ตอนที่ 3
จดหมายสารภาพรักของเพื่อนร่วมชั้นสาว?
1,633 คำ~9 นาที
พิธีตื่นรู้จบลงอย่างรวดเร็ว
ผลงานของโรงเรียนมัธยมหางโจวที่ 3 ในปีนี้ถือว่ายอดเยี่ยมมาก มีผู้ปลุกพลังระดับ S หนึ่งคน ระดับ A สองคน และระดับ B อีกสิบคน ส่วนระดับ C นั้นมีมากถึงสามร้อยกว่าคน
โดยปกติแล้ว ตราบใดที่พรสวรรค์อยู่ในระดับ C ก็มีโอกาสที่จะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยวิถีวรยุทธ์หลักได้ ส่วนใครที่ถึงระดับ B ขึ้นไป ก็สามารถพุ่งเป้าไปที่มหาวิทยาลัยชื่อดังได้เลย หากวัดจากตัวเลขแล้ว โรงเรียนมัธยมหางโจวที่ 3 สามารถตบพวกโรงเรียนอื่นทั่วทั้งเมืองหางโจวได้สบายๆ
“ขอให้เหล่านักเรียนทุกคนคอยติดตามประกาศรับสมัครจากมหาวิทยาลัยวิถีวรยุทธ์ต่างๆ อย่าให้พลาดช่วงเวลาสำคัญไปนะครับ”
“สุดท้ายนี้ ขออวยพรให้นักเรียนโรงเรียนมัธยมหางโจวที่ 3 ทุกคน มีอนาคตที่สดใส!”
“...”
หลังจากผู้นำโรงเรียนกล่าวจบ พิธีตื่นรู้ก็ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ เนื่องจากไม่มีตารางเรียนต่อแล้ว ทันทีที่เลิกแถว ทุกคนต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมัน
ลี่ฟานก็เช่นกัน ตอนนี้อารมณ์ของเขาดีมาก เขารู้สึกกระหายที่จะกลับบ้านไปหาของอร่อยกิน แล้วถือโอกาสทดสอบประสิทธิภาพการฝึกฝนจากพรสวรรค์ของเขาดูสักหน่อย
“พี่ลี่ฟาน!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น ลี่ฟานหันไปมอง เห็นเป็นเด็กสาวคนหนึ่งที่มีหน้าตาไม่ด้อยไปกว่าหลินโย่วเวยเลย แต่หากเทียบกับความมั่นใจของหลินโย่วเวยแล้ว คนคนนี้ดูมีความสงบเสงี่ยมและขี้อายกว่ามาก แค่เอ่ยปากทักทาย ใบหน้าก็แดงก่ำไปหมดแล้ว
“กู่หลิง? มีอะไรหรือเปล่า?” ลี่ฟานจำเธอได้แน่นอน เธอคือเพื่อนร่วมชั้นตอนที่ลี่ฟานเพิ่งเข้ามัธยมใหม่ๆ และเคยเป็นคนนั่งข้างๆ เขาด้วย กู่หลิงเป็นเด็กสาวประเภทที่ขี้อายและอ่อนหวาน ช่วงแรกๆ ลี่ฟานยังเคยแกล้งทำเป็นหงุดหงิดเพื่อหยอกล้อเธออยู่เลย แต่พอสนิทกัน ทั้งสองก็กลายเป็นเพื่อนกัน แต่ก็น่าเสียดายที่ภายหลังมีการแยกห้องเรียน ความสัมพันธ์เลยค่อยๆ ห่างเหินไปไม่สนิทสนมเหมือนก่อน
กู่หลิงมองรอยยิ้มที่สดใสเหมือนสายลมฤดูใบไม้ผลิของลี่ฟานแล้วก็อดไม่ได้ที่จะใจเต้นรัว
“พี...พี่ลี่ฟาน รับนี่ไว้หน่อยค่ะ!” กู่หลิงก้มหัวให้เก้าสิบองศาพร้อมกับยื่นซองจดหมายสีชมพูให้ลี่ฟาน
“นี่คือ?” ลี่ฟานรับซองจดหมายมาด้วยความมึนงง แต่ก่อนที่เขาจะได้ถามอะไร กู่หลิงก็หน้าแดงวิ่งหนีไปเสียแล้ว
เหตุการณ์นี้ตกอยู่ในสายตาของนักเรียนหลายคนที่เดินผ่านไปมา
“เหอะๆ ยังมีคนไปสารภาพรักกับไอ้ขยะนั่นอีกเหรอ!”
“ช่วยไม่ได้นี่ ใครใช้ให้มันหน้าตาดีล่ะ?”
“ชิ หล่อแล้วกินได้ไหมเนี่ย เสียดายสาวสวยขนาดนั้นจริงๆ!”
...
ลี่ฟานไม่ได้ใส่ใจคำพูดเหล่านั้นเลย เขาหันมาสนใจจดหมายในมือแทน เมื่อเปิดซองดู มันก็คือจดหมายสารภาพรักจริงๆ ในเนื้อความยังมีการวาดรูปอีโมจิน่ารักๆ ด้วยลายมือตัวเอง ดูมีความเป็นเด็กสาวสุดๆ ลี่ฟานเกาหัวด้วยความทำตัวไม่ถูก ไม่คิดเลยว่าแม่สาวน้อยคนนี้จะแอบชอบเขามาตั้งสามปีแล้ว
กู่หลิงเป็นคนดี เขาก็เอ็นดูเธออยู่ไม่น้อย แต่ยังไม่ถึงขั้นมีความรู้สึกแบบชายหญิง ดังนั้นเขาเลยไม่รู้ว่าจะตอบกลับอย่างไรดี แต่เมื่อคิดว่ากู่หลิงยังกล้าเข้ามาสารภาพรักกับเขาแม้จะรู้ว่าเขามีพรสวรรค์ระดับ D เขาก็อดรู้สึกประทับใจไม่ได้ เพราะในยุคที่ตัดสินกันด้วยพรสวรรค์แบบนี้ เขาแทบไม่ต่างอะไรกับคนไร้ค่า สาวๆ หลายคนที่เคยวิ่งตามเขาต้อยๆ ก็หายหัวไปหมดแล้ว บางคนยังเอาเขาไปพูดลับหลังเสียๆ หายๆ อีก
ในขณะที่ลี่ฟานกำลังครุ่นคิดว่าจะตอบกลับอย่างไรดี ข้อความในมือถือก็เด้งขึ้นมา เป็นข้อความจากกู่หลิง
“พี่ลี่ฟาน สู้ๆ นะคะ! อย่าไปสนใจคำพูดของพวกนั้นเลย ในสายตาฉัน พี่น่ะสุดยอดที่สุดแล้ว!! อ้อ จริงสิ ฉันปลุกพลังพรสวรรค์สายรักษา ระดับ B ถ้าพี่จะไปเก็บเวลในดินแดนลับ เราไปจอยกันได้นะ”
เมื่อได้อ่านข้อความนี้ ลี่ฟานก็ยิ่งปฏิเสธไม่ลง แม่สาวน้อยคนนี้ดีกับเขาจริงๆ นอกจากจะให้กำลังใจแล้วยังชวนเข้าปาร์ตี้อีก กู่หลิงมีพรสวรรค์สายรักษาระดับ B ซึ่งเป็นที่ต้องการตัวมาก ใครๆ ก็อยากดึงเข้าทีม แต่นี่เธอกลับเสนอตัวอยากมาเข้าทีมกับเขาทีมีพรสวรรค์ระดับ D
“ขอบคุณนะ เรื่องเข้าทีมเอาไว้ก่อนดีกว่า ช่วงนี้พี่อาจจะยุ่งๆ หน่อย แล้วก็เรื่องเป็นแฟนกัน เอาไว้ขึ้นมหาวิทยาลัยค่อยว่ากันอีกทีนะ” ลี่ฟานลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับไป
เขามีสกิลโกงและพรสวรรค์กายาที่แข็งแกร่งเกินเบอร์ไปแล้ว การไปเก็บเวลในดินแดนลับคงเป็นเรื่องที่เขาไม่ทำบ่อยแน่ เพราะความคุ้มค่ามันต่ำเกินไป ส่วนเรื่องมหาวิทยาลัย สำหรับเขาแล้วมันไม่ได้สำคัญอะไร จะเรียนหรือไม่เรียนก็อยู่ที่ว่าเขาอยากไปหรือเปล่า แต่กู่หลิงไม่เหมือนกัน พรสวรรค์ของเธอนั้นดีมาก ช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาทองในการพัฒนาตัวเอง การได้เข้ามหาวิทยาลัยดีๆ สำคัญต่อเธอมาก ถ้ามัวแต่เสียเวลาเรื่องความรักแล้วพลาดโอกาสไปคงไม่คุ้มแน่
หน้าจออีกฝั่งหนึ่ง เมื่อกู่หลิงได้เห็นข้อความที่ลี่ฟานส่งมา เธอก็กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ แม้จะยังไม่ตกลงเรื่องเข้าทีม แต่ลี่ฟานก็ไม่ได้ปฏิเสธการสารภาพรัก นั่นก็เท่ากับว่าถ้าขึ้นมหาวิทยาลัยเมื่อไหร่ ลี่ฟานก็จะยอมคบกับเธอแน่นอน!
รักหวานแหวว กำลังจะมาถึงแล้ว กู่หลิงเอ๊ย!
...
“ได้เวลากลับแล้ว”
ลี่ฟานเหลือบดูเวลาแล้วรีบวิ่งกลับบ้าน โดยปกติแล้วเขาจะนั่งรถไฟใต้ดินกลับ แต่ตอนนี้มีพรสวรรค์กายาแล้ว เขาเลยเลือกที่จะวิ่งกลับแทน เพื่อเป็นการวอร์มอัพสำหรับการฝึกฝนที่จะถึงนี้ โรงเรียนอยู่ห่างจากบ้านแค่ 5 กิโลเมตร หลังจากที่ร่างกายได้รับการเสริมความแข็งแกร่ง ลี่ฟานก็วิ่งฉิวไม่นานก็มาถึงหน้าโครงการหมู่บ้าน
“หิวชะมัด!”
ลี่ฟานลูบท้องที่ร้องประท้วงตลอดทาง การวิ่งแค่นี้เขาเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นนิดหน่อยแล้ว แต่สิ่งที่เด่นชัดกว่าคือความหิว ซึ่งก็เข้าใจได้ เพราะร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้น ย่อมต้องใช้พลังงานมากขึ้น หิวเร็วก็เป็นเรื่องปกติ แต่ไม่มีปัญหา ใกล้ถึงบ้านแล้ว
“กลับมาแล้วครับ!”
ลี่ฟานผลักประตูเข้าไป ในห้องนั่งเล่น พ่อของเขาลี่ต้ากั๋ว กำลังคาบยี่หร่าเล่นเกมคอมพิวเตอร์อย่างเมามัน ดูท่าจะกำลังดุเดือดเลยทีเดียว ส่วนแม่หวงหลาน สวมหูฟังหูกระต่ายสีชมพู นั่งอยู่ข้างๆ คอยช่วยซัพพอร์ตให้
“ฮีลดิ! ฮีลให้หน่อย!”
“ฮีลให้แล้วไง! นายก็บุกเข้าไปสิโว้ย! เอ้า นายเล่นเป็นไหมเนี่ย ถ้าไม่ไหวก็ถอยไป ฉันเล่นตัวทำดาเมจเอง!”
“พูดงี้หมายความว่าไง? ดูถูกยอดฝีมืออย่างฉันงั้นเหรอ?”
“...”
ดูท่าสถานการณ์จะแย่ลง หน้าจอขึ้นเป็นสีเทาไปแล้ว แม่หวงหลานทนไม่ไหว หยิบยี่หร่าจากปากลี่ต้ากั๋วมาสูบเองสองทีแล้วลุกขึ้นอย่างหัวเสีย
“อ้าว ลูกรัก กลับมาตอนไหนเนี่ย?” หวงหลานหันมาเห็นลี่ฟานเพิ่งสังเกตเห็น
ลี่ฟานยิ้ม “เพิ่งถึงครับแม่ แม่ครับ เมื่อไหร่จะทำข้าวกินเนี่ย ผมหิวแล้ว”
“วันนี้ไม่ทำแล้วล่ะ ลูกอยากกินอะไรก็บอกมา เดี๋ยวแม่สั่งเดลิเวอรี่ให้!”
“เอ่อ... แม่ครับ ผมอยากกินเนื้อ”
“จัดไป!”
...
อย่างที่เห็น พ่อแม่ของลี่ฟานนั้นค่อนข้างติสต์ ไม่เหมือนพ่อแม่ทั่วไปเท่าไหร่ แต่ลี่ฟานชินกับเรื่องนี้มานานแล้ว ทั้งสองคนรักอิสระและรักกันมาก ถึงจะมีลูกแล้วก็ยังทำตามใจตัวเอง ใช้ชีวิตที่ต้องการกันอย่างมีความสุข บ่อยครั้งที่ลี่ฟานอยู่กับพวกเขาก็รู้สึกเหมือนอยู่กับเพื่อน สบายใจสุดๆ
ในระหว่างที่แม่หวงหลานกำลังสั่งอาหาร ลี่ต้ากั๋วก็ถือตารางอะไรบางอย่างเดินเข้ามา แล้วคว้าไหล่ลี่ฟานไว้
“เสี่ยวฟาน พ่อกับแม่กะว่าพรุ่งนี้จะออกไปเที่ยวทริปที่สามของปีนี้ นี่คือแผนการเดินทางของพวกเรานะ”
“เพราะต้องไปหลายที่ เลยอาจจะนานหน่อยกว่าจะกลับ พ่อโอนเงินค่ากินอยู่เข้าบัตรให้ลูกแล้วนะ”
“ช่วงที่ไม่อยู่บ้าน ดูแลตัวเองดีๆ เลิกไปเดินเตร็ดเตร่ในดินแดนลับได้แล้ว มีปัญหาอะไรก็โทรมา”
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน