ตอนที่ 3
เชี่ยเอ๊ย! นี่มันคนเหล็กชัดๆ!!!
1,839 คำ~10 นาที
สำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุขและปลอดภัยในต้าเซี่ยอย่างคุณพ่อ ย่อมไม่มีทางจินตนาการออกเลยว่าจางเหยียนกำลังยืนอยู่กลางสมรภูมิรบจริงๆ
แม้จางเหยียนจะอยากบอกความจริงเรื่องที่ขึ้นเครื่องบินผิดลำจนหลุดมาอยู่ในสนามรบใจจะขาด แต่เขาก็พูดไม่ออก เพราะกลัวว่าพ่อจะเป็นห่วงจนสติแตก
“พ่อครับ แค่นี้ก่อนนะ ฝั่งตรงข้ามบุกมาแล้ว”
“โอเค ลูกรัก สู้ๆ นะ อย่าให้เสียชื่อคนต้าเซี่ยล่ะ ซัดมันให้หมอบไปเลย!”
หลังจากวางสาย จางเหยียนรีบมองหาเดตทรีท่ามกลางซากปรักหักพัง ก่อนจะพบว่าอีกฝ่ายกำลังขดตัวสั่นอยู่มุมกำแพงพร้อมกับสวดภาวนา
“ตำแหน่งเราหลุดแล้ว ต้องย้ายที่ตามผมมา!”
ไม่รอให้เดตทรีได้ทันตั้งสติ จางเหยียนรีบเก็บรวบรวมเสบียงและยุทโธปกรณ์ที่จำเป็น แล้วลากตัวเดตทรีวิ่งออกไปทันที
พวกเขาปะทะกับศัตรูมาตลอดทางจนกระทั่งหนีมากบดานอยู่ในป่าละเมาะแห่งหนึ่ง
“จบสิ้นแล้ว เราตายแน่ๆ จบเห่แล้ว!!!” เดตทรีกุมขมับสติหลุดไปเรียบร้อยแล้ว
จางเหยียนเริ่มทนดูไม่ได้ จึงฟาดฝ่ามือใส่หน้าอีกฝ่ายฉาดใหญ่ “เป็นบ้าอะไรเนี่ย? นายเป็นทหารหรือฉันเป็นทหารกันแน่วะ? ขวัญอ่อนแค่นี้ยังกล้ามาสนามรบอีกเหรอ? ขนาดฉันที่เป็นแค่นักท่องเที่ยวขึ้นเครื่องผิดลำมายังนิ่งกว่านายเลย!”
เดตทรีถึงกับอึ้ง “ขึ้นเครื่องผิดลำ? นายเป็นแค่นักท่องเที่ยวเหรอ?”
มาถึงขั้นนี้แล้ว จางเหยียนเลยจำต้องเล่าความจริงออกมาทั้งหมด พอฟังจบ เดตทรีก็ได้แต่รู้สึกว่ามันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว “ที่เขาพูดกันท่าจะจริง พวกคนจากต้าเซี่ยต้องมีคัมภีร์ลับบำเพ็ญเซียนแน่ๆ ขนาดแค่นักท่องเที่ยวยังฆ่าล้างสนามรบได้ขนาดนี้”
จางเหยียนไม่ได้ตอบโต้ แต่ยัดปืนไรเฟิลอัตโนมัติใส่มือเดตทรี “ช่วยดูต้นทางให้หน่อย ผมจะใช้โดรนสอดแนมดูสถานการณ์ศัตรู”
โดรนพวกนี้ จางเหยียนเก็บมาได้หลายตัวตอนค้นหาเสบียงก่อนหน้านี้ มันเป็นโดรนขนาดเล็กแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ออกแบบมาเพื่อสอดแนมและทำลายล้างโดยเฉพาะ
เดตทรียิ่งตกตะลึงเข้าไปใหญ่ “นายใช้โดรนเป็นด้วยเหรอ???”
จางเหยียนพยักหน้า ความจริงก่อนหน้านี้เขาทำไม่เป็นเลยสักนิด แต่ทันทีที่มือสัมผัสโดรน วิธีการใช้งานต่างๆ ก็หลั่งไหลเข้ามาในสมองของเขาอย่างน่าประหลาด
เขาเชื่อมต่อเข้ากับโทรศัพท์มือถือ แล้วค่อยๆ โผล่หัวออกไปวางโดรนลงบนพื้นก่อนจะบังคับให้มันทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างช้าๆ
หึ่ง—
โดรนบินวนและพุ่งผ่านขึ้นไปเหนือน่านฟ้าของบริเวณนั้น
“มีคนล้อมอยู่ทุกทิศทางเลย ส่วนใหญ่มาเป็นทีมสามคน ตำแหน่งอยู่ใกล้กันมาก จัดการยากหน่อยแฮะ”
จังหวะนั้น ทหารศัตรูบางส่วนสังเกตเห็นโดรนจึงสาดกระสุนเข้าใส่ แต่จางเหยียนกลับไม่มีอาการลนลานแม้แต่น้อย เขาสะบัดนิ้วบังคับโดรนหลบห่ากระสุนได้อย่างพลิ้วไหว
ทักษะระดับนี้ทำเอาเดตทรีที่อยู่ข้างๆ ถึงกับตาค้าง “วิชาเซียนของต้าเซี่ยถึงขั้นบังคับโดรนได้เทพขนาดนี้เลยเรอะ!!!”
จางเหยียนไม่สนใจเสียงนกเสียงกา เขาพยายามวิเคราะห์สถานการณ์ภาพรวมอย่างละเอียด
“ทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีรถหุ้มเกราะของศัตรูจอดอยู่ ถ้าเรายึดมันได้ เราก็มีโอกาสรอด”
“แต่ตรงนั้นทหารเยอะเกินไป ต้องหาวิธีล่อพวกเขาออกไปก่อน”
เมื่อสอดแนมเสร็จ จางเหยียนก็บังคับโดรนพุ่งเข้าหาทหารศัตรูกลุ่มที่ใกล้ที่สุด แม้พวกมันจะพยายามยิงสกัดแต่ก็ไม่สามารถหยุดโดรนได้
ตูม!
สิ้นเสียงระเบิด ทหารศัตรูสามนายในจุดนั้นก็สิ้นชื่อจากการโจมตีแบบพลีชีพของโดรนทันที
จากนั้น จางเหยียนก็หยิบแล็ปท็อปออกมาจากกระเป๋าแล้วต่อสายดาต้าเข้ากับโดรนตัวที่เหลือ
เดตทรีถามอย่างไม่เข้าใจ “นายกำลังทำอะไรน่ะ???”
จางเหยียนตอบเรียบๆ “ฝั่งนั้นคนเยอะ ถ้าจะล่อออกไปต้องใช้โดรนพวกนี้ ผมจะเขียนโค้ดใส่ลงไปให้พวกมันทำงานโดยอัตโนมัติ”
เดตทรีตกใจจนไม่รู้จะตกใจยังไงแล้ว “พวก... นายมันอัจฉริยะชัดๆ!!!”
บางทีอาจเป็นเพราะจางเหยียนทำให้เขารู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก ความคิดที่จะฆ่าตัวตายของเดตทรีจึงมลายหายไปสิ้น กลับกลายเป็นความรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาแทน
เมื่อเขียนโปรแกรมเสร็จ โโดรนหลายตัวก็ค่อยๆ บินขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่กำหนดไว้ จางเหยียนจึงรีบพาเดตทรีถอยออกจากจุดนั้นทันที
“โดรนจะช่วยเราโจมตีศัตรูทางฝั่งตะวันตกของหมู่บ้าน ส่วนเราจะไปตีหลอกทางทิศตะวันออกก่อน แล้วค่อยตลบหลังพวกมัน”
“รับทราบครับท่าน!” เดตทรีตะเบ๊ะทำความเคารพแบบทหาร เขานับถือจางเหยียนจากก้นบึ้งของหัวใจไปแล้ว
ทั้งคู่ลอบเร้นมาจนถึงมุมทิศตะวันออกเฉียงใต้ของหมู่บ้าน
“ข้างหน้ามีสามคน ฉันจัดการสอง นายจัดการหนึ่ง มีปัญหาไหม?”
เดตทรีกระชับปืนแนบกำแพง พลางตอบด้วยเสียงสั่นเครือ “ไม่มีปัญหาครับท่าน! แต่ฝีมือยิงปืนของผม... มันไม่ค่อยแม่นเท่าไหร่นะ”
“ไม่เป็นไร ค่อยๆ ยิงไป” สิ้นคำ จางเหยียนก็พุ่งตัวออกไปก่อน เขาโถมตัวออกด้านข้างพร้อมกับเหนี่ยวไกปืนอย่างรวดเร็ว
ปัง ปัง ปัง—
กระสุนสามนัดพุ่งออกไป สองนัดแรกเจาะเข้าจุดตายของศัตรูสองคนทันที ส่วนนัดสุดท้ายระเบิดนิ้วของศัตรูอีกคนจนมันไม่สามารถถือปืนได้อีก
นี่คือโอกาสของเดตทรี แม้เขาจะประหม่าจนเกือบจะฉี่ราดและมือไม้สั่นไปหมด
แต่พอกดหมดแม็ก ในที่สุดเขาก็สามารถสังหารศัตรูคนนั้นได้สำเร็จ
เดตทรีทั้งตกใจและหวาดกลัว “ผม... ทำได้จริงๆ เหรอเนี่ย???”
“มาสนามรบแล้วตื่นเต้นมันก็เรื่องธรรมดา แต่เพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ นายต้องปรับตัวให้ได้” จางเหยียนพูดพลางยิ้ม แต่ในใจเขากลับรู้สึกฉงน เพราะนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาลงสนามรบเหมือนกัน แถมเขาก็ไม่ใช่ทหาร ทำไมเขาถึงไม่ตื่นเต้นเหมือนเดตทรีเลยนะ?
ทำไม... เขารู้สึกนิ่งสงบอย่างกับพวกเก๋าเกมยังไงยังงั้น หรือจะเป็นเพราะไอ้การ์ดทดลองของระบบนั่นกันแน่???
อย่างไรก็ตาม เขารู้ดีว่าการ์ดทดลองใบนั้นมีเวลาจำกัด มันจะหมดอายุในอีกไม่เกินสองชั่วโมง นั่นหมายความว่าภายในสองชั่วโมงนี้ เขาต้องหนีออกไปจากที่นี่ให้ได้
เสียงปืนเมื่อครู่ดึงดูดศัตรูโดยรอบให้แห่กันเข้ามาจนแทบจะปิดล้อมพวกเขาไว้หมด
ท่ามกลางห่ากระสุน จางเหยียนลากเดตทรีวิ่งสู้ฟัดไปตลอดทาง จงใจล่อให้พวกมันตามมาติดๆ
ระหว่างการต่อสู้ จางเหยียนเหลือบไปเห็นป้อมปืนกลหนักจุดหนึ่ง ดวงตาเขาก็พลันลุกวาว
“นายคอยระวังหลังไว้ ยิ่งฆ่าได้มากเท่าไหร่ โอกาสรอดเราก็ยิ่งสูง!”
พูดจบ จางเหยียนก็พุ่งตรงไปยังป้อมปืนกลหนัก ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเดตทรี เขาแบกปืนกลหนักขึ้นมาด้วยกำลังมหาศาลแล้วเริ่มกระหน่ำยิงอย่างบ้าคลั่ง
ถ้าเป็นยามปกติ จางเหยียนไม่มีทางยกปืนหนักขนาดนี้ไหวแน่ๆ แต่ตอนนี้ด้วยพลังจากการ์ดทดลอง ร่างกายของเขาจึงแข็งแกร่งเกินมนุษย์มนา การยกปืนกลหนักจึงง่ายเหมือนยกถังน้ำสักถัง
บวกกับความแม่นยำระดับเทพ กระสุนที่สาดออกไปจากปืนกลแทบจะพุ่งเข้าเจาะกะโหลกศัตรูทุกนัด
ในขณะที่กระสุนของศัตรูแทบจะไม่สะกิดผิวจางเหยียนเลย ที่ประหลาดที่สุดคือพอกระสุนพุ่งมาถึงระยะเมตรสองเมตรเขาก็หลบได้ราวกับเห็นภาพล่วงหน้ายังกับผีหลอก
“เชี่ยเอ๊ย! คนเหล็ก... เขาคือคนเหล็กชัดๆ!!!”
ทหารศัตรูคนหนึ่งแผดเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว แต่ในวินาทีถัดมา หัวของมันก็ระเบิดออกราวกับดอกไม้ที่บานสะพรั่ง
ไม่นานนัก ทหารศัตรูที่เหลือก็ถูกความโหดเหี้ยมของจางเหยียนข่มขวัญจนกระเจิง ได้แต่หลบมุมไม่กล้ายิงสวนกลับมาอีก
ตูม! เสียงระเบิดพลีชีพของโดรนดังแว่วมาจากที่ไกลๆ จางเหยียนรู้ทันทีว่าได้เวลาแล้ว
“ถอย!!!”
ทางด้านเดตทรีที่ทรุดตัวลงกับพื้นด้วยใบหน้าซีดเผือด “จบสิ้นแล้ว... ผมโดนยิง... ผมกำลังจะตาย...”
จางเหยียนเดินเข้าไปตบหน้าเรียกสติอีกรอบ “แค่แผลถลอกโว้ย ไม่ถึงตายหรอก รีบไป!”
เขาลากเดตทรีย้อนกลับไปทางเดิม ทหารที่นี่ส่วนใหญ่บาดเจ็บสาหัสจากแรงระเบิดของโดรน ที่เหลืออยู่ก็แค่พวกปลากะตักไม่มีน้ำยา ทางข้างหน้าจึงเปิดโล่ง
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงมุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีรถหุ้มเกราะจอดอยู่หลายคัน เนื่องจากเพิ่งผ่านการสู้รบมาจึงไม่มีคนเฝ้า
จางเหยียนสุ่มเปิดประตูรถคันหนึ่งแล้วกระโดดขึ้นไปนั่ง พอเห็นว่าไม่มีกุญแจ เขาก็จัดการต่อสายตรงแบบเซียนเครื่องกลจนรถสตาร์ทติด
“นายมาขับ เดี๋ยวฉันจะคอยสกัดให้เอง”
เดตทรีประจำตำแหน่งคนขับ ส่วนจางเหยียนเปิดฝาครอบด้านบนของรถหุ้มเกราะออก แล้วคว้าปืนออกมากราดยิงสกัดศัตรูที่ไล่ตามมาอย่างดุเดือด
ในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นข้างหูของเขา
[ติ๊ง! คุณหลบหลีกกระสุนสะสมครบ 500 นัด ได้รับฉายา: ยิงพ่อมึงสิ (ความสามารถ: คาดการณ์จุดตกของกระสุนและระเบิดเพื่อหลบหลีก)]
......
ขนาดตัวอักษร18px
AA
ธีม
ตัวอักษร
ระยะห่างบรรทัด1.8
ระยะห่างตัวอักษรปกติ
ความกว้างหน้าอ่าน