห่งหนึ่งในมหานคร ด้วยความสามารถในการทำงานที่โดดเด่น ทำให้ตอนนี้เขาได้รับตำแหน่งเป็นพนักงานระดับจัดการ แต่ช่วงนี้สภาพแวดล้อมการทำงานของเขากลับเปลี่ยนไป
หัวหน้าสาว 'จอมมาร' ของเขา ซึ่งเป็นหญิงวัยกลางคนที่ผ่านการหย่าร้างมาแล้วสามครั้ง เกิดถูกใจเขาขึ้นมาเป็นพิเศษ
เจียงหนานโจวแม้จะเป็นคนใต้ แต่เขากลับมีรูปร่างหน้าตาเหมือนคนทางเหนือ ใบหน้าคมเข้ม ผิวสีน้ำนม สูงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร ตัดผมสั้นเกรียน แถมยังออกกำลังกายเป็นประจำ ถือเป็นประเภทที่แต่งตัวดูผอมแต่ถอดเสื้อมาเห็นกล้ามเนื้อชัดเจน ปกติเวลาไปทำงานเขาต้องสวมชุดสูท ซึ่งทำให้เขาดูมาดเข้มในชุดสูทไปโดยปริยาย สาวๆ ในบริษัทจึงให้ความสนใจเขาอยู่ไม่น้อย
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่หัวหน้าสาวจอมมารจะสนใจเขา ใครใช้ให้เขาหล่อล่ะ เฮ้อ ความหล่อก็เป็นภัยเหมือนกันนะ
หลังจากเจียงหนานโจวปฏิเสธหัวหน้าสาวไป เขาก็สงบสุขอยู่ได้ไม่กี่วัน แต่พักหลังมานี้เธอกลับหาเรื่องสารพัดมาเข้าใกล้เขา สร้างความลำบากใจให้เขาไม่หยุดหย่อน
เธอคอยพูดจาแทะโลมเขาในออฟฟิศ ยิ่งไปกว่านั้นบางครั้งยังถึงเนื้อถึงตัวจนรู้กันไปทั่วทั้งบริษัทว่าเขาถูกหัวหน้าสาวคนนี้หมายตาเอาไว้
นั่นทำให้เขารู้สึกอึดอัดและจนใจเหลือเกิน
เฮ้อ ถ้าเป็นแม่ม่ายสาวสวยเขาก็คงยอมตามน้ำไปแล้ว แต่นี่หัวหน้าสาวคนนั้นหน้าตาจัดว่าสอบตกสุดๆ หน้าบานเหมือนจานกระเบื้อง ตาตี่ แถมยังชอบทาปากแดงแจ๋และโบ๊ะหน้าขาววอก น่ากลัวชะมัด
เจียงหนานโจวเคยพยายามร้องเรียนไปยังผู้บริหารระดับสูงหลายครั้ง แต่เพราะภูมิหลังทางครอบครัวของหัวหน้าสาวคนนั้น คำร้องเรียนของเขาจึงถูกเมินและเรื่องก็เงียบหายไป
ในที่สุดวันนี้ หัวหน้าสาวจอมมารก็ยื่นกรงเล็บใส่เจียงหนานโจวอีกครั้ง เขาเหลืออดจนตัดสินใจยื่นใบลาออกทันทีเพื่อหนีจากสภาพแวดล้อมที่น่าอึดอัดนี้
หลังจากจัดการเรื่องลาออกเรียบร้อย เจียงหนานโจวรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
เหลือเวลาอีกเดือนกว่าก็จะถึงวันตรุษจีน เจียงหนานโจววางแผนไว้ว่าจะแอบซื้อตั๋วเครื่องบินกลับบ้านเกิดในวันพรุ่งนี้เพื่อทำเซอร์ไพรส์ครอบครัว
ตั้งแต่เรียนจบก็ยุ่งกับงานตลอด ปีหนึ่งได้กลับบ้านแค่อาทิตย์เดียว ครั้งนี้ถือโอกาสกลับไปใช้เวลากับครอบครัวนานๆ ก่อนจะค่อยกลับมาหางานใหม่หลังตรุษจีน
บ้านเกิดของเจียงหนานโจวเป็นเกาะเล็กๆ ที่ค่อนข้างยากจนอยู่ริมทะเลทางใต้ การเดินทางกลับค่อนข้างลำบาก ต้องนั่งเครื่องบินไปลงเมืองข้างเคียง ต่อรถไฟความเร็วสูงเข้าตัวเมือง แล้วค่อยต่อเรือไปยังท่าเรือของตำบล บ้านของเขาแม้จะมีท่าเรือเล็กๆ อยู่บ้าง แต่ก็มีไว้สำหรับเรือประมงของชาวบ้าน เรือโดยสารไม่เข้าจอดเทียบท่า ดังนั้นเขาจึงต้องนั่งรถสามล้อไฟฟ้าจากตำบลกลับถึงบ้าน
หลังจากจองตั๋วเสร็จ เจียงหนานโจวก็เริ่มเก็บสัมภาระ อันที่จริงข้าวของของเขาไม่ได้มีเยอะแยะอะไร ในห้องเช่ามีเพียงราวแขวนผ้าแบบง่ายๆ ที่เขาซื้อเอง นอกนั้นเป็นของที่มีมากับห้องเช่า เสื้อผ้าเขาก็มีไม่กี่ชุด ชุดสูทสำหรับทำงานมีสองชุด เสื้อผ้าลำลองก็มีไม่มาก ของมีค่าชิ้นเดียวคือโน้ตบุ๊กเครื่องเก่าที่ใช้มาห้าหกปีแล้ว
ช่วงบ่ายเขาออกไปซื้อของฝากและเสื้อผ้ากางเกงรองเท้าให้ครอบครัว จนกระเป๋าเดินทางใส่ไม่พอ เขาจึงตัดสินใจสะพายเป้ใบหนึ่งใส่ชุดเปลี่ยนและโน้ตบุ๊ก ส่วนของที่เหลือให้ส่งพัสดุตามไป
เช้าวันรุ่งขึ้นก่อนฟ้าสาง เสียงโทรศัพท์ของเจียงหนานโจวก็ดังขึ้น เพลง 'ทุ่งหญ้ากว้างไกลคือความรักของฉัน...' ดังลั่น
กว่าจะถึงรอบที่สาม เจียงหนานโจวก็ตื่นเต็มตา
ล้างหน้าแปรงฟันกินขนมปังรองท้องนิดหน่อยเขาก็สะพายเป้ออกเดินทางไปสนามบิน
ตอนที่ถึงท่าเรือหนานหวานก็ทุ่มกว่าแล้ว รถสามล้อไฟฟ้าที่รับจ้างก็มีเหลืออยู่ไม่กี่คัน
ชีวิตในชนบทไม่มีอะไรมาก ยามค่ำคืนมีเพียงไฟจากร้านอาหารและซุปเปอร์มาร์เก็ตไม่กี่แห่งเท่านั้น
ทันใดนั้น มีรถสามล้อไฟฟ้าคันหนึ่งมาจอดข้างๆ เจียงหนานโจวพร้อมกดแตรสองครั้ง
เจียงหนานโจวมองดูก็พบว่าเป็น 'เจียงเทียนฝู' คนในหมู่บ้านที่อยู่หลังบ้านเขา สมัยเด็กๆ ตอนไปโรงเรียนเขามักจะเดินตามหลังพี่เทียนฝูไปเสมอ
"พี่เทียนฝู บังเอิญจังเลยครับ"
"เจ้าหนู นี่พี่แทบจำไม่ได้เลยนะเนี่ย หล่อขึ้นกว่าเดิมอีก เพิ่งกลับมาเหรอ มาๆ ขึ้นรถ เดี๋ยวพี่ไปส่ง"
รถสามล้อไฟฟ้าของเจียงเทียนฝูไม่ใช่รถรับจ้างทั่วไป แต่เป็นรถที่มีกระบะท้ายเอาไว้ขนของ
เจียงหนานโจวก็ไม่ได้เกรงใจ กระโดดขึ้นรถทันที
"หนานโจว จับดีๆ นะ ทางมันไม่ค่อยดี พี่จะขับช้าๆ"
ตลอดทางทั้งสองคุยกันท่ามกลางลมหนาว เจียงเทียนฝูตอนนี้ออกเรือไปหาปลา ได้เงินเดือนละไม่กี่พันหยวนพอจุนเจือครอบครัว เมื่อรู้ว่าเจียงหนานโจวจะอยู่บ้านจนถึงหลังตรุษจีนก็ชวนกันไว้ว่าอีกสองวันจะไปตกปลาทะเลด้วยกัน
ตอนถึงหน้าบ้าน หน้าของเจียงหนานโจวชาไปหมดเพราะลมหนาว โชคดีที่เขาใส่เสื้อผ้ามาหนา
หลังจากขอบคุณเจียงเทียนฝูแล้ว เขาก็เดินเข้าลานบ้านไป
"พ่อครับ แม่ครับ ผมกลับมาแล้ว!"
คนทั้งสองที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ในบ้าน พอได้ยินเสียงลูกชายก็วางตะเกียบแล้วรีบออกมาหน้าบ้าน
"เจ้าลูกคนนี้ กลับมาทำไมไม่บอกล่วงหน้าห๊ะ" แม่ของเจียงหนานโจวรีบกอดลูกชายพร้อมกับทุบเบาๆ สองที
พ่อเจียงแม้จะไม่พูดอะไรแต่บนใบหน้าก็เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม พลางรับเป้จากมือลูกชาย
"ผมก็อยากเซอร์ไพรส์ไงครับ กินข้าวกันหรือยัง ผมนั่งรถมาทั้งวัน หิวจะแย่อยู่แล้ว"
แม่เจียงได้ยินลูกชายพูดก็รีบสั่งให้พ่อเจียงไปหยิบชามตะเกียบมาให้
"นี่หยุดงานมาเหรอ อยู่ได้กี่วัน เดี๋ยวแม่ไปจัดห้องให้"
"ผมลาออกจากงานที่นั่นแล้วครับ ตั้งใจว่าจะพักผ่อนสักระยะ หลังตรุษจีนค่อยกลับไปหางานใหม่"
พ่อเจียงได้ยินว่าลูกชายลาออก จริงๆ แล้วเขากลับรู้สึกดีใจเสียอีก หางานทำในเมืองแถวนี้ยังจะดีกว่า ใกล้บ้านด้วย แต่เขาก็เคารพการตัดสินใจของลูกชาย เพราะเขาเป็นพ่อที่ค่อนข้างเปิดกว้าง
แต่แม่เจียงได้ยินดังนั้นกลับร้อนรนรีบถามขึ้น
"ทำไมถึงลาออกล่ะ ก่อนหน้านี้ไม่เห็นลูกบอกว่างานดีหรอกเหรอ หรือว่าโดนใครรังแก"
เจียงหนานโจวโตป่านนี้แล้ว ไม่อยากให้พ่อแม่ต้องมาเป็นห่วง เขาคิดในใจว่าเรื่องโดนหัวหน้าสาวแทะโลมนั้นต่อให้ตายก็พูดไม่ได้ จึงต้องโกหกออกไป
"ไม่มีใครรังแกผมหรอกครับ พอดีบริษัทที่ทำอยู่มันล้มละลาย เจ๊งไปเรียบร้อยแล้ว ผมเลยคิดว่าไหนๆ ก็ใกล้จะตรุษจีนแล้ว เลยถือโอกาสพักผ่อนสักพัก กลับมาอยู่เป็นเพื่อนพ่อกับแม่ที่บ้านดีกว่า"
พอได้ยินแบบนั้นแม่เจียงก็โล่งใจ ตราบใดที่ลูกชายไม่ได้ถูกรังแกก็พอแล้ว
เจียงหนานโจวเดิมทีตั้งใจจะไปหาปู่กับย่าหลังกินข้าวเสร็จ แต่ก็ถูกแม่ห้ามเอาไว้ "นี่จะสามทุ่มแล้ว ปู่ย่าเข้านอนกันหมดแล้ว พรุ่งนี้ค่อยไปหาตอนตื่นแล้วกัน"
"งั้นก็ได้ครับ ผมไปนอนก่อนนะ พ่อกับแม่ก็รีบนอนนะครับ"
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเหนื่อยล้าจากการเดินทางตลอดทั้งวัน หรือเพราะได้กลับมาอยู่บ้านที่ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย คืนนี้เป็นคืนที่เขานอนหลับสบายที่สุดในรอบช่วงที่ผ่านมา หลับสนิทไม่ฝันจนถึงเช้า
ตื่นเช้ามาเจียงหนานโจวก็พบว่าแม่เตรียมอาหารเช้าไว้รอเขาแล้ว
มื้อเช้าจัดเต็มเป็นพิเศษ เช้าขนาดนี้แม่ยังทำกับข้าวตั้งสี่อย่าง เจียงหนานโจวคิดในใจว่า เฮ้อ ความรักแบบแม่ลูกแบบนี้คงอยู่ได้แค่ไม่กี่วันเท่านั้นแหละ ก็แหม ลูกชายสุดที่รักเพิ่งกลับมานี่นา อีกไม่กี่วันก็คงเป็นแค่ข้าวต้มกับผักดอง จะกินก็กิน ไม่กินก็เรื่องของลูก แถมคงไม่มานั่งรอหรอก ตื่นสายหน่อยก็ถือว่าโชคดีแล้วที่มีอะไรตกถึงท้อง
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน